การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นประเด็นสำคัญระดับสากลที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงในการดำรงชีวิตของมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนขององค์การสหประชาชาติอีกด้วย
กรุงศรีตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของธนาคารอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม กรุงศรีในฐานะสถาบันการเงินที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมจึงมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างครอบคลุมและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของกรุงศรี การกำหนดมาตรการและหาแนวทางลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการทำงานและกิจกรรมของกรุงศรีให้น้อยที่สุดจนเหลือศูนย์ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกรุงศรีและลูกค้าธนาคารในอนาคต
แนวทางบริหารจัดการ
- ประกาศวิสัยทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Krungsri Net Zero Vision) ที่สนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ข้อ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) และสอดรับกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Nationally Determined Contributions: NDCs) รวมทั้งสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของ MUFG
- ประกาศเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Declaration) โดยร่วมกับธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย เพื่อนำมาเป็นกรอบและแนวปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
- ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่สอดคล้องกับแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการดำเนินธุรกิจสถาบันการเงินโดยคำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Standard Practice) และคู่มือ Industry Handbook ที่ริเริ่มและร่วมมือกันพัฒนาขึ้นมาโดยธนาคารสมาชิกภายใต้สมาคมธนาคารไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของธนาคารพาณิชย์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม
- ปรับกลยุทธ์การลงทุนและพอร์ตสินเชื่อตามแนวทาง “การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ” ที่สอดคล้องกับนโยบายเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ และนโยบายเพื่อการให้สินเชื่ออย่างยั่งยืนของกรุงศรี โดยเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อสีเขียวแก่ภาคธุรกิจต่างๆ และลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
- ปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยนำเกณฑ์ด้าน ESG มาใช้ในการประเมินความเสี่ยง พร้อมทั้งประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อพอร์ตสินเชื่อและการลงทุนของธนาคาร
- พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน อาทิ สินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน การออกตราสารหนี้/พันธบัตรสีเขียว และกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG
- ปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กรให้รองรับการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคณะกรรมการความยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการธนาคาร ได้ริเริ่ม “โครงการ IECC” (Internalizing Environmental and Climate Change Aspects into Financial Institution Business Program) ขึ้นมา เพื่อดำเนินการวิเคราะห์ ศึกษา และจัดทำข้อเสนอแนะร่วมกับที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- พัฒนาองค์ความรู้และฝึกอบรมคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดแผนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายงาน
- พัฒนา Transition Plan เพื่อใช้บริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและมีนัยสำคัญต่อพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร รวมทั้งกำหนดเป้าหมายและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของกรุงศรีในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนจากการให้บริการทางการเงินทั้งหมดให้เหลือศูนย์ภายในปี 2593 ตามที่ได้กำหนดไว้
- สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของลูกค้า ภาคธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจประเทศไปสู่การบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการให้คำแนะนำเพื่อสร้างความตระหนักรู้ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- จัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของกรุงศรี กรุ๊ป และวิเคราะห์แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญ เพื่อจะได้หาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดทำมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของกรุงศรี ทั้งนี้ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกรุงศรีจะปฏิบัติตามแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และมาตรฐาน ISO 14064-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยเรื่องหลักการและข้อกำหนดระดับองค์กรสำหรับการวัดปริมาณและการรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรสู่ระดับสากล โดยกรุงศรีได้รับการทวนสอบจากบริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
- ส่งเสริมกระบวนการทำงานและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในองค์กร อาทิ การสนับสนุนระบบการทำงานรูปแบบดิจิทัลที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในองค์กร การสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการขยะในองค์กร การออกแบบอาคารกรุงศรี สำนักงานเพลินจิต ตามมาตรฐาน The Leadership in Energy and Environmental Design (LEED) ของสหรัฐอเมริกา(U.S. Green Building Council: USBC) ในระดับ LEED Gold เป็นต้น
- เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจประเทศไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่สอดรับกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NDCs) และความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) รวมทั้งตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ เป้าหมายที่ 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกรุงศรีได้เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายต่างๆ ดังนี้
- The Alliance for Green Commercial Banks (The Alliance)
- Partnership for Carbon Accounting Financials (PCAF)
- เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN)
- สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE 100)
- เครือข่าย Carbon Markets Club
- เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (Thailand Climate Business Network: ThaiCBN)
โครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กรุงศรีได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนและสำคัญที่ธนาคารจะต้องเร่งดำเนินการประเมินผลกระทบทั้งด้านโอกาสและความเสี่ยงอย่างเป็นระบบในกระบวนการดำเนินงานและการตัดสินใจ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สู่ระดับสากล อันสอดรับกับปณิธาน "การธนาคารเพื่อความยั่งยืน" ของธนาคาร