กรุงศรีเชื่อมั่นว่าพนักงานคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและความสำเร็จในระยะยาว ธนาคารมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและสนับสนุนให้พนักงานสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม การทำงานร่วมกัน และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านการบริหารจัดการบุคลากรอย่างครบวงจร การพัฒนาผู้นำและศักยภาพพนักงาน การส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วม ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
กรุงศรีให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการยกระดับศักยภาพการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของธนาคาร ควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และการเสริมสร้างความพร้อมด้านความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็น เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบ “4 หลักการ สู่ความเป็นเลิศด้านบุคลากร” (Four Pillars toward People Excellence)” และ “6 กลยุทธ์ การพัฒนาบุคคลากรสู่ความสำเร็จ” (Six Strategies to Achieve Success).
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน
สวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
จัดให้มีสวัสดิการแก่พนักงานอย่างเหมาะสม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัวพนักงาน และ/หรือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน และลดความกังวลของพนักงาน อันจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงาน รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่พนักงานดิการและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
ธนาคารจัดให้มีสวัสดิการและโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ดังนี้
- สวัสดิการการดูแลสุขภาพและประกันชีวิต ครอบคลุมการประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง และประกันอุบัติเหตุ การตรวจสุขภาพประจำปี การสนับสนุนการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ การจัดตั้งห้องพยาบาลธนาคาร และศูนย์ดูแลสุขภาพทางใจ
- การพัฒนาและยกระดับแอปพลิเคชันด้านสุขภาพให้พนักงาน เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบครงวงจร อาทิ การนับก้าวเดิน การติดตามแคลอรีจากมื้ออาหารและการดื่มน้ำ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนด้านการส่งเสริมสุขภาพ
- สวัสดิการเงินช่วยเหลือ อาทิ เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน เงินเพิ่มพิเศษสำหรับสาขาธนาคารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูง เงินเพิ่มพิเศษสำหรับพนักงานประจำสาขาที่เปิดให้บริการ 6 หรือ 7 วันต่อสัปดาห์ เงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือพิเศษ เงินช่วยเหลือกรณีย้ายสถานที่ปฏิบัติงาน เงินช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติ เงินช่วยเหลือกรณีพนักงาน คู่สมรส หรือบิดามารดาเสียชีวิต และค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่
- สวัสดิการเงินกู้ อาทิ เงินกู้เคหะสงเคราะห์ เงินกู้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครอบครัว เงินกู้เพื่อซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และเงินกู้เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัยธรรมชาติหรืออุบัติภัย
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่พนักงาน และเป็นหลักประกันเมื่อยามเกษียณอายุหรือออกจากงาน ตลอดจนเป็นแรงจูงใจให้พนักงานปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมการออมระยะยาว เพื่อให้พนักงานสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขภายหลังเกษียณอายุ โดยกรุงศรีจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในวันเดียวกันกับที่สมาชิกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนในอัตราร้อยละของเงินเดือนของสมาชิกตามอายุงานที่กำหนด สำหรับคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรุงศรีมีการสนับสนุนและส่งเสริมให้พิจารณาเข้าอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่อยู่อย่างสม่ำเสมอ
- สวัสดิการด้านกองทุนประกันสังคม เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่พนักงาน โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน โดยพนักงานจะได้รับประโยชน์ทดแทนตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม
- สวัสดิการด้านกองทุนเงินทดแทน เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่พนักงาน ในกรณีที่พนักงานประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย สูญหาย หรือเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานให้แก่ธนาคาร โดยพนักงานจะได้รับค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน
- สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิก โดยสมาชิกครอบคลุมถึงสมาชิกที่เคยเป็นพนักงานกรุงศรีด้วย
- จัดตั้งสโมสรธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri Club) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานจากต่างฝ่ายงานและสายงาน ให้ได้ทำความรู้จักกัน รวมทั้งร่วมทำกิจกรรมและงานอดิเรกตามความสนใจ อันก่อให้เกิดความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีภายในองค์กร ตลอดจนสนับสนุนให้พนักงานใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
- สถานที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนา เช่น ห้องละหมาดสำหรับพนักงานชาวมุสลิม และพื้นที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพนักงานชาวพุทธ
- สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาวะและอาชีวอนามัย ได้แก่ โรงอาหาร ศูนย์ออกกำลังกาย Oasis Corner, Krungsri D-Space ห้องให้นมบุตรสำหรับมารดาที่ทำงาน รวมถึงพื้นที่สีเขียวและเส้นทางเดินหรือวิ่งออกกำลังกาย
- การจัดเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working Hours) โดยปรับเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำงานให้สอดคล้องกับลักษณะงาน หน้าที่รับผิดชอบ และความต้องการของพนักงานแต่ละคน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการลูกค้าและการดำเนินงานของธนาคาร
- กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย ผ่านการจัดโปรแกรมออกกำลังกายหลังเลิกงานเป็นประจำ โดยผู้ฝึกสอนมืออาชีพ อาทิ แอโรบิก โยคะ และบอดี้คอมแบต รวม 4 วันต่อสัปดาห์
- หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุ สำหรับพนักงานที่ใกล้เกษียณ โดยจัดอบรมปีละ 1 ครั้ง ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การวางแผนทางการเงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมดิจิทัลและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความผูกพันของพนักงาน
ธนาคารให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานในฐานะกลไกสำคัญในการพัฒนาองค์กรและเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดี โดยดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานผ่าน Employee Engagement Survey เพื่อประเมินระดับความผูกพันต่อองค์กร ทำความเข้าใจประสบการณ์การทำงาน แรงจูงใจในการทำงาน ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมการทำงาน รวมถึงนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสำรวจถูกนำมาใช้ประกอบการกำหนดแนวทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่าน Krungsri Pulse Survey ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการรับฟังเสียงของพนักงาน และมีแผนดำเนินการเป็นประจำทุกปี
ล่าสุดในปี 2569 ธนาคารได้ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน KarE ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันภายในองค์กรสำหรับพนักงาน โดยตั้งเป้าหมายอัตราการเข้าร่วมตอบแบบสำรวจไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผลการสำรวจมีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามจำนวน 20,685 คน คิดเป็นร้อยละ 98.8 ของพนักงานในระดับ Krungsri Group และจำนวน 11,079 คน หรือร้อยละ 99.6 ของพนักงานธนาคาร ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมและความร่วมมือของพนักงานในการร่วมแสดงความคิดเห็นต่อองค์กร
แบบสำรวจประกอบด้วยคำถามจำนวน 20 ข้อ ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความผูกพันต่อองค์กร ประสบการณ์การทำงาน บทบาทของหัวหน้างาน และคุณภาพชีวิตในการทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับความสุขในการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กร 3Cs (Care, Communicate และ Coach) บทบาทของหัวหน้างาน สุขภาวะในการทำงาน การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว การทำงานเป็นทีม การได้รับการยอมรับและชื่นชมในการทำงาน รวมทั้งความพึงพอใจในการทำงาน ตลอดจนโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพและการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
ผลการสำรวจปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่าระดับความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Rate) อยู่ที่ร้อยละ 85.87 ซึ่งคำนวณจากสัดส่วนพนักงานที่ให้คะแนนความผูกพันในระดับ 4 (เห็นด้วย) และระดับ 5 (เห็นด้วยอย่างยิ่ง) ทั้งนี้ ธนาคารได้สื่อสารผลการสำรวจในภาพรวมแก่พนักงานทั่วทั้งองค์กรเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการพัฒนาองค์กร พร้อมทั้งสนับสนุนและฝึกอบรมให้ผู้บริหารและหัวหน้างานสามารถนำผลการสำรวจไปหารือร่วมกับทีมงาน จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และขับเคลื่อนการปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายว่าผู้บริการในระดับสายงาน ร้อยละ 100 จะต้องจัดทำแผนครบถ้วนและเริ่มดำเนินการภายในปี 2569
ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากพนักงานจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานทั้งในระดับทีมงาน และ ระดับองค์กร เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานและประสบการณ์ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ธนาคารจะยังคงมุ่งมั่นรับฟังเสียงของพนักงานและติดตามระดับความผูกพันอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการสำรวจและติดตามความผูกพันของพนักงานตลอดแผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง (MTBP 2027-2029) เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนานโยบาย แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน พร้อมส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี การเติบโตทางอาชีพ และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Great Place to Work อย่างยั่งยืน
ข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงของพนักงานกรุงศรี
ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของพนักงานกรุงศรี
PDF