สหรัฐฯ: เฟดย้ำว่าทิศทางดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาเป็นสำคัญ โดยในการประชุมวันที่ 28 มกราคม เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% โดยชี้เศรษฐกิจยังโตดี ตลาดแรงงานทรงตัว ส่วนเงินเฟ้อยังค่อนข้างสูง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” เป็นว่าที่ประธานเฟดคนใหม่โดย วอร์ช มีแผนปรับเปลี่ยนระบบหรือ “regime change” และมีแผนจะลดงบดุลของเฟด อีกทั้งประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจะช่วยให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังเติบโตและเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย วิจัยกรุงศรีคาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1-2 ครั้งในปี 2569 นอกจากนี้ สำหรับประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ผ่อนคลายลงหลังทรัมป์เปิดช่องเจรจาเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากการเตรียมพร้อมกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย

จีน: กำไรภาคอุตสาหกรรมในปี 2568 พลิกกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ 0.6% YoY โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการถลุงและแปรรูปโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ซึ่งขยายตัวสูง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า และยานยนต์ ที่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเกินกว่ากึ่งหนึ่งยังคงเผชิญกับกำไรที่หดตัว ความหวังสำคัญจึงอยู่ที่มาตรการควบคุมการแข่งขันทางด้านราคา และการบรรเทาปัญหาอุปทานส่วนเกิน ซึ่งต้องอาศัยเวลา และอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคอุตสาหกรรมในระยะสั้น

