กองทุน Thai ESG จับจังหวะลงทุนก่อนปลายปีให้คุ้มกว่า

Posted On 28 มีนาคม 2569
By Krungsri The COACH
หลายคนมักเลือกซื้อกองทุน Thai ESG ช่วงปลายปีเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่รู้หรือไม่ว่า การทยอยลงทุนระหว่างปีอาจให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า ทั้งในแง่โอกาสเติบโตและการกระจายความเสี่ยง
บทความนี้ Krungsri The COACH ได้สรุปแนวทางลงทุน Thai ESG พร้อมเหตุผลและตัวอย่างที่ช่วยให้วางแผนได้ดีกว่าการรอซื้อทีเดียวปลายปี
แล้วควรเริ่มลงทุนกองทุน Thai ESG ช่วงไหนถึงจะคุ้มที่สุด ? ไปทำความเข้าใจ Thai ESG ให้มากขึ้นกัน
กองทุน Thai ESG คืออะไร
กองทุน Thai ESG คือ กองทุนที่รัฐบาลไทยได้หันมาส่งเสริมกลุ่มธุรกิจยั่งยืนในประเทศอย่างจริงจัง ด้วยการผลักดันและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนกับธุรกิจที่มีแนวคิด ESG หรือแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) นอกเหนือจากการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน
กองทุน Thai ESG เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากออมเงินระยะยาว พร้อมลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ในประเทศ ที่ผ่านเกณฑ์ด้าน ESG ได้รับการรับรอง SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่ากองทุน (NAV) รวมถึงยังสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
กองทุน Thai ESG เหมาะกับใคร
หากกำลังลังเลว่ากองทุนนี้ตอบโจทย์เป้าหมายการเงินของคุณไหม ลองเช็กดูว่าคุณตรงกับคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่
- ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยมีระยะเวลาถือครองไม่นานจนเกินไป (เพียง 5 ปี)
- ผู้ที่ต้องการวงเงินลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม นอกเหนือจากโควตาของ RMF ที่มีอยู่เดิม
- ผู้ที่มองเห็นโอกาสสร้างผลตอบแทน และต้องการให้เงินเติบโตไปพร้อมกับหุ้นหรือธุรกิจที่ยั่งยืน (ESG)
ดังนั้น มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีไม่ควรพลาดการลงทุนใน กองทุน Thai ESG เพื่อเซฟเงินในกระเป๋า พร้อมเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
กองทุน Thai ESG และ RMF ต่างกันอย่างไร
“ระยะเวลาการถือครอง” และ
“วงเงินลดหย่อนภาษี” โดยกองทุน Thai ESG จะเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่รักษ์โลก ใช้ระยะเวลาถือครองเพียง 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) ก็สามารถขายคืนได้อย่างถูกเงื่อนไข ในขณะที่กองทุน RMF เป็นการลงทุนเพื่อการเกษียณที่ต้องถือครองยาวไปจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ (และต้องลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
นอกจากนี้ กองทุน Thai ESG ยังมีความพิเศษตรงที่ได้วงเงิน
ลดหย่อนภาษีแยกต่างหาก สูงสุด 300,000 บาท โดยไม่ต้องนำไปนับรวมกับโควตากลุ่มเกษียณ 500,000 บาทของกองทุน RMF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้เรามีพื้นที่ในการลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นนั่นเอง
3 ข้อดีของการลงทุนในกองทุน Thai ESG
นอกจากสิทธิประโยชน์เรื่องการประหยัดภาษีแล้ว การเลือกลงทุนในกองทุนที่คัดสรรบริษัทตามเกณฑ์ ESG ยังมอบข้อดีที่ส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนของคุณในหลายมิติ ดังนี้
1. ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงในการลงทุน
กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มมูลค่าของผู้ถือหุ้น (Shareholder Value) ได้ดีขึ้น ทำให้การลงทุนไม่ว่าจะเป็นทั้งตราสารหนี้ในลักษณะของการเป็นเจ้าหนี้ หรือตราสารทุนในลักษณะของการเป็นเจ้าของร่วมก็จะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่น้อยกว่า โดยเฉพาะเมื่อเกิดความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และตลาดทุนขึ้น ก็จะทำให้การลงทุนในตราสารยั่งยืนเหล่านี้มีมูลค่าที่เด่นชัดมากขึ้น
2. ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทที่อาจมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลในอนาคต
หากบริษัทปล่อยของเสียสู่อากาศ ปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ ลำคลอง ไม่ปลูกต้นไม้ ไม่ดูแลชุมชนโดยรอบบริษัท ไม่ดูแลพนักงาน ใช้แรงงานเด็ก หรือมีการติดสินบนและทุจริตคอร์รัปชัน จนถูกฟ้องร้อง ย่อมเกิดผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวได้
3. โอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาว
ปัจจัยด้านความยั่งยืนจะเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญไม่แพ้ปัจจัยด้านธุรกิจอื่น ๆ ที่จะเป็นตัวช่วยกำหนดทิศทางของธุรกิจ ผลประกอบการ อัตราการเติบโต รวมถึงมูลค่าของกิจการด้วย ซึ่งหากมีการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนก็มีโอกาสจะส่งผลโดยตรงต่อการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนของบริษัทตามไปด้วย
* ตัวช่วยลดหย่อนภาษี นักลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีระหว่างปี เมื่อลงทุนใน Thai ESG ตั้งแต่วันที่วันที่ 1 ม.ค. 67 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 69 ได้ 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งถ้าถือหน่วยลงทุนไว้ครบ 5 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่รวมกับการลดหย่อนภาษีจากกองทุนลดหย่อนภาษี RMF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
ซึ่งจากข้อดีของการลงทุนในกองทุน Thai ESG นี้ อาจทำให้หลายคนเกิดความสนใจกองทุนนี้กันมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าควรจะลงทุนตอนนี้เลยดีไหม หรือจะรอปลายปีเพื่อคำนวณสิทธิการลดหย่อนภาษีก่อนดี เรามีเหตุผลว่าการซื้อกองทุน Thai ESG ก่อนคุ้มกว่าอย่างไรมาให้ลองพิจารณากัน
กองทุน Thai ESG ซื้อก่อนปลายปีคุ้มกว่าอย่างไร
สำหรับคนที่ตั้งใจลงทุนอยู่แล้ว การทยอยลงทุนระหว่างปีก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ Krungsri The COACH จึงขอสรุปเหตุผลที่นักลงทุนมืออาชีพมักเลือกซื้อกองทุนตั้งแต่ต้นหรือระหว่างปี ดังนี้
ได้ระยะเวลาถือครองที่นานขึ้น
การที่เรารอใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อกองทุน Thai ESG ในช่วงปลายปี ถ้าเราไม่แบ่งเงินที่รับมาแต่ละเดือนไว้ เราอาจมีเงินไม่พอที่จะซื้อกองทุน Thai ESG ได้เต็มจำนวนที่ตั้งใจไว้ อีกทั้ง กองทุน Thai ESG ต้องถือ “ไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน)” นับจาก “วันที่ซื้อ” หากทยอยลงทุนก่อนปลายปีก็จะมีโอกาสครบกำหนดที่จะขายได้เร็วขึ้น หากเราลงทุนตั้งแต่ระหว่างปี เงินของเราก็มีโอกาสเติบโตได้มากกว่าการเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากเฉย ๆ ไปจนถึงปลายปี
ลดความเสี่ยง “ซื้อในราคาสูง” ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ DCA
เนื่องจากตลอดทั้งปีราคากองทุนรวมมีการปรับตัวขึ้นลงตลอด หากเราทยอยซื้อทุกเดือนก็จะทำให้ต้นทุนราคาเฉลี่ยถูกกว่าเก็บเงินซื้อเป็นก้อนในบางเดือนได้ แถมยังไม่ต้องคอยจับจังหวะการลงทุนให้ยุ่งยากอีกด้วย นอกจากนี้ในช่วงปลายปีราคากองทุนรวมอาจมีแนวโน้มสูงกว่าปกติเพราะมีความต้องการในการซื้อขายสูง
ตารางเปรียบเทียบตัวอย่างการลงทุนแบบ DCA และการลงทุนแบบครั้งเดียวปลายปี
จากตารางตัวอย่างการลงทุนจะเห็นได้ว่าต้นทุนเฉลี่ยแบบ DCA นั้นถูกกว่า ทำให้เราสามารถได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากกว่าการลงทุนแบบครั้งเดียวปลายปี เห็นอย่างนี้แล้วผู้ที่สนใจลงทุนก็สามารถเริ่มทุนกันได้ตั้งแต่วันนี้เลย แต่หากยังไม่รู้ว่าจะลงทุนกองทุน Thai ESG กองไหนดี เรามีประเภทของกองทุน และระดับความเสี่ยงมาแนะนำให้รู้จักเพิ่มเติมกันก่อน
ประเภทของกองทุน Thai ESG
- กลุ่มที่ 1 กลุ่มตราสารหนี้ เช่น Green Bond หรือ Social bond โดยจะมีระดับความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง และอยากได้ผลตอบแทนที่มากกว่าฝากเงินในธนาคาร
- กลุ่มที่ 2 กลุ่มผสม เช่น กองทุน Flexible ที่มีบางส่วนลงทุนในหุ้น ESG และบางส่วนลงทุนในตราสารหนี้ ESG โดยมีระดับความเสี่ยงปานกลาง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง และต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้น และเพื่อกระจายความเสี่ยง
- กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มหุ้นล้วน ที่ลงทุนในกลุ่มหุ้น ESG เท่านั้น โดยมีระดับความเสี่ยงสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น และยอมรับความเสี่ยงสูงได้
Krungsri The COACH ขอแนะนำกองทุน Thai ESG กองไหนดี น่าลงทุน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับหุ้น ESG พร้อมสิทธิลดภาษี
กองทุนหุ้น KFTHAIESG
- นโยบาย : สำหรับกองทุนหุ้น KFTHAIESG จะลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยสินทรัพย์หลักที่ลงคือ หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET หรือ MAI ซึ่งคัดเลือกมาแล้วว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้ลงทุนได้ รวมถึงโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในกลุ่ม ESG ด้วย
- ความเสี่ยง : ระดับ 6 เสี่ยงสูง โดยมีความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ
- เหมาะกับใคร : นักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นไทย รับความเสี่ยงได้ในระดับสูง
กองทุนตราสารหนี้ KFGBTHAIESG
- นโยบาย : ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับด้านความยั่งยืนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดย
- ประมาณ 80% ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐในกลุ่มความยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ ThaiBMA Government Bond ESG Index
- ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เงินฝาก เพื่อสร้างสภาพคล่อง
- ความเสี่ยง : ระดับ 3 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ
- เหมาะกับใคร : นักลงทุนที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยในกลุ่มความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม แม้การลงทุนในกองทุน Thai ESG มีข้อดีที่สำคัญหลายประการ ทั้งด้านโอกาสในผลตอบแทนระยะยาว แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและข้อควรระวังที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการลงทุนได้
*ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
*Thai ESG เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาวและสนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
Krungsri Prompt ให้ AI ช่วยวางแผนลงทุน สำหรับมือใหม่
หลังจากรู้จักกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG ไปแล้ว หากคุณอยากรู้จักกองทุนลดหย่อนภาษีอื่น ๆ เพิ่มเติม ลองใช้ Prompt เหล่านี้คุยกับ AI (เช่น ChatGPT หรือ Gemini) เพื่อหาไอเดียที่เหมาะกับตัวคุณ หรือสอบถามข้อมูลและขอคําแนะนํากับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ที่สาขาธนาคาร หรือ โทร 02-296-5959
Krungsri Prompt :
หลังจากอ่านบทความ กองทุน Thai ESG คืออะไร ทำไมควรทยอยซื้อก่อนถึงปลายปี (https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/taxes/tax-knowledge/thai-esg-fund-dca) ในฐานะมนุษย์เงินเดือน นอกจากกองทุน Thai ESG แล้ว ยังมีการลงทุนหรือสิทธิลดหย่อนภาษีตัวไหนอีกบ้างที่ควรต้องรู้จัก ? ช่วยลิสต์รายการสำคัญ ๆ อย่างกลุ่มกองทุนอื่น หรือประกันลดหย่อนภาษีมาให้ดูหน่อยว่าแต่ละตัวมีเงื่อนไขเบื้องต้นยังไงบ้าง เพื่อจะได้ศึกษาเป็นความรู้ไว้ใช้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม ขอข้อมูลจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือ
หมายเหตุ *ข้อมูลนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เชิงหลักการและการจำลองสถานการณ์เบื้องต้นเท่านั้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุนเป็นการเฉพาะเจาะจง
ทั้งนี้ แนะนำให้ท่านปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้วางแผนการลงทุนที่ได้รับอนุญาตเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของท่านก่อนดำเนินการใด ๆ โดยสามารถติดต่อผ่านช่องทางฮอตไลน์ได้ที่ 02-296-5959 จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น.
อ้างอิง