เศรษฐกิจโลกและไทย
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ด้านภาคท่องเที่ยวของไทยคาดทยอยฟื้น ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ
โลก
สหรัฐฯ: การดำเนินการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา รวมถึงคำขู่ยึดกรีนแลนด์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนท่าทีเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ไปสู่การเมืองเชิงอำนาจมากขึ้น ขณะที่ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ จากการเข้าถึงอุตสาหกรรมน้ำมันยังต้องอาศัยเวลาท่ามกลางข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ในระยะสั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานยังค่อนข้างจำกัดเนื่องจากการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ณ ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของโลก อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือการแซกแทรงของสหรัฐฯ ขยายไปสู่กรีนแลนด์และประเทศอื่นๆ เช่นในตะวันออกกลาง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลก โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจเปิดและมีขนาดเล็ก อย่าง ASEAN อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงินและค่าชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นที่ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่การชะลอลงของการลงทุนจากต่างประเทศได้ในอนาคต
จีน: เศรษฐกิจโดยพื้นฐานยังคงอ่อนแอ แม้ PMI ภาคการผลิตกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน แต่ PMI ภาคบริการยังคงหดตัว นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ติดต่อกันนาน 34 เดือน เช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้ผลิตที่หดตัวต่อเนื่องนาน 3 ปี
ขัอมูลดังกล่าวสะท้อนว่า อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและภาวะอุปทานส่วนเกินยังคงฉุดรั้งเศรษฐกิจจีน ขณะที่รัฐบาลมีแนวโน้มใช้มาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมโดยเฉพาะในจังหวะที่ภาคส่งออกสูญเสียแรงส่งอย่างชัดเจน
ไทย
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 คาดฟื้นตัวสู่ 35.5 ล้านคน จาก 33 ล้านคนในปี 2568 สำหรับในเดือนธันวาคม 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวน 3.37 ล้านคน (-7.1% YoY) ทั้งปี 2568 มีจำนวนลดลงเป็นปีแรกหลังจากฟื้นตัวจากช่วงโควิดที่ -7.2% สู่ระดับ32.97 ล้านคน ขณะที่รายได้ลดลง -4.7% สู่ระดับ 1.53 ล้านล้านบาท (-4.7%)
ส่วนในปี 2569 ภาคการท่องเที่ยวอาจมีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 35.5 ล้านคน จากการเพิ่มเที่ยวบินและเส้นทางการบินใหม่จากจีนและอินเดีย อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังค่อนข้างช้า โดยเฉพาะตลาดจีน จากความกังวลด้านความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวรวมปีนี้จึงมีแนวโน้มต่ำกว่าระดับก่อนโควิดที่ 39.9 ล้านคนในปี 2562
วิจัยกรุงศรีคาดเงินเฟ้อปี 2569 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.4% จากปี 2568 ที่ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยดือนธันวาคม 2568 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.28% YoY ติดลบเป็นเดือนที่ 9 ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) ชะลอลงสู่ 0.59% ทั้งปี 2568 เงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ -0.14% และ 0.84% ตามลำดับ
สำหรับปี 2569 คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 2 แต่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของทางการที่ 1-3% โดยเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 0.4% ท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่เฉลี่ยใกล้เคียงกับปีก่อน มาตรการบรรเทาค่าครองชีพด้านพลังงาน และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ