รวมเรื่องที่ต้องรู้ ก่อนลดหย่อนภาษีบิดามารดาด้วย ล.ย. 03

Posted On 20 สิงหาคม 2569
By Krungsri The COACH
เมื่อพูดถึงตัวช่วยลดหย่อนภาษี คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึง กองทุนลดหย่อนภาษีอย่างเช่น RMF หรือ Thai ESG หรือไม่ก็การใช้สิทธิประโยชน์จากประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี จนลืมไปว่า หากคุณมีพ่อแม่ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และไม่มีรายได้ ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าเลี้ยงดูพ่อและแม่ได้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 60,000 บาท
เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ที่ควรได้รับ บทความนี้ Krungsri The COACH จะพาคุณไปเช็กเงื่อนไข และวิธีกรอกแบบ
ล.ย. 03 แบบเข้าใจง่ายกัน
รู้จักสิทธิ์ลดหย่อนภาษีบิดามารดา สำหรับเดอะแบกของครอบครัว
สิทธิ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ คือ สิทธิประโยชน์ทางกฎหมายตามมาตรา ๔๗ (๑) (ญ) แห่งประมวลรัษฎากรที่มอบให้แก่ผู้มีรายได้ที่มีหน้าที่เลี้ยงดู และอุปการะบิดามารดา รวมทั้งบิดามารดาของคู่สมรส โดยคุณสามารถนำสิทธิ์ตรงนี้มาหักลดหย่อนเพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องนำไป
คำนวณภาษี ทำให้ยอดภาษีที่ต้องจ่ายจริงลดลง ถือเป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับคนทำงานที่ดูแลครอบครัว
ใครสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบิดามารดาได้บ้าง
คุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้ หากมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้
1. บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดา
ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็น บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ของบิดามารดาที่นำมาลดหย่อน เช่น
- บิดามารดาจดทะเบียนสมรส
- หรือบิดามารดาจดทะเบียนรับรองบุตร
หมายเหตุ: บุตรบุญธรรม ไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากบิดามารดาบุญธรรมได้
2. เป็นผู้มีเงินได้ที่มีหน้าที่เสียภาษี
ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็นผู้มีเงินได้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมีสิทธิ์ใช้ค่าลดหย่อนตามกฎหมาย
3. เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
บิดามารดาต้องอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน
เคลียร์ชัด กรณีมีพี่น้องหลายคน แบ่งสิทธิ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ได้ไหม?
หากมีพี่น้องหลายคน สิทธิ์ลดหย่อนของพ่อหรือแม่ 1 คน จะสามารถให้ลูกนำไปใช้ได้เพียง “
คนเดียวเท่านั้น” ไม่สามารถนำสิทธิ์มาแบ่งครึ่ง หรือยื่นซ้ำพร้อมกันได้ พี่น้องจึงต้องตกลงกันให้ดีก่อนยื่นภาษี เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกระบบปฏิเสธการใช้สิทธิ์ย้อนหลัง
คุณสมบัติบิดามารดาที่เข้าเกณฑ์ลดหย่อนภาษีได้
เมื่อพบว่าคุณสมบัติของเราตรงเกณฑ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด อย่าลืมเช็กเงื่อนไขของคุณพ่อคุณแม่ให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่เกิดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบเอกสารภายหลัง โดยมีเกณฑ์สำคัญที่ต้องตรวจสอบ ดังนี้
- บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในปีภาษีที่นำมาลดหย่อน
- บิดามารดาต้องมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
- บิดามารดามีเงินได้พึงประเมินรวมทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท
- บิดามารดาต้องอยู่ในความดูแลอุปการะเลี้ยงดูของคุณ
แล้วถ้าบิดามารดาได้รับเงินปันผลจากการลงทุน เงินผลประโยชน์จากการทำประกัน หรือดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เกิน 30,000 บาทต่อปี ลูกจะยังใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ได้ไหม ? คำตอบคือ “ไม่ได้” เพราะเงินเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มเงินได้พึงประเมินเช่นกัน
ลดหย่อนภาษีบิดามารดา ได้สิทธิ์คนละเท่าไร ?
การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการดูแลบิดามารดา มีการกำหนดจำนวนเงินที่สามารถนำมาหักลดหย่อนไว้อย่างชัดเจน โดยสรุปตัวเลขสิทธิ์หลักที่สามารถนำมาใช้ได้ดังนี้
- ลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา : 30,000 บาท
- ลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูมารดา : 30,000 บาท
- รวมสิทธิ์ของบิดาและมารดาตนเองสูงสุด : 60,000 บาท
แล้วพ่อแม่คู่สมรสลดหย่อนภาษีได้ไหม ? ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้เลยตลอดทั้งปี และคุณเป็นผู้รับหน้าที่เลี้ยงดูบิดามารดาของคู่สมรสด้วย สามารถนำบิดามารดาของคู่สมรสมาลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีกคนละ 30,000 บาท ทำให้มีโอกาสได้รับสิทธิ์ลดหย่อนรวมของบิดามารดาของตนเองด้วย สูงสุดถึง 120,000 บาท
ตัวอย่างการคำนวณลดหย่อนภาษีบิดามารดา
ลองมาดูตารางเปรียบเทียบการนำสิทธิ์ไปใช้คำนวณในสถานการณ์ที่แตกต่างกันของแต่ละครอบครัว เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน และเข้าใจง่ายที่สุด
3 ขั้นตอนลดหย่อนภาษีพ่อแม่ผ่านแบบฟอร์ม ล.ย. 03
ในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบิดามารดาจะต้องใช้เอกสาร คือ เลขประจำตัวประชาชนของบิดามารดา และหลักฐานยืนยันความเป็นบุตร เช่น สูติบัตร
นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่สำคัญที่สุดคือ “
แบบ ล.ย. 03” หรือเรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า “
หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา” ซึ่งเป็นเอกสารที่บิดา หรือมารดาลงลายมือชื่อเพื่อยืนยันว่า ยินยอมให้ลูกคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ใช้
สิทธิลดหย่อนภาษีในปีนั้น โดยเอกสารชิ้นนี้จะช่วยเป็นหลักฐานป้องกันไม่ให้เกิดการยื่นสิทธิ์ซ้ำซ้อนกันในหมู่พี่น้อง
1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ล.ย. 03
เพื่อความถูกต้อง และปลอดภัยในการยื่นภาษี คุณสามารถเข้าไป
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ล.ย. 03 เวอร์ชันทางการล่าสุดได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร เพื่อนำพิมพ์ออกมาใช้งาน และเตรียมให้คุณพ่อคุณแม่เซ็นรับรองสิทธิ์ได้ทันที
2. กรอกแบบ ล.ย. 03 ให้ถูกต้องครบถ้วนใน 3 ขั้นตอน
หลังจากดาวน์โหลด และพิมพ์เอกสารออกมาเรียบร้อยแล้ว สามารถลงมือกรอกข้อมูลตามขั้นตอนได้ทันที เพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อนนำไปยื่นภาษีจริง
- กรอกข้อมูลบิดามารดา : ระบุชื่อ นามสกุล อายุ และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของคุณพ่อหรือคุณแม่ที่เป็นผู้ให้สิทธิ์
- กรอกข้อมูลบุตรผู้ใช้สิทธิ์ : ใส่ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของคุณ พร้อมระบุปีภาษีที่ต้องการยื่นให้ชัดเจน
- ลงชื่อรับรองความถูกต้อง : ให้บิดา หรือมารดาลงชื่อในช่องผู้ให้คำรับรอง และตัวคุณลงชื่อในช่องผู้รับคำรับรอง
3. นำข้อมูลไปยื่นภาษีและเก็บเอกสารไว้
เมื่อเตรียมเอกสาร และลงนามในแบบ ล.ย. 03 เรียบร้อยแล้ว คุณก็พร้อมนำข้อมูลชุดนี้ไปใช้ยื่นหักลดหย่อนภาษีออนไลน์ได้ทันที ช่วยให้การรักษาสิทธิ์ของคุณเสร็จสิ้นอย่างถูกต้อง และรวดเร็ว
- กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนบิดามารดาในระบบ e-Filing หรือแบบกระดาษ
- เก็บ แบบ ล.ย.03 และเอกสารประกอบไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้แสดงต่อกรมสรรพากรหากมีการตรวจสอบภายหลัง
อย่าลืม 3 ข้อที่ต้องทำก่อนยื่นลดหย่อนภาษีบิดามารดา
สุดท้ายนี้ การดูแลคุณพ่อคุณแม่วัยเกษียณ ไม่ได้มีแค่เรื่องความใส่ใจ แต่ยังมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่ายา หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หากคุณเป็นคนที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ อย่าปล่อยให้เสียสิทธิ์ที่ช่วยประหยัดเงินได้ โดยเฉพาะ
สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบิดามารดาที่ช่วยลดภาระภาษี ทำให้คุณมีเงินเหลือสำหรับดูแลคุณพ่อคุณแม่ หรือเก็บไว้รับมือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้มากขึ้น โดยมีเช็กลิสต์ 3 ข้อที่ควรรู้ ดังนี้
- ตรวจสอบคุณสมบัติของพ่อแม่ว่าผ่านเงื่อนไขไหม
- ตกลงสิทธิ์ในกลุ่มพี่น้องให้ชัดเจน ป้องกันไม่ให้เกิดการยื่นสิทธิ์ซ้ำซ้อนกัน
- ดาวน์โหลดแบบ ล.ย. 03 และจัดการกรอกเอกสารให้เรียบร้อยก่อนยื่นภาษี
เพียงเตรียมความพร้อมตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณก็สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง และราบรื่น ช่วยให้การบริหารเงินเพื่อดูแลครอบครัวเป็นเรื่องง่าย และคุ้มค่าที่สุด
อ้างอิง