สรุปภาษีขั้นบันได 2570
รอบรู้เรื่องภาษี

สรุปภาษีขั้นบันได 2570 พร้อมวิธีรับมือรายได้ที่สูงขึ้น

icon-access-time Posted On 19 กันยายน 2569
By Krungsri The COACH
หลายคนรู้ว่าต้องเสียภาษีทุกปี แต่พอถึงเวลาคำนวณจริง ก็อาจยังไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายเท่าไร โดยเฉพาะเมื่อภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณแบบขั้นบันได ซึ่งอาจทำให้การวางแผนค่าใช้จ่ายและเงินเก็บคลาดเคลื่อนไปจากที่ตั้งใจ

แต่เรื่องภาษีไม่ได้ยุ่งยากเสมอไป Krungsri The COACH ชวนมาทำความเข้าใจวิธีคำนวณภาษีแบบขั้นบันได พร้อมสูตรที่ช่วยให้คุณประเมินภาษีที่ต้องจ่ายได้ง่ายขึ้น และแนวทางวางแผนภาษีอย่างเหมาะสม เพื่อให้ยื่นภาษีได้อย่างมั่นใจ ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้คุ้มค่า และจัดการเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีกี่แบบ ?

วิธีคำนวณภาษีขั้นบันได 2570

กรมสรรพากรได้กำหนดวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ 2 รูปแบบ คือ วิธีคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย และวิธีคำนวณภาษีขั้นบันได ซึ่งมีสูตรการคำนวณแตกต่างกันตามประเภทและที่มาของรายได้
 

วิธีที่ 1 การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย

 
ภาษีแบบเหมาจ่าย

เป็นวิธีคำนวณภาษีสำหรับคนที่มีรายได้จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น งานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ หรือวิชาชีพอิสระ ที่รวมกันแล้วมากกว่า1,000,000 บาทขึ้นไป โดยจะคำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้ทั้งหมดที่ไม่ใช่เงินเดือน
 
สูตรคำนวณอัตราภาษีแบบเหมาจ่าย

รายได้รวม x 0.005 = ภาษีที่ต้องชำระ

หมายเหตุ : ถ้าคำนวณแล้วได้ค่าภาษีไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนนี้
 

วิธีที่ 2 การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

เป็นวิธีคำนวณภาษีพื้นฐานสำหรับผู้มีรายได้ประจำหรือมนุษย์เงินเดือน โดยนำ “เงินได้สุทธิ” (รายได้ทั้งหมด หักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน) มาคำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได ยิ่งมีเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษีที่ต้องเสียก็ยิ่งปรับสูงขึ้นตาม

ข้อควรรู้ : สำหรับผู้ที่มีรายได้หลายทางนอกเหนือจากเงินเดือน หากคำนวณภาษีแบบเหมาจ่ายแล้วได้ยอดภาษีเกิน 5,000 บาท กรมสรรพากรจะทำการเปรียบเทียบยอดภาษีระหว่าง “วิธีขั้นบันได” กับ “วิธีเหมาจ่าย” และจะเลือกใช้ยอดภาษีที่คำนวณได้สูงกว่าเป็นเกณฑ์ในการจัดเก็บ

5 ขั้นตอนคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได

สำหรับคนทำงานที่อยากเข้าใจขั้นตอนการคำนวณภาษีขั้นบันไดให้เห็นภาพชัดเจน Krungsri The COACH สรุป 5 ขั้นตอนการคำนวณมาให้ทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้
 

ขั้นตอนที่ 1 : สรุปรายได้ตลอดทั้งปีของตัวเอง

 
สรุปรายได้ทั้งปี

รวบรวมรายได้ทุกประเภทที่ได้รับตลอดปีภาษี เช่น การยื่นภาษีในปี 2570 ให้ใช้ยอดรายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2569 พร้อมตรวจสอบเอกสารใบ 50 ทวิ ให้ถูกต้อง
 

ตัวอย่างรายได้ที่ต้องเสียภาษี

  • เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง และโบนัส
  • เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ให้
  • รายได้จากงานฟรีแลนซ์ หรือวิชาชีพอิสระ
  • เงินได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบ้าน
  • เงินได้จากการลงทุน เช่น เงินปันผล (สามารถเลือกยื่น หรือไม่ยื่นรวมก็ได้)
 

ขั้นตอนที่ 2 : เช็กรายการลดหย่อนภาษีที่ตัวเองมี

รวบรวมรายการลดหย่อนภาษีทั้งหมดเพื่อนำไปหักลบกับรายได้ ซึ่งจะช่วยลดฐานเงินได้สุทธิ และลดภาระภาษีลงได้ทันที

ตัวอย่างรายการลดหย่อนภาษี (ยื่นภาษีในปี 2570)
  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว : 60,000 บาท (ได้สิทธิ์ทุกคนที่ยื่นภาษี)
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส (ที่ไม่มีเงินได้) : 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตร : คนละ 30,000 - 60,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  • ค่าลดหย่อนบิดามารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกินเกณฑ์) : คนละ 30,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือทุพพลภาพ (ที่มีบัตรประจำตัว) : คนละ 60,000 บาท
  • ค่าฝากครรภ์ และทำคลอด : หักตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกินท้องละ 60,000 บาท
  • เงินสมทบกองทุนประกันสังคม : หักตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิต และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ : หักตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
 

ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณเงินได้สุทธิของตัวเอง

นำตัวเลขรายได้มาเข้าสูตรเพื่อหา “เงินได้สุทธิ” ซึ่งเป็นฐานจริงในการคำนวณภาษี
 
​​สูตรคำนวณเงินได้สุทธิ

​เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ​
 

ขั้นตอนที่ 4 : เช็กขั้นบันไดภาษีของตัวเอง

นำเงินได้สุทธิไปเทียบกับตารางอัตราภาษีขั้นบันได เพื่อเช็กว่าตกอยู่ในเกณฑ์อัตราภาษีเท่าไร

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได ปี 2570
 
เงินได้สุทธิตั้งแต่ เงินได้สุทธิจำนวนสูงสุดของขั้น อัตราภาษี ภาษีสูงสุดในแต่ละขั้นเงินได้ ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น
0 - 150,000 บาท 150,000 บาท 5 ยกเว้น* 0 บาท
เกิน 150,000 - 300,000 บาท 150,000 บาท 5 7,500 บาท 7,500 บาท
เกิน 300,000 - 500,000 บาท 200,000 บาท 10 20,000 บาท 27,500 บาท
เกิน 500,000 - 750,000 บาท  250,000 บาท 15 37,500 บาท 65,000 บาท
เกิน 750,000 - 1,000,000 บาท 250,000 บาท 20 50,000 บาท 115,000 บาท
เกิน 1,000,000 - 2,000,000 บาท  1,000,000 บาท 25 250,000 บาท 365,000 บาท
เกิน 2,000,000 - 5,000,000 บาท 3,000,000 บาท 30 900,000 บาท 1,265,000 บาท
เกิน 5,000,000 บาท ขึ้นไป   35    

ขั้นตอนที่ 5 : คำนวณภาษีขั้นบันไดของตัวเองได้เลย

นำเงินได้สุทธิในแต่ละขั้นมาคูณกับอัตราภาษีของขั้นนั้น ๆ แล้วนำผลลัพธ์มารวมกัน

ตัวอย่าง : นาย A มีเงินเดือน 50,000 บาท/เดือน (รายได้ทั้งปี 600,000 บาท) มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท สามารถคำนวณภาษีแบบอัตราขั้นบันไดได้ดังนี้
  1. เงินได้ทั้งปี : 600,000 บาท
  2. หักค่าใช้จ่าย : 100,000 บาท (คิดจาก 50% ของเงินได้ทั้งปี โดยหักได้สูงสุด 100,000 บาท)
  3. หักค่าลดหย่อน : 60,000 (ส่วนตัว) + 9,000 (ประกันสังคม) = 69,000 บาท
  4. เงินได้สุทธิ : 600,000 - 100,000 - 69,000 = 431,000 บาท
  5. คำนวณภาษี :
    • ขั้นที่ 1 (0 - 150,000) : ได้รับการยกเว้น = 0 บาท
    • ขั้นที่ 2 (150,001 - 300,000) : (300,000 - 150,000) x 5% = 7,500 บาท
    • ขั้นที่ 3 (300,001 - 500,000) : (431,000 - 300,000) x 10% = 13,100 บาท

สรุปผลการคำนวณ : นาย A จะต้องชำระภาษีตามขั้นบันไดตั้งแต่ขั้นที่ 1 – 2 รวมเป็นเงิน 0 + 7,500 + 13,100 = 20,600 บาท

เงินเดือนเท่านี้ ต้องเสียภาษีเท่าไร ?

เงินเดือนเท่านี้ เสียภาษีเท่าไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราได้คำนวณภาษีเบื้องต้นสำหรับมนุษย์เงินเดือนในแต่ฐานเงินเดือนมาให้แล้ว โดยจะมีการหักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีพื้นฐาน (ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท) ไปแล้ว ได้จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายดังนี้
 
ฐานเงินเดือน (บาท) รายได้ต่อปี (บาท) เงินได้สุทธิ (บาท) ภาษีที่ต้องจ่าย (บาท)
15,000 180,000 21,000 ยกเว้นภาษี
20,000 240,000 71,000 ยกเว้นภาษี
30,000 360,000 191,000 2,050
40,000 480,000 311,000 8,600
50,000 600,000 431,000 20,600
60,000 720,000 551,000 35,150
70,000 840,000 671,000 53,150
80,000 960,000 791,000 73,200
90,000 1,080,000 911,000 97,200
100,000 1,200,000 1,031,000 122,750
หมายเหตุ : จำนวนภาษีที่ต้องชำระจริงอาจน้อยลง หากคุณมีสิทธิลดหย่อนภาษีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าลดหย่อนบุตร/บิดามารดา, เบี้ยประกัน, กองทุน SSF/RMF, หรือดอกเบี้ยบ้าน เป็นต้น

Tip : การถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายใน ใบ 50 ทวิ ทุกเดือนไม่ได้แปลว่า เราจ่ายภาษีครบพอดีเสมอไป การคำนวณยื่นภาษีอย่างถูกต้องจะช่วยเช็กว่าเราจ่ายเกินไปหรือไม่ เพื่อรักษาสิทธิ์ขอคืนเงินภาษีมาเป็นเงินออมเพิ่มได้

Krungsri The COACH แนะนำ : ทริกวางแผนจัดการภาษี พร้อมรับมือเมื่อรายได้สูงขึ้น

เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ฐานภาษีขั้นบันไดก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย กลยุทธ์สำคัญคือการสำรวจว่า “เงินได้สุทธิ” ของคุณอยู่ใกล้ช่วงคาบเกี่ยวของขั้นบันไดภาษีหรือไม่

ยกตัวอย่างเช่น
  • หากเงินได้สุทธิของคุณอยู่ที่ 510,000 บาท
  • ส่วนที่เกินมา 10,000 บาทจะถูกคิดภาษีในอัตรา 15% (แทนที่จะเป็น 10%)

แต่ถ้าคุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมอีกเพียง 10,001 บาท (เช่น การลงทุนในกองทุน SSF, RMF หรือ Thai ESG) เงินได้สุทธิก็จะลดลงมาเหลือไม่เกิน 500,000 บาท ทำให้ประหยัดภาษีในส่วนนั้นได้ทันที

การวางแผนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อการลดหย่อนภาษีโดยอิงจากขั้นบันไดภาษีของตัวเอง จึงเป็นวิธีบริหารจัดการเงินที่สร้างความคุ้มค่าได้อย่างสูงสุด

สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี หรืออยากได้ผู้ช่วยวางแผนภาษีอย่างยั่งยืน สามารถติดต่อทีมที่ปรึกษาด้านการลงทุน ผ่านช่องทางฮอตไลน์ได้ที่ 02-296-5959 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 น.- 17.00 น.

วางแผนภาษีตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

วางแผนภาษ

การทำความเข้าใจวิธีคำนวณภาษีขั้นบันไดไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามหน้าที่กฎหมาย แต่คือหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลอย่างมีระบบ
 
  • เช็กฐานภาษี : ประเมินรายได้ และเงินได้สุทธิ เพื่อดูว่าตกอยู่ในขั้นบันไดภาษีระดับใด
  • วางแผนลดหย่อน : เลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านประกัน และการลงทุนอย่างเหมาะสมเพื่อดึงฐานภาษีให้ต่ำลง
  • สร้างความมั่งคั่ง : เปลี่ยนเงินที่ต้องจ่ายภาษีมาเป็นเงินออม และการลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว

ยิ่งคุณเริ่มต้นวางแผนภาษีล่วงหน้าได้รวดเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น และพร้อมเปลี่ยนภาระภาษีให้เป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณภาษีขั้นบันได

ภายใต้ระบบ Negative Income Tax ในปี 2570 เป็นต้นไป ประชาชนทุกคนที่มีรายได้จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลยืนยันรายได้ หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะได้รับการยกเว้นภาษี และอาจได้รับสวัสดิการช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่หากรายได้ถึงเกณฑ์ก็ชำระภาษีตามปกติ
การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 สำหรับปีภาษี 2569 กำหนดให้ยื่นภายในวันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2570 (สำหรับการยื่นแบบออนไลน์มักได้รับการขยายเวลาเพิ่มเติมตามประกาศกรมสรรพากร)
สามารถ ยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ E-Filing ของกรมสรรพากรได้เลย มีข้อดีตรงที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย
ก่อนยื่นภาษี ควรเตรียมเอกสารสำคัญเหล่านี้ให้พร้อม เพื่อความรวดเร็ว และถูกต้องในการกรอกข้อมูล
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
  • เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี เช่น ใบรับรองการซื้อหน่วยลงทุน SSF/RMF/Thai ESG, หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน, ใบเสร็จรับเงินบริจาค
  • เอกสารเกี่ยวกับรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)

อ้างอิง

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ฉันเพิ่งอ่านบทความวิธีคำนวณภาษีขั้นบันได 2570 ของ Krungsri The COACH จบแล้ว อยากเข้าใจกระบวนการหลังการยื่นภาษีเพิ่มเติม ช่วยอธิบายขั้นตอน และเงื่อนไขการขอคืนเงินภาษี (Tax Refund) การเตรียมความพร้อมเรื่องบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน ข้อควรระวังเพื่อป้องกันเอกสารตกหล่น และวิธีติดตามสถานะการยื่นภาษีด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา