Lump Sum VS DCA ต่างกันอย่างไร ลงทุนแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

Posted On 28 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
หากคุณกำลังคิดจะเริ่มลงทุน แต่ยังลังเลว่าจะ “ลงเงินทีเดียวดีไหม” หรือ “ค่อย ๆ ลงไปเรื่อย ๆ จะสบายใจกว่า” คุณไม่ได้ลังเลอยู่คนเดียว เพราะนี่คือคำถามยอดฮิตของนักลงทุนทุกวัย
บทความนี้ Krungsri The COACH อยากชวนคุณมาค่อย ๆ ทำความเข้าใจ 2 กลยุทธ์การลงทุนยอดนิยม ระหว่างการลงทุนเงินก้อนครั้งเดียวแบบ Lump Sum และการทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอแบบ DCA ว่าทั้งสองวิธีต่างกันอย่างไร เหมาะกับจังหวะชีวิตและเป้าหมายแบบไหน
Lump Sum คืออะไร ?
Lump Sum คือ การลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว ณ ราคาตลาดในขณะนั้น (Lump Sum Price) โดยไม่มีการทยอยจ่าย กลยุทธ์นี้มักนิยมใช้เมื่อนักลงทุนมีเงินก้อนอยู่ในมือ เช่น ได้รับเงินโบนัส เงินมรดก หรือเงินเก็บก้อนใหญ่ และคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์นั้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
หัวใจสำคัญของการจ่ายเงินลงทุนแบบ Lump Sum Payment คือ “จังหวะเวลา” หากนักลงทุนสามารถเข้าซื้อในจุดต่ำสุด และถือครองจนราคาปรับตัวสูงขึ้น จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากเงินต้นทั้งก้อนทันที ซึ่งต่างจากการทยอยลงทุนที่เม็ดเงินจะค่อยๆ เข้าสู่ระบบ
ข้อดีของการลงทุนแบบ Lump Sum
- ได้ผลตอบแทนสูงเมื่อเข้าลงทุนถูกจังหวะ : หากการซื้อขายของคุณอยู่ในช่วงเวลาที่ดีพอ เงินที่ได้ก็จะเป็นกำไรโดยส่วนมากไม่จำเป็นต้องถัวเฉลี่ยการขาดทุนจากตลาดขาลงแบบ DCA แต่อย่างใด
- เป็นการฝึกฝนการลงทุน : การลงทุนแบบ Lump Sum ถือเป็นการกระตุ้นให้ผู้ลงทุนศึกษาหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ DCA เน้นการลงทุนระยะยาว
ข้อจำกัดของการลงทุนแบบ Lump Sum
- โอกาสขาดทุนมากกว่า : เนื่องจากจังหวะตลาดไม่สามารถคาดเดาได้ 100% การลงทุนแบบ Lump Sum หากผู้ลงทุนไม่มีทักษะในการลงทุนมากพอก็จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง
- จำเป็นต้องมีเวลาติดตามการลงทุน : แม้ดูเหมือนใช้เวลาน้อย แต่ Lump Sum จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการศึกษาหาข้อมูล และติดตามจังหวะการลงทุน ไม่ช้า หรือเร็วเกินไป ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวอาจเป็นเดือน หรือเป็นปีเลยทีเดียว
DCA คืออะไร ?
DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน คือ การทยอยลงทุนด้วย
“จำนวนเงินที่เท่ากัน” ใน
“ช่วงเวลาที่กำหนดไว้” อย่างสม่ำเสมอ (เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน) โดยไม่สนใจว่าราคาหน่วยลงทุน หรือสภาวะตลาดในขณะนั้นจะเป็นอย่างไร
วิธีนี้จะช่วยตัดอารมณ์ความรู้สึกออกจากการตัดสินใจลงทุน ทำให้เราสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้จำนวนมากเมื่อราคาปรับตัวลง และซื้อได้จำนวนน้อยเมื่อราคาปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของเราไม่สูงจนเกินไปในระยะยาว
ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA
- ฝึกวินัยการลงทุนสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ : ลักษณะของ DCA คือ การให้นักลงทุนจัดสรรเงินมาลงทุนทุกเดือน นักลงทุนหน้าใหม่จึงต้องมีการวางแผนการเงินที่ดีเพื่อลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการจับจังหวะตลาดผิดพลาด : การลงทุน DCA เป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนก้อนใหญ่ แล้วจับจังหวะตลาดผิดพลาดได้เป็นอย่างดี
ข้อจำกัดของการลงทุนแบบ DCA
- ผลตอบแทนในการซื้อ-ขายตามจังหวะตลาดอาจน้อยลง : เนื่องจาก DCA เป็นการลงทุนโดยไม่สนใจการขึ้น-ลง ของตลาด ทำให้ผลตอบแทนในส่วนนี้มีโอกาสลดลง
- การทำ DCA ไม่ได้เหมาะกับสินทรัพย์ทุกประเภท : การ DCA จึงเหมาะกับสินทรัพย์ หรือกองทุนที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจระยะยาว หรืออย่างน้อยมูลค่าของสินทรัพย์ดังกล่าวควรอยู่ในช่วงขาขั้นในระยะเวลาที่เราต้องการลงทุน
Lump Sum VS DCA ควรเลือกลงทุนแบบไหนดี ?
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าวิธีไหนดีที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความเชี่ยวชาญ และจริตในการลงทุนของแต่ละบุคคล Krungsri The COACH ขอสรุปแนวทางเพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ดังนี้
ผู้ที่เหมาะกับการลงทุนแบบ Lump Sum
- นักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง : สามารถวิเคราะห์กราฟ เทคนิค หรือปัจจัยพื้นฐาน เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อได้อย่างแม่นยำ
- มีเงินก้อนเย็นเจี๊ยบ : เป็นเงินก้อนที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น และสามารถรับความเสี่ยงได้สูงหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- จิตใจเข้มแข็ง : ทนต่อความผันผวนของพอร์ตได้ดี ไม่หวั่นไหวแม้เห็นตัวเลขติดลบหนัก
ผู้ที่เหมาะกับการลงทุนแบบ DCA
- มือใหม่หัดลงทุน : หรือผู้ที่ดูเทรนด์ตลาดไม่เก่ง ไม่ต้องการมานั่งเฝ้ากราฟรายวัน
- มนุษย์เงินเดือน : ที่มีรายรับแน่นอนทุกเดือน และต้องการจัดสรรเงินออมมาลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว
- ผู้ที่ต้องการความสบายใจ : เน้นการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป ลดความเครียดจากความผันผวนของตลาด
เปรียบเทียบการลงทุนแบบ DCA กับลงทุน Lump Sum
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น Krungsri The COACH อยากชวนทุกคนมาดูสถานการณ์จำลอง หากเราเลือกลงทุนใน “กองทุน A” เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งมีกราฟราคาขึ้นลงตามสภาวะตลาด ดังนี้
การลงทุนแบบ DCA จากกราฟสมมติด้านบน การแบ่งเงินลงทุนเป็นก้อน ๆ แล้วทำการซื้อเป็นรายเดือน จะเห็นได้ชัดเลยว่าแม้ไม่มีตัวเลขการลงทุนชัดเจน แต่เม็ดเงินลงทุนที่ลงไปก็ยังสามารถถัวเฉลี่ยทำให้เกิดผลตอบแทนบ้างแม้ตลาดจะอยู่ในขาลงช่วงเดือนเมษายนและตุลาคม ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลอะไรมาก สามารถลงทุนในระยะยาวได้
ในทางกลับกันหากใช้การลงทุนแบบ Lump Sum การมองกราฟนี้ก็จะต่างออกไปทันที เพราะเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ลงทุนในครั้งเดียว หากเราจับจังหวะผิด ตัดสินใจลงทุนในช่วงเดือนมีนาคมแล้วทำการขายในเดือนถัดมา ย่อมขาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้านักลงทุนจับจังหวะถูกแล้วเลือกลงทุนในเดือนพฤษภาคม ผลตอบแทนที่ได้มาก็จะก้อนใหญ่กว่าการลงทุนแบบ DCA
จะเห็นได้ว่าการลงทุนแบบ DCA นั้นจะเป็นการกระจายความเสี่ยงคล้ายกับการหยอดกระปุก ทำให้โอกาสเสียเงินต้นน้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ได้ผลกำไรจากการลงทุนน้อยลงตามไปด้วย เนื่องจากเป็นการถัวเฉลี่ยเงินทุนในระยะยาว ขณะที่การลงทุนแบบ Lump Sum จะต้องใช้ทักษะในการลงทุนมากขึ้น หากมีการลงทุนในจุดต่ำสุด และรอขายเมื่อราคาขึ้น ก็มีโอกาสที่จะได้กำไรมากขึ้น ทว่าหากเผลอลงทุนตอนกราฟอยู่ในช่วงขาขึ้น แล้วตัวเลขเกิดการติดลบ โอกาสขาดทุนก็จะเพิ่มสูงขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
สรุป เลือกลงทุนให้ตรงจริต พิชิตเป้าหมายการเงิน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบ Lump Sum หรือ DCA เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย หากคุณมั่นใจในฝีมือและมีเงินก้อน การทำ Lump Sum Payment อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ต้องการความมั่นคง และวินัยในระยะยาว DCA คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการเอาชนะความผันผวน
สำหรับใครที่สนใจเริ่ม DCA เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว Krungsri The COACH ขอแนะนำกองทุนที่เหมาะกับการทยอยสะสม อย่างกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลแบรนด์อิควิตี้ (
KFGBRAND-A) ที่เน้นลงทุนในหุ้นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีความมั่นคงสูง หรือกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (
KFUSINDX-A) ที่เกาะดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ซึ่งมีประวัติการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว
หากคุณมีความสงสัยในการลงทุนแบบ DCA และ Lump Sum หรือต้องการปรึกษาการลงทุนในเชิงลึกขึ้น มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถติดต่อทีมผ่านช่องทางฮอตไลน์ได้ที่ 02-296-5959 จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น. หรือฝากข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับที่ บริการที่ปรึกษาทางด้านการเงินจากธนาคารกรุงศรี
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน • กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
หมายเหตุ: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหน่วยลงทุนให้กับ บลจ. กรุงศรี เท่านั้น
Krungsri Prompt :
“ทำไมการลงทุนแบบ DCA ถึงเหมาะกับทุกสภาวะตลาด แล้วสินทรัพย์แบบไหนที่เหมาะกับการลงทุนแบบ DCA”