ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์

ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์

7 เมษายน 2569

เศรษฐกิจโลกและไทย

 

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังสูงหลังทรัมป์ขีดเส้นตายโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ส่วนแรงส่งของเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณแผ่วลง

 

โลก


โลก: สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่ทำตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ โดยราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านเพิ่มความพร้อมทางทหารหลังสหรัฐฯ เสริมกำลังในภูมิภาค ส่วน Global PMI ภาคการผลิตเริ่มชะลอชัดเจน โดยเฉพาะอาเซียน จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก

สหรัฐฯ : แม้ตัวเลขการจ้างงานดีกว่าคาด แต่ภาคบริการได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.78 แสนตำแหน่ง แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยุติการนัดหยุดงานและสภาพอากาศที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ภาคบริการ หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดสินเชื่อนอกระบบ (Private Credit) อาจเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป

Weekly Economic Review

 

จีน: เร่งรักษาเสถียรภาพราคาเชื้อเพลิงในประเทศ ผ่านการกำหนดเพดานราคาน้ำมันสูงสุด พร้อมทั้งให้โรงกลั่นน้ำมันคงกำลังการผลิตเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่าระดับของปีที่ผ่านมา แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันได้บ้างและ PMI ของธุรกิจรายใหญ่ยังขยายตัว แต่ในภาพรวมภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายหลายด้านทั้งอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ต้นทุนการผลิตที่เร่งขึ้น และอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวลง ล่าสุด PMI ของธุรกิจ SMEs เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว (ดังรูป)

Weekly Economic Review
 
 

ไทย


เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณชะลอตัวในช่วงก่อนสงครามในตะวันออกกลาง ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI +2.9% YoY จาก +6.7% เดือนมกราคม) และการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ (+10.4% จาก +18.1%) อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชน (PII +15.5%) ปรับเร่งขึ้น ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้นตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานคมนาคม และงบประมาณเหลื่อมปี

แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยกระดับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณแผ่วลงของการส่งออกและการบริโภคมาก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับด้านอุปทานที่ชะลอลงทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ สำหรับในระยะต่อไป แม้การส่งออกอาจได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากการเร่งสั่งซื้อ (Front loading) เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปรับลดลงจาก 19% เหลือ 10% แต่สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่านราคาน้ำมัน ต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนการผลิต การหยุดชะงักของภาคการผลิตและการส่งออกสินค้าในหลายกลุ่ม รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (+2.0% YoY ในเดือนมีนาคม จาก +4.6% ในเดือนกุมภาพันธ์) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง (-33.3%) ทั้งนี้ ยังต้องติดตามการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ซี่งจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เมษายน รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และแนวทางการแก้ไขวิกฤตพลังงานจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

 
Weekly Economic Review

 
ย้อนกลับ
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา