ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์

ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์

21 เมษายน 2569

เศรษฐกิจโลกและไทย

 

IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกชี้ถึงความเสี่ยงขาลง ขณะที่ รัฐบาลไทยออกมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง 


โลก


โลก: IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกในปี 2569 จาก 3.3% สู่ระดับ 3.1% ภายใต้สมมติฐานว่าสงครามอิหร่านจะมีระยะเวลาและความรุนแรงที่จำกัด และคลี่คลายได้ภายในกลางปี อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์รุนแรงจนกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจเหลือเพียง 2% ในปี 2569–2570 ขณะที่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดลดลง หลังอิสราเอล–เลบานอนหยุดยิง 10 วัน

Weekly Economic Review
 
สหรัฐฯ : ผลกระทบจากสงครามกับอิหร่านเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น โดยเงินเฟ้อเดือนมีนาคมเร่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 22 เดือน ที่ 3.3% และคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีข้างหน้าขึ้นแตะ 4.8% ส่วนความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเมษายนลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และ PMI ภาคบริการในเดือนมีนาคมหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ตาม แม้เงินเฟ้อจะสูงขึ้น แต่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความเสี่ยงในตลาด private credit ยังมีอยู่ คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ในการประชุมวันที่ 29 เมษายนนี้

จีน: คาดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าชะลอลงจาก 5% YoY ในไตรมาสแรกท่ามกลางแรงกดดันหลายด้านทั้งการบริโภคและการลงทุนที่โตต่ำ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น (ดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี) รวมถึงการส่งออกสินค้าบางกลุ่มที่อ่อนไหวมากขึ้นตามวิกฤตราคาน้ำมัน และอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ยังเป็นแรงหนุนต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มไฮเทค (+31.4% YoY ในเดือนมีนาคม)
 
 

ไทย


รัฐบาลออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง คาดผลบวกยังค่อนข้างจำกัด โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งประกอบด้วย มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง การช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร ภาคธุรกิจ และภาคการขนส่ง ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพลังงานสะอาด 

มาตรการบรรเทาผลกระทบล่าสุดใช้งบประมาณภาครัฐราว 3.64 พันล้านบาท (0.02% ของ GDP) และมีการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือ Soft loans รวม 1.5 แสนล้านบาท (0.78% ของ GDP) อย่างไรก็ดี มาตรการช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ (Targeted measures) น่าจะครอบคลุมมากขึ้นเพื่อพยุงกำลังซื้อและการลงทุนที่มีสัญญาณอ่อนแอลง สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมีนาคมที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในระยะข้างหน้า (Expected BSI) ที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งนี้ ภายใต้พื้นที่ทางการคลังที่มีอยู่อย่างจำกัดและความเสี่ยงต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ การเบิกจ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การโอนงบประมาณที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการออกมาตรการที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ (Non-budgetary measures) เช่น การอำนวยความสะดวกในการลงทุน คาดว่าจะมีความสำคัญต่อการวางแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป 

Weekly Economic Review
ย้อนกลับ
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา