คู่มือลดหย่อนภาษี 2569 ใช้สิทธิอย่างไรให้คุ้มที่สุด

Posted On 06 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
การวางแผนลดหย่อนภาษีปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงวิธีช่วยประหยัดเงินภาษีเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการวางแผนการเงินและเตรียมความพร้อมในอนาคตอย่างรอบด้าน โดยการใช้สิทธิพื้นฐานในกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท, คู่สมรสไม่มีรายได้, สิทธิลดหย่อนบุตร, หรือค่าดูแลพ่อแม่ สามารถช่วยลดภาระภาษีได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน เครื่องมือในกลุ่มเงินออมเพื่ออนาคต เช่น SSF RMF ประกันชีวิต และประกันบำนาญ ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์ทั้งด้านภาษีและการสร้างเงินออมระยะยาว โดยเฉพาะประกันบำนาญที่ให้สิทธิลดหย่อนสูงสุดถึง 200,000 บาทต่อปี ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณ ซึ่งการวางแผนภาษีที่คุ้มค่าที่สุดควรเริ่มจากการประเมินรายได้ เลือกเครื่องมือให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต และผสมผสานสิทธิลดหย่อนหลายประเภท เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการประหยัดภาษี และการสร้างความมั่นคงในอนาคตอย่างยั่งยืน
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนก็เริ่มศึกษาเรื่องการวางแผนลดหย่อนภาษี เพื่อลดภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่แน่นอนว่าคำถามที่ตามมาก็คือ “จะลดหย่อนภาษีอย่างไรให้คุ้มที่สุด ?” เพราะการหักลดหย่อนอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยประหยัดภาษีในปีนี้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยให้เราวางแผนอนาคตได้อย่างคุ้มค่า ทั้งด้านการออม การลงทุน และการวางแผนเกษียณ
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับตัวเลือกการหักลดหย่อนต่าง ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจว่า ทางเลือกใดที่ให้ความคุ้มค่า และตอบโจทย์กับเป้าหมายอนาคตของตัวเองมากที่สุด
สิทธิลดหย่อนภาษี 2569 มีกลุ่มไหนบ้าง ?
การวางแผนลดหย่อนภาษี 2569 ให้คุ้มค่าที่สุด จำเป็นต้องเข้าใจว่าสิทธิการหักลดหย่อนมีอะไรบ้าง เพราะสิทธิเหล่านี้ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การดูแลครอบครัว รวมถึงการออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต
การรู้ว่าตนเองมีสิทธิลดหย่อนกลุ่มไหนบ้าง จะช่วยให้ใช้สิทธิได้ครบถ้วน ไม่เสียโอกาส และยังสามารถนำไปคำนวณเพื่อจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
กลุ่มส่วนตัว/ครอบครัว
สิทธิลดหย่อนกลุ่มนี้ เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้มีรายได้ทุกคนสามารถใช้เพื่อช่วยลดภาระจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวและการดูแลสมาชิกในครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว : สามารถลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อปี เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นเอกสารประกอบเพิ่ม
- คู่สมรสไม่มีรายได้ : หากคู่สมรสของคุณไม่มีรายได้ตลอดปีภาษี ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 60,000 บาท
- บุตรชอบด้วยกฎหมาย : สิทธินี้ให้แก่ผู้ที่มีภาระเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมาย
- บุตรคนที่ 1 และบุตรคนถัดไป ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2561 ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคนต่อปี
- บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคนต่อปี
- ใช้ได้ทั้งกรณีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม (บุตรบุญธรรมสูงสุด 3 คน)
- เงื่อนไข : บุตรต้องอายุไม่เกิน 25 ปีและยังศึกษาอยู่ หรืออายุไม่ถึง 20 ปี และต้องไม่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี (ยกเว้นเงินได้จากการลดหย่อนตามมาตรา 42)
- ค่าดูแลพ่อแม่หรือผู้พิการ : เป็นสิทธิลดหย่อนที่ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแลสมาชิกในครอบครัวที่มีอายุมากหรือมีความต้องการพิเศษ
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา : ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ซึ่งบุตรต้องเป็นผู้ดูแลจริง และสามารถใช้ลดหย่อนได้ทั้งพ่อแม่ของตนเองและพ่อแม่ของคู่สมรส รวมไม่เกิน 4 คน
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการหรือทุพพลภาพ : ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน โดยผู้พิการต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการ มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้ดูแลจริง มีหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ
กลุ่มเงินออมเพื่ออนาคต
- ประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์ : สิทธินี้ให้แก่ผู้ที่ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
- ประกันบำนาญ : สิทธินี้ให้แก่ผู้ที่ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) : ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท โดยต้องลงทุนต่อเนื่อง เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี และขายคืนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หลังจากถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม
กลุ่มเพื่อประโยชน์สาธารณะ
- เงินบริจาคเพื่อสาธารณกุศล : เงินบริจาคสามารถแบ่งสิทธิลดหย่อนออกเป็น 2 อัตราหลัก ดังนี้
- เงินบริจาคทั่วไป เช่น วัดวาอาราม, องค์กรการกุศลทั่วไป สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ
- เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนพิเศษ เช่น การศึกษา, การกีฬา, โรงพยาบาลของรัฐ หรือการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ในกรณีพิเศษ สามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ
กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
- Easy e-Receipt : ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาท ตามที่จ่ายจริง สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการที่มีใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2568
- ค่าลดหย่อนเที่ยวเมืองรอง : ลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการเที่ยวเมืองรอง ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2568 - 15 ธันวาคม 2568
- ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย : เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด ห้องชุด และอาคาร เป็นต้น สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าสร้างบ้านใหม่ : ลดหย่อนได้ 10,000 บาท ต่อจำนวนค่าก่อสร้างที่จ่ายจริงทุกหนึ่งล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องมีสัญญาจ้างที่ระบุระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 - 31 ธันวาคม 2568
แนะนำทางเลือกลดหย่อนภาษีที่คุ้มค่า
นอกจากสิทธิการหักลดหย่อนพื้นฐานแล้ว อีกหนึ่งวิธีวางแผนภาษีที่ให้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด และยังตอบโจทย์การเตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณ คือการใช้สิทธิลดหย่อนผ่าน “ประกันบำนาญ” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยสร้างรายได้ประจำอย่างมั่นคงหลังเกษียณ พร้อมให้สิทธิลดหย่อนในวงเงินที่สูง เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ด้านการออมประเภทอื่น
- ประกันบำนาญทำหน้าที่เป็นรายได้ประจำหลังเกษียณ โดยจะทยอยจ่ายคืนเป็นงวดรายปี ตั้งแต่อายุ 55 หรือ 60 ปี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ช่วยให้มีเงินใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในวัยที่ไม่มีรายได้จากงานประจำ ลดความเสี่ยงขาดสภาพคล่องในระยะยาว
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการรายได้ที่แน่นอน
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของประกันบำนาญ
- หักลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นหนึ่งในวงเงินลดหย่อนที่สูงที่สุดสำหรับการวางแผนอนาคต
- ยิ่งเริ่มทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งจ่ายเบี้ยได้น้อยกว่า และสามารถวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนให้คุ้มที่สุดในแต่ละปี
- ให้ความคุ้มค่าสองต่อ ทั้งลดหย่อนภาษีวันนี้ และได้เงินบำนาญในอนาคต
ประกันบำนาญเหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่อยากสร้างความมั่นคงด้านรายได้หลังเกษียณ
- คนทำงานวัย 25-45 ปีที่ต้องการเริ่มวางแผนระยะยาวและใช้ประโยชน์ลดหย่อนภาษีในทุกปี
- ผู้ที่มองหาเครื่องมือการเงินที่ให้ทั้งความคุ้มครองและผลตอบแทนแน่นอน ช่วยลดความเสี่ยงด้านรายได้ในอนาคต
เปรียบเทียบ : ลดหย่อนภาษีแบบไหนคุ้ม ตอบโจทย์เป้าหมายในชีวิต
วางแผนภาษียังไงให้คุ้มสุด ?
เริ่มจากวิเคราะห์รายได้ เพื่อประเมินภาระภาษีที่ต้องจ่าย
การวางแผนภาษีที่ดี ต้องเริ่มจากการรู้ว่าตนเองมีรายได้ประเภทใดและเท่าไรต่อปี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชัน รายได้พิเศษ หรือรายได้จากการลงทุน เมื่อรู้รายได้รวมแล้ว ให้นำมาประเมินภาษีที่ต้องจ่ายตามขั้นอัตราภาษี วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าควรใช้สิทธิลดหย่อนประเภทไหน เพื่อให้สามารถลดภาษีได้มากที่สุดโดยไม่จ่ายเกินความจำเป็น
วางแผนการหักลดหย่อนล่วงหน้า เพื่อกระจายความเสี่ยง และใช้สิทธิได้เต็มที่
การวางแผนล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางสิทธิต้องใช้เวลาสะสมหรือมีเพดานวงเงินต่อปี เช่น กองทุน RMF หรือประกันบางประเภท การวางแผนตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้ใช้สิทธิได้ครบ และไม่ต้องรีบตัดสินใจในช่วงปลายปี ซึ่งมักทำให้เลือกผลิตภัณฑ์ผิด หรือใช้สิทธิไม่ครบตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เพราะคุณสามารถกระจายการลงทุนหรือการชำระเบี้ยประกันได้ตลอดทั้งปี
เลือกเครื่องมือที่เหมาะกับเป้าหมายชีวิต
แม้เครื่องมือลดหย่อนจะมีหลายประเภท แต่ไม่ใช่ทุกแบบที่จะเหมาะกับทุกคน การเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตจึงสำคัญ เช่น หากต้องการสร้างรายได้หลังเกษียณและอยากได้ผลตอบแทนแบบคงที่ ประกันบำนาญจะตอบโจทย์มากกว่า แต่หากรับความผันผวนระยะยาวได้ และต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง RMF อาจเหมาะกว่า การเลือกเครื่องมือให้ตรงเป้าหมายจะทำให้คุณได้ทั้งประโยชน์ด้านภาษีและประโยชน์ทางการเงินในอนาคตอย่างแท้จริง
ผสมผสานหลายทางเลือก เพื่อให้ได้ทั้งลดหย่อนภาษี และผลประโยชน์ในระยะยาว
ไม่มีเครื่องมือใดเครื่องมือเดียวที่ครอบคลุมทุกด้าน ดังนั้น การผสมผสาน เช่น ใช้สิทธิพื้นฐานในกลุ่มครอบครัว ควบคู่ไปกับการลงทุน SSF เพื่อการออม และทำประกันบำนาญเพื่อเตรียมเงินเกษียณ จะช่วยให้คุณได้ประโยชน์ครบ ทั้งเรื่องลดหย่อนภาษี การป้องกันความเสี่ยง และการสร้างเงินก้อนในอนาคต การกระจายสิทธิแบบนี้ยังช่วยให้คุณไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งมากเกินไป และมีทางเลือกที่เหมาะสมกับเป้าหมายชีวิตในแต่ละช่วงอายุ
การวางแผนลดหย่อนภาษี คือโอกาสสำคัญในการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณต้องการเครื่องมือที่ช่วยได้มากกว่าการลดหย่อนระยะสั้น และยังให้ความคุ้มครองพร้อมความมั่นคงในอนาคต
ประกันบำนาญจากกรุงศรี คือหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะช่วยสร้างรายได้หลังเกษียณ ควบคู่ไปกับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
สามารถศึกษารายละเอียดประกันบำนาญ เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า และเลือกแบบที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณได้เลย
การเริ่มต้นวันนี้ คือก้าวสำคัญสู่ความมั่นใจในทุกช่วงของชีวิตการเงินของคุณ
ข้อมูลอ้างอิง :
- ลดหย่อนภาษี ปี2567. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.rd.go.th
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี
A : รายการลดหย่อนภาษี 2569 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท, คู่สมรสไม่มีรายได้, ลดหย่อนบุตร, ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่
- กลุ่มเงินออมเพื่ออนาคต เช่น กองทุน RMF, ประกันชีวิต, ประกันบำนาญ
- กลุ่มเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การบริจาค
- กลุ่มมาตรการรัฐ เช่น Easy e-Receipt, ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน
ควรตรวจสอบรายการหักลดหย่อนทุกปี เพื่อให้ใช้สิทธิได้ครบตามเกณฑ์ล่าสุดของกรมสรรพากร
A : การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 เริ่มจากรวมรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย แล้วนำยอดที่เหลือมาหักลดหย่อนต่าง ๆ จากนั้นจึงคำนวณภาษีตามขั้นอัตราภาษีแบบก้าวหน้า โดยผู้ยื่นภาษีสามารถใช้เครื่องมือคำนวณออนไลน์ของกรมสรรพากรเพื่อช่วยวางแผนก่อนยื่นจริง เพื่อให้ประมาณการภาษีได้อย่างถูกต้อง และใช้สิทธิลดหย่อนให้ครบถ้วน
A : การลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน RMF ในปี 2569 สามารถนำเบี้ยหรือเงินลงทุนมาหักลดหย่อนได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด โดยต้องซื้ออย่างต่อเนื่องจนถึงอายุที่กำหนดและมีเพดานลดหย่อนตามกฎหมาย ส่วนทั้ง SSF และ LTF ไม่มีสิทธิลดหย่อนภาษีในปี 2569 นี้
A : ประกันชีวิตสามารถลดหย่อนได้ตามเพดานที่กำหนด เช่น ประกันชีวิตทั่วไป และประกันบำนาญ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาทต่อปี ส่วนประกันสุขภาพสามารถนำเบี้ยประกันบางประเภทมาหักลดหย่อนตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร การตรวจสอบเงื่อนไขในปีภาษี 2569 เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละแบบมีเพดานและข้อกำหนดไม่เหมือนกัน
A : การบริจาคเพื่อสาธารณกุศลสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามเกณฑ์ของหน่วยงานที่รับบริจาค ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น การบริจาคเพื่อสนับสนุนสถานศึกษา สามารถลดหย่อนตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด สิทธิลดหย่อนกลุ่มนี้ช่วยเพิ่มโอกาสประหยัดภาษีควบคู่ไปกับการสนับสนุนสังคม
A : การวางแผนภาษีให้จ่ายน้อยที่สุดในปี 2569 ควรเริ่มจากการประเมินรายได้ทั้งปี แล้วเลือกใช้สิทธิลดหย่อนพื้นฐานให้ครบ จากนั้นพิจารณาเครื่องมือด้านการออมและการลงทุนที่ให้สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติม เช่น กองทุน RMF ประกันชีวิต หรือประกันบำนาญ การผสมผสานหลายวิธีจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความคุ้มค่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
A : การยื่นภาษีบุคคลธรรมดาปี 2569 ออนไลน์สามารถทำผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร เพียงเข้าสู่ระบบกรอกข้อมูลรายได้ เลือกใช้สิทธิลดหย่อนและค่าลดหย่อนต่าง ๆ จากนั้นตรวจสอบความถูกต้องและยืนยันการยื่นแบบ ระบบจะคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ พร้อมแสดงยอดต้องชำระหรือยอดคืนภาษี ซึ่งการยื่นออนไลน์เป็นช่องทางที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในการคำนวณได้อย่างมาก