DCA คืออะไร รู้จักกลยุทธ์ลงทุนถัวเฉลี่ยให้รอดในทุกตลาด

Posted On 22 เมษายน 2567
By Krungsri The COACH
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย และ เงินเฟ้อ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และส่งผลต่อตลาดการลงทุนได้เสมอ แต่แทนที่จะมองว่าเป็นอุปสรรค เราสามารถเปลี่ยนมุมมองให้เห็นว่า “ความไม่แน่นอน” คือโอกาสที่จะได้สร้างวินัยและปรับพอร์ตให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
เพราะการคาดเดาทิศทางตลาดอย่างแม่นยำไม่ใช่เรื่องง่าย Krungsri The COACH จึงขอแนะนำหนึ่งในกลยุทธ์คลาสสิกที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงและเสริมความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ นั่นคือ
การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) วิธีการลงทุนที่อาศัยความสม่ำเสมอแทนการเสี่ยงทายจังหวะตลาด เพื่อสร้างเส้นทางสู่ความมั่งคั่งระยะยาวอย่างมั่นคง และที่สำคัญ ไม่ต้องคอยกังวลกับความผันผวนรายวันของตลาดอีกด้วย
การลงทุนแบบ DCA หรือ หรือ Dollar Cost Averaging คืออะไร?
การลงทุนแบบ
DCA (Dollar Cost Averaging) คือกลยุทธ์การลงทุนแบบทยอยลงทุนเป็นงวด ๆ ด้วยเงินจำนวนเท่า ๆ กัน โดยไม่สนใจว่าราคาของสินทรัพย์ในเวลานั้นจะเป็นเท่าไร กลยุทธ์นี้ช่วยให้ "ถัวเฉลี่ยต้นทุน" ของสินทรัพย์ ทำให้ได้ราคาเฉลี่ยไม่แพงจนเกินไป นอกจากจะช่วยเฉลี่ยความเสี่ยงในด้านความผันผวนของราคาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดีกว่าการคอยจับจังหวะลงทุนด้วยตัวเอง แถมยังช่วยสร้างวินัยและทำให้เกิดความต่อเนื่องในการลงทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
หลักการทำงานของ DCA
หัวใจของ DCA คือความสม่ำเสมอ ลองนึกภาพตามง่าย ๆ เมื่อเราลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่ากันทุกเดือน ในช่วงที่สินทรัพย์ราคาปรับตัวลง ก็เหมือนกับการได้ซื้อของในช่วงลดราคา ทำให้เราได้จำนวนหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นในเงินเท่าเดิม
ในทางกลับกัน เมื่อสินทรัพย์ราคาปรับตัวสูงขึ้น เราจะได้จำนวนหน่วยลงทุนน้อยลง เมื่อทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ต้นทุนต่อหน่วยลงทุนของเราจะถูกถัวเฉลี่ยให้ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในราคาที่แพงที่สุด (ซื้อบนดอย) และเพิ่มโอกาสสะสมหน่วยลงทุนได้มากขึ้นในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง
ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA
การลงทุนแบบ DCA ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิค แต่เป็นปรัชญาการลงทุนที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว
- สร้างวินัยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ : เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นเรื่องง่ายเหมือนการออมเงิน โดยการตั้งโปรแกรมลงทุนอัตโนมัติ ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้โดยไม่เผลอนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นก่อน
- ลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาด : ตัดสินใจลงทุนด้วยวินัย ไม่ใช่อารมณ์ ช่วยลดปัญหาการ “ขายหมู” หรือ “ติดดอย” เพราะความกลัวหรือความโลภที่เกิดขึ้นตามภาวะตลาดที่ผันผวน
- ช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุน : DCA เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยอัตโนมัติ เพราะในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง เราจะสามารถสะสมหน่วยลงทุนได้ในต้นทุนที่ถูกลงเรื่อย ๆ
- เริ่มต้นง่าย ใช้เงินไม่เยอะ : ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการทยอยสร้างพอร์ตการลงทุน
- ประหยัดเวลา ไม่ต้องเฝ้าจอ : ลดความเครียดและความกังวลจากการติดตามสภาวะตลาดทุกฝีก้าว ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตได้มากขึ้น
การลงทุนแบบ DCA เหมาะกับใคร ?
ด้วยความเรียบง่าย และยืดหยุ่นของกลยุทธ์ DCA ทำให้เหมาะกับนักลงทุนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถนำกลยุทธ์นี้ไปปรับใช้ได้
- นักลงทุนมือใหม่ : ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ตลาด หรือจับจังหวะการลงทุน DCA ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการสร้างพอร์ต
- ผู้ที่ต้องการสร้างวินัยในการออม และการลงทุน : ที่ตั้งใจจะเก็บเงินอย่างจริงจังเพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น การเกษียณ หรือกองทุนการศึกษาบุตร
- ผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด เช่น พนักงานประจำ หรือเจ้าของธุรกิจ : ที่ไม่สามารถเฝ้าติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของตลาดได้อย่างใกล้ชิด
- ผู้ที่ลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว : ที่เชื่อมั่นในการเติบโตของสินทรัพย์ในระยะยาว และสามารถยอมรับความผันผวนในระยะสั้นได้
ทำไม DCA ถึงเป็นวิธีการลงทุนที่เหมาะกับทุกสภาวะตลาด?
เพราะหัวใจของ DCA คือการเปลี่ยนความผันผวนให้เป็นโอกาส และลดผลกระทบจากอารมณ์ในการตัดสินใจลงทุน ทำให้เราสามารถลงทุนได้อย่างสบายใจไม่ว่าตลาดจะเป็นเช่นไร
1. ช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดผิดพลาด
แทนที่จะพยายามจับจังหวะตลาดที่ขึ้นลง นักลงทุน DCA จะลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ใช้วินัยในการออมและลงทุน ไม่พลาดการลงทุนเพราะความกังวลจากภาวะตลาดไม่ปกติ
2. ช่วยกระจายความเสี่ยง ถัวเฉลี่ยต้นทุน
การจับจังหวะตลาด อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดที่ไปซื้อในช่วงที่ราคาสูง ส่งผลต่อกำไรในอนาคต แต่การ DCA จะทำให้นักลงทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอ แม้ในบางจังหวะลงทุนอาจจะได้ราคาแพง แต่การลงทุนอย่างสม่ำเสมอในหลาย ๆ งวด จะมีโอกาสได้ถัวเฉลี่ยต้นทุนการลงทุน ไม่ซื้อในราคาที่แพงเกินไป เป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย ใช้งานง่าย เหมาะกับนักลงทุนทุกระดับ
สินทรัพย์แบบไหนที่เหมาะกับการลงทุนแบบ DCA?
การ DCA ควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ ที่มีความผันผวนของราคาในระยะสั้น มีโอกาสเติบโตในระยะยาว และลงทุนแบบกระจายตัว ดังนั้นการลงทุนแบบ DCA ในกองทุนรวม จึงเป็นทางเลือกเหมาะสม เพราะมีผู้จัดการกองทุนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ช่วยคัดเลือกสินทรัพย์ที่น่าสนใจมาให้ และมีการลงทุนหลายตัวในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน
นอกจากนี้การลงทุนแบบ DCA สามารถลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงต่ำในกองทุนรวมตราสารหนี้ ความเสี่ยงสูงในกองทุนรวมหุ้นประเภทต่าง ๆ ตามที่เราสนใจ หรือเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนผสมหลายสินทรัพย์ที่ลดความเสี่ยงที่จะเลือกสินทรัพย์ตัวเดียว ก็สามารถเลือกลงทุนได้ทั้งนั้น
ตัวอย่างการลงทุนกองทุนรวมด้วยการลงทุนแบบ DCA
การลงทุนแบบ DCA ด้วย กองทุน KFHEALTH-A โดยใช้ข้อมูลจริงย้อนหลังมาเป็นตัวคำนวณ หากเรา
DCA กองทุนรวมนี้ด้วยการลงทุนทุกวันที่ 1 ของเดือน (เดือนไหนติดวันหยุดให้ปรับไปเป็นวันทำการแรก) เดือนละ 2,000 บาท ผ่านไปเป็นเวลา 1 ปี จะได้ผลออกมา ดังนี้
- เดือนแรกที่ลงทุน ซื้อกองทุนด้วยเงิน 2,000 บาท ราคาซื้อขายกองทุน (NAV) อยู่ที่ 8.5093 บาทต่อหน่วย จะได้จำนวนหน่วยทั้งหมดอยู่ที่ 235.0370 หน่วย
- เดือนที่สองของการลงทุน ราคากองทุนรวมตก แม้เงินลงทุนเดิมจะขาดทุน แต่การลงทุน DCA กองทุนรวมเดือนละ 2,000 บาทเท่าเดิม ในภาวะขาลง จะทำให้ได้จำนวนหน่วยลงทุนมากขึ้น จากตารางจะเห็นว่าในเดือนที่สอง NAV อยู่ที่ 8.2590 บาทต่อหน่วย เมื่อซื้อด้วยเงินเท่าเดิม จะได้จำนวนหน่วยมากขึ้นเป็น 242.1601 หน่วย เรียกได้ว่าซื้อของถูกได้จำนวนมากนั่นเอง
- เมื่อลงทุนครบปี ต้นทุนเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 8.3513 บาทต่อหน่วย ได้ซื้อในราคาที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับราคาซื้อสูงสุด ที่ 9.2124 บาทต่อหน่วย ณ วันที่ 3 ก.พ. 2563
- เมื่อลงทุน DCA กองทุนรวมนี้ ผ่านไป 1 ปีจะได้กำไรจากการลงทุน 1,209.96 บาท
แม้การลงทุนใน 1 ปี จะได้กำไรไม่มากนัก แต่หากลองขยายกรอบเวลาให้นานขึ้น เป็น 5 ปี จนถึงมีนาคม 2567 จะพบว่า
- เงินลงทุนจะเป็น 154,067.09 บาท กำไร 34,067.29 บาท เติบโตในอัตราผลตอบแทน 9.19% ต่อปี*
* หมายเหตุ : การลงทุนนี้เป็นการจำลองการลงทุน DCA ในกองทุน KFHEALTH-A ระหว่างเมษายน 2562 ถึงมีนาคม 2567 ผลลัพธ์การลงทุนแบบ DCA ในอนาคตที่ลงทุนอาจจะแตกต่างกันไปตามกองทุนรวมที่ลงทุน และช่วงเวลาในการลงทุน ซึ่ง KFHEALTH-A มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพ อาจมีความเสี่ยงและผันผวน ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต นักลงทุนควรพิจารณาเรื่องผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
Krungsri The COACH แนะนำกองทุนรวมน่าสนใจเหมาะ DCA สำหรับนักลงทุน
Krungsri The COACH ขอแนะนำกองทุนรวมในกลุ่ม กรุงศรี The One ที่ผสานจุดแข็งของกลุ่มกรุงศรี เพื่อสร้างสรรค์กลยุทธ์ การจัดสรรพอร์ตที่ดีที่สุด เข้าถึงทุกโอกาสด้วยกรอบการลงทุนที่เปิดกว้าง ในหลากหลายสินทรัพย์ที่เติบโตทั่วโลก สะดวกสบาย เพราะช่วยปรับพอร์ตในเชิงรุกให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีตัวเลือกที่หลากหลายลงทุนได้ตามเป้าหมายที่คุณต้องการ เช่น
กองทุนเปิดกรุงศรี The One Mild (KF1MILD)
- ความเสี่ยงระดับ 5
- เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ ต้องการสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ สามารถลงทุนได้นานอย่างน้อย 2 - 3 ปี
- กระจายการลงทุน เน้นมั่นคงจากตราสารหนี้ แต่เพิ่มโอกาสได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น โดยจะมีการทบทวนรายปีเพื่อให้ได้กลยุทธ์การลงทุนสอดคล้องกับตลาดการลงทุนมากที่สุด มีกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ 60 - 85% ตราสารทุน 15 - 35% และสินทรัพย์ทางเลือก 0 - 10%
อ่านข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่
หนังสือชี้ชวน KF1MILD-A (ชนิดสะสมมูลค่า)
กองทุนเปิดกรุงศรี The One Mean (KF1MEAN)
- ความเสี่ยงระดับ 5
- เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง ต้องการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว สามารถลงทุนได้นานอย่างน้อย 3 - 4 ปี
- กระจายการลงทุน ผสมผสานการลงทุนระหว่างตราสารหนี้และหุ้นอย่างสมดุล สร้างการเติบโตระยะยาวโดยคัดเลือกการลงทุนที่มีคุณภาพตามมุมมองของผู้จัดการกองทุน มีกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ 35 - 65% ตราสารทุน 30 - 60% และสินทรัพย์ทางเลือก 0 - 10%
อ่านข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่
หนังสือชี้ชวน KF1MEAN-A (ชนิดสะสมมูลค่า)
กองทุนเปิดกรุงศรี The One Max (KF1MAX)
- ความเสี่ยงสูงระดับ 5
- เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงต้องการผลตอบแทนสูงสุดและสามารถรับความผันผวนได้ สามารถลงทุนได้นานลงทุนมากกว่า 4 - 6 ปี
- เน้นการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่มีคุณภาพเพื่อหวังการเติบโต มีสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้เพื่อลดโอกาสขาดทุนในปีที่ตลาดแย่ มีกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ 15 - 40% ตราสารทุน 50 - 80% และสินทรัพย์ทางเลือก 0 - 10%
อ่านข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่
หนังสือชี้ชวน KF1MAX-A (ชนิดสะสมมูลค่า)
อย่างไรก็ตาม การลงทุนแบบ DCA เป็นเทคนิคการลงทุนที่อาศัยวินัยและความต่อเนื่องในการลงทุน เพื่อลดความผิดพลาดจากการพยายามคาดเดาตลาด เมื่อตลาดขาลงจะได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากในต้นทุนที่ดีเพื่ออนาคต และภาวะตลาดขาขึ้นพอร์ตลงทุนจะกำไร รักษาวินัยในการลงทุนต่อ ประคองจิตใจให้รอดไปได้ในทุกสถานการณ์
Krungsri The COACH จึงอยากชวนทุกคนเริ่มต้นตั้งเป้าหมายทางการเงินแล้ว DCA ในกองทุนที่ใช่สำหรับคุณ เพื่ออนาคตที่มั่งคั่งทางการเงินกันเถอะ
หมายเหตุ
- KF1MILD, KF1MEAN, KF1MAX ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- KFHEALTH-A ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
อ้างอิง