เศรษฐกิจโลกและไทย
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ส่วนจีนคาดได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันอย่างจำกัด
โลก
โลก: ราคาน้ำมันยังสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (EIA) เตรียมปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ของประเทศสมาชิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวอาจช่วยชดเชยอุปทานได้เพียงระยะสั้นเมื่อพิจารณาจากอุปทานน้ำมันดิบที่หายไปจากการปิดช่องแคบฮอมุซที่สูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ล่าสุดรัฐบาลอิหร่านยืนยันว่าจะเปิดช่องแคบฮอมุซร์ให้เฉพาะประเทศที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับอิหร่านเท่านั้น ขณะที่สหรัฐฯขู่ว่าอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันเพิ่มเติมหากอิหร่านไม่เปิดเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอมุซอย่างเสรี
สหรัฐฯ: รายงาน GDP ไตรมาส 4/68 ขยายตัวเพียง 0.7% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.4% จากผลกระทบของการปิดหน่วยงานรัฐบาล ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) เดือนมกราคม สูงสุดในรอบ 2 ปี ที่ 3.1% และสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% เมือผนวกกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากผลของสงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้เฟดชะลอการปรับลดดอกเบี้ย
จีน: คาดผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันยังจำกัด เนื่องจากจีนมีน้ำมันสำรองพอที่จะชดเชยการนำเข้าได้ถึง 120 วันขณะที่พึ่งพาน้ำมันเป็นสัดส่วนไม่สูงมากนัก (18% ของการใช้พลังงานรวม) เมื่อเทียบกับถ่านหินและพลังงานทดแทน (70%)
ด้วยความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันที่ไม่สูงเท่าหลายประเทศในเอเชีย การผลิตและการส่งออกจึงน่าจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันต่อไปได้อย่างน้อยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม จีนยังคงต้องระวังความเสี่ยงจากการไต่สวนตามมาตรา 301 รอบใหม่ของสหรัฐฯ
ไทย
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกุมภาพันธ์ สูงสุดในรอบ 9 เดือน ที่ระดับ 53.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.8 เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในทุกหมวด นำโดยหมวดของสถานการณ์เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน เนื่องจากคาดว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลจะเป็นไปอย่างราบรื่น
แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่ได้รวมผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผ่านด้านอุปทาน ด้านอุปสงค์ และตลาดการเงิน โดยด้านอุปทานได้รับผลกระทบชัดเจนในระยะนี้จากราคาน้ำมัน ต้นทุนการขนส่ง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมทั้งการหยุดชะงักของภาคการผลิตและการส่งออกในบางสินค้า นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวจากการปิดน่านฟ้าและการปิดทำการของสนามบินซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญหลายแห่ง ทั้งนี้ ภาครัฐเตรียมมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบ อาทิ มาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ผ่านการตรึงราคาน้ำมันดีเซลโดยอาศัยกองทุนน้ำมัน การหาแหล่งพลังงานทางเลือกนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง มาตรการประหยัดพลังงาน และมาตรการดูแลปัจจัยการผลิต (ปุ๋ยเคมี) เป็นต้น ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น หากสถานการณ์รุนแรงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นยังจำกัดโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยหรือการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อีกทั้งยังสร้างความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า