เศรษฐกิจโลกและไทย
IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้า ขณะที่ เงินเฟ้อยังคงกดดันเศรษฐกิจไทย
โลก
โลก: IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2569 จาก 3.1% เหลือ 3.0% เพื่อสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยในปี 2567-68 ที่ 3.5% ขณะที่ ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสู่ระดับ 4.7% จาก 4.1% ในปี 2568 นอกจากนี้ การค้าโลกคาดว่าจะชะลอลงเหลือ 3.5% จาก 5.0% ในปี 2568 โดย IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของประเทศผู้ส่งออกพลังงานและประเทศที่ได้รับอานิสงส์จาก AI อย่างไรก็ตาม การเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มผันผวนและเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมากขึ้นในระยะข้างหน้า
จีน: IMF ปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2569 จาก 4.4% เป็น 4.6% อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังกระจุกตัวอยู่ที่สินค้าไฮเทค ขณะที่หลายอุตสาหกรรมเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ผู้ผลิตจึงเผชิญข้อจำกัดในการผลักภาระด้านต้นทุนไปสู่ผู้บริโภค ทั้งนี้ แม้วิกฤตพลังงานเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แต่ผู้ผลิตปลายน้ำจะไม่ได้รับผลบวกมากนัก นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจกลับมาทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
ไทย
IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 สู่ระดับ 1.9% จาก 1.5% ซึ่งคาดการณ์ในเดือน เม.ย. แม้เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อันเป็นผลจากสงคราม แต่สามารถเติบโตได้ดีกว่าคาด ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการที่ไทยเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าเทคโนโลยีโลก (Global technology Value Chain) มากขึ้น และได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงสุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการทางการคลัง และการขยายตัวของการลงทุน
วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.9% ในปี 2569 สอดคล้องกับประมาณการล่าสุดของ IMF อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังมีลักษณะเปราะบางและไม่ทั่วถึง (Uneven Growth) ขณะที่กำลังซื้อของครัวเรือนได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปสู่ผู้บริโภค (Pass-through Effect) อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจาก Payback Effect ต่อการบริโภคภายหลังสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยพลัสในไตรมาส 4 สำหรับ พ.ร.ก. เงินกู้ฯ 4 แสนล้านบาท ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศภายใต้กรอบวงเงิน 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ยังต้องติดตามรายละเอียดของโครงการในแง่มุมต่างๆ เช่น ประสิทธิผลของมาตรการ แนวโน้มการนำเข้าสินค้าภายใต้โครงการ รวมทั้งผลกระทบต่อดุลการค้า และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า