ติดเครดิตบูโร แก้เกมอย่างไรให้ประวัติการเงินฟื้นตัวอีกครั้ง

Posted On 26 มิถุนายน 2569
By Krungsri The COACH
การรักษาประวัติการเงินให้ดีอยู่เสมอคือการเปิดประตูสู่โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต แต่หากวันไหนเกิดสะดุด พฤติกรรมการจัดการหนี้ในปัจจุบันก็สามารถเปลี่ยนอนาคตของคุณได้
Krungsri The COACH จะพาทุกคนมาเจาะลึกรหัสสถานะเครดิตบูโร พร้อมแนวทางฟื้นฟูประวัติค้างชำระอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยคืนความมั่นใจ และเตรียมความพร้อมให้สุขภาพการเงินของคุณอีกครั้ง
เครดิตบูโรคืออะไร? ทำไมมีผลต่อการขอสินเชื่อ
เครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดย
ข้อมูลเครดิตเหล่านี้จะถูกส่งมาจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อบันทึกพฤติกรรมการชำระเงินตามความเป็นจริง ซึ่งสถาบันการเงินจะใช้ข้อมูลนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมินความน่าเชื่อถือ และความสามารถทางการเงินก่อนพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
ตัวอย่างรหัสสถานะเครดิตบูโร พร้อมความหมาย
ค้างชำระกี่เดือนถึงจะติดเครดิตบูโร ?
หากคุณชำระหนี้ล่าช้าเกิน 30 วัน สถาบันการเงินจะเริ่มรายงานข้อมูลการค้างชำระเข้าสู่ระบบข้อมูลเครดิต อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้น มักเป็นการค้างชำระต่อเนื่องเกิน 90 วัน ซึ่งจะแสดงเป็นรหัสสถานะ 20 ในรายงานเครดิต และอาจถูกนำไปใช้ประกอบการประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อ
ติดเครดิตบูโรกี่ปีหาย ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหลุด ?
สำหรับใครที่มีประวัติค้างชำระ และต้องการทราบว่า ข้อมูลนี้จะถูกจัดเก็บในระบบนานแค่ไหน ระยะเวลาในการแสดงผลจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ตามสถานะบัญชีของคุณ
กรณีชำระหนี้ครบถ้วน หรือค้างชำระ แต่ไม่เกิน 90 วัน
หากคุณชำระหนี้ตรงเวลาปกติ หรือมีค้างชำระบ้างแต่ไม่เกิน 90 วัน บัญชีของคุณจะแสดงรหัสสถานะ 01 / 010 (ปกติ) ซึ่งระบบของเครดิตบูโรจะจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี หรือ 36 เดือนล่าสุด เสมอ หากคุณจัดการชำระยอดค้างหมดแล้ว ประวัติที่เคยค้างชำระชั่วคราวจะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยข้อมูลการชำระปกติในแต่ละเดือน และจะถูกเคลียร์ออกไปเมื่อครบกำหนด 36 เดือนโดยอัตโนมัติ
กรณีเป็นหนี้เสีย (ค้างเกิน 90 วัน)
หากคุณมีประวัติค้างชำระติดต่อกันนานเกิน 90 วัน เส้นทางของข้อมูลในระบบเครดิตบูโรจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
- ช่วงที่เป็นหนี้เสีย : บัญชีจะแสดงรหัสสถานะ 20 / 020 (มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน) ซึ่งประวัตินี้จะถูกรายงานค้างไว้ในระบบต่อเนื่องไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่เริ่มเป็นหนี้เสีย
- ช่วงที่เคลียร์หนี้จบ : เมื่อคุณชำระหนี้ก้อนนี้ครบถ้วน สถานะจะเปลี่ยนเป็นรหัสสถานะ 11 (ปิดบัญชี) ทันที และระบบจะใช้เวลาอีก 3 ปีในการค่อย ๆ ลบประวัติหนี้เสียเดิมออกไป
3 วิธีเช็กเครดิตบูโรด้วยตัวเอง ตรวจง่าย รู้ผลไว
ในปัจจุบัน เราสามารถเช็กเครดิตบูโรด้วยตนเองง่าย ๆ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้
ติดเครดิตบูโรมีวิธีแก้อย่างไร ?
หากเช็กข้อมูลแล้วพบว่ามีประวัติค้างชำระ คุณสามารถแก้ไข และปรับปรุงสถานะเครดิตให้กลับมาเป็นปกติได้ โดยทำตาม 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
1. สรุปยอดหนี้ และวางแผนชำระให้หมด
รวบรวมรายละเอียดหนี้สินทั้งหมดที่มี เพื่อเช็กว่าค้างชำระอยู่ที่ไหนเป็นจำนวนเท่าไร และมีอัตราดอกเบี้ยเท่าไร
2. วางแผนชำระให้หมด
จากนั้นวางแผนทยอยชำระให้เสร็จสิ้น โดยอาจเลือกปิดยอดหนี้ก้อนที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเพื่อลดภาระ หรือปิดยอดก้อนเล็กเพื่อลดจำนวนบัญชีลง เมื่อชำระหมดแล้วสถานะจะเปลี่ยนเป็นรหัส 11 (ปิดบัญชี)
3. รอเวลาให้ระบบอัปเดตประวัติ
เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้น ระบบจะอัปเดตข้อมูลตามรอบการส่งข้อมูล หากคุณรักษาวินัยการชำระเงินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป คะแนนเครดิต (Credit Score) จะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการยื่นขอสินเชื่อครั้งต่อไปได้
เมื่อเข้าใจแนวทางการฟื้นฟูสถานะเครดิตแล้ว สิ่งสำคัญในระยะยาวคือการรักษาวินัยทางการเงินเพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติกลับมาเสียหายอีกครั้ง
Krungsri The COACH แนะนำ : ไม่อยากติดเครดิตบูโร ทำอย่างไรได้บ้าง
การวางแผนป้องกันไม่ให้ประวัติการเงินเสียหาย เป็นวิธีที่ง่าย และมีประสิทธิภาพที่สุด โดยคุณสามารถสร้างวินัยทางการเงินได้ตามแนวทางต่อไปนี้
- ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายสม่ำเสมอ : ช่วยให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงิน และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ง่ายขึ้น
- ควบคุมภาระหนี้ไม่ให้เกินตัว : ยอดผ่อนหนี้รวมต่อเดือนไม่ควรเกิน 35-40% ของรายได้ เพื่อไม่ให้การเงินตึงตัว
- ชำระหนี้ตรงเวลาและครบจำนวน : ตั้งเตือนหรือหักบัญชีอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลืมชำระ
- มีเงินสำรองฉุกเฉิน : ควรเก็บเงินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรองรับเหตุไม่คาดฝัน
- หลีกเลี่ยงการกู้ใหม่มาปิดหนี้เก่า : อาจทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หากมีหนี้หลายก้อน การรวมหนี้อาจช่วยให้บริหารจัดการได้ง่ายกว่า
ประวัติข้อมูลเครดิตทางการเงินเป็นสิ่งสะท้อนพฤติกรรม และความรับผิดชอบในอดีต หากเคยผิดพลาดไปก็สามารถเริ่มต้นปรับปรุง และฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ด้วยการสร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง การชำระหนี้ตรงเวลา และการวางแผนจัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นปัญหาการติดบูโรได้เท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการเข้าถึงโอกาสทางการเงิน และการอนุมัติสินเชื่อก้อนใหญ่ในอนาคตได้อย่างราบรื่น และมั่นคง
อ้างอิง