ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์

ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์

31 มีนาคม 2569

เศรษฐกิจโลกและไทย

 

การยกระดับความตึงเครียดของกลุ่มฮูตีในทะเลแดงยกระดับความรุนแรงของสงคราม ขณะที่ส่งออกไทยแนวโน้มชะลอลงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

 

โลก


โลก: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น แม้สหรัฐฯ จะชะลอแผนโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน พร้อมยื่นข้อเสนอ 15 ข้อเพื่อแลกกับการยุติสงคราม แต่อิหร่านยืนยันจะไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรง เว้นแต่สหรัฐฯ ให้หลักประกันว่าจะไม่กลับมาโจมตีอีก ขณะที่ การเข้าร่วมสงครามและคำขู่ปิดช่องแคบเบบเอลมันเดบของกลุ่มฮูตี อาจทำให้การสู้รบในตะวันออกกลางรวมถึงวิกฤติพลังงานมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ ผลกระทบต่อกิจกรรมในภาคธุรกิจเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น โดยดัชนี PMI รวมเบื้องต้น (Flash PMI) ของสหรัฐฯ ยูโรโซนและญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคมอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน 10 เดือน และ 3 เดือน ตามลำดับ โดยเฉพาะในภาคบริการที่ชะลอตัวชัดเจน ประกอบกับแรงกดดันด้านต้นทุนทั้งจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นและภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเห็นได้จากระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ยาวนานขึ้นและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ปรับลดลง

จีน: ผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันเริ่มปรากฎ แม้จีนอ่อนไหวน้อยกว่าหลายประเทศ โดยจีนขยายเพดานราคาขายปลีกดีเซลและเบนซินรอบใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 4.45และ 4.02 บาทต่อลิตร โดยมีผลวันที่ 24 มีนาคม หากไม่ได้กำหนดเพดานดังกล่าว เพดานราคาดีเซลและเบนซินอาจเพิ่มขึ้นถึง 8.45 และ 7.64 บาทต่อลิตรตามกลไกการปรับราคาปัจจุบัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพ อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแออยู่เป็นทุนเดิม และธุรกิจที่ต้องพึ่งพาปิโตรเลียม
Weekly Economic Review
 

ไทย


การส่งออกของไทยมีสัญญาณชะลอตัวแม้ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 โดยในเดือนกุมภาพันธ์ การส่งออกมีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% นำโดยคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+49.8%) และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+6.3%) ส่วนตลาดส่งออกสำคัญที่เติบโตสูง ได้แก่ สหรัฐฯ (+40.5%) และญี่ปุ่น (+9.7%) ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ส่งผลให้ ดุลการค้าขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าการส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่องตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่การเติบโตชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ (เทียบกับ +24.4% ในเดือนมกราคม) ทั้งนี้สวนทางกับการนำเข้าที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีน (+59.7% ในเดือนกุมภาพันธ์) สำหรับในระยะนี้ การส่งออกอาจได้อานิสงส์จากการเร่งสั่งซื้อ (Front loading) ในช่วงที่สหรัฐฯ ยกเลิกการใช้อัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ที่ 19% แต่ใช้อัตราภาษีตามมาตรา 122 ที่  10% แทน อย่างไรก็ตาม ผลบวกดังกล่าวอาจเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว  เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังเปิดการไต่สวนทางการค้ากับไทยตามมาตรา 301 เพื่อเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับสินค้าเป้าหมาย อาทิ สินค้า ยานยนต์และชิ้นส่วน ยาง และเครื่องจักร ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออก ที่ราว 8.5% 4.1% และ 3.4% ตามลำดับ นอกจากนี้ การส่งออกยังเผชิญปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้วัตถุดิบหลายประเภทขาดแคลน (เช่น ปิโตรเคมี) และอุปสงค์จากตะวันออกกลางลดลง (เช่น รถยนต์นั่ง) รวมทั้งต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่สูงขึ้น 

 
Weekly Economic Review

 
ย้อนกลับ
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา