รู้จัก 5 ตัวช่วยลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา

Posted On 02 ตุลาคม 2569
By Krungsri The COACH
ช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนคงเริ่มมองหาตัวช่วยเพื่อวางแผนภาษี และเช็กสิทธิลดหย่อนต่าง ๆ ที่ตัวเองมีอยู่ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดความคุ้มค่าที่สุดก่อนสิ้นปี
แล้วปีนี้เราลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?
ลดหย่อนภาษีด้วยอะไรได้บ้าง ?
Krungsri The COACH จะมาอัปเดต 5 สิทธิลดหย่อนภาษีสำคัญประจำปี 2569 เพื่อนำไปเตรียมตัวยื่นภาษีในปี 2570 ไม่เพียงช่วยให้บริหารภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยวางแผนการออมและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมพร้อมเผยเคล็ดลับการวางแผนภาษีแบบฉบับมนุษย์เงินเดือนที่ทำตามได้ง่าย ๆ
รวม 5 สิทธิลดหย่อนภาษีที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้จัก
เพื่อให้การ
วางแผนภาษีของคุณง่ายขึ้น เราได้จัดประเภทสิทธิลดหย่อนภาษียอดนิยมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน มาเช็กกันดูว่าคุณใช้สิทธิ์เหล่านี้ครบหรือยัง
1. กองทุนลดหย่อนภาษี (Thai ESG/Thai ESGX & RMF)
สำหรับสายลงทุนที่ต้องการวางแผนการออมและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี กองทุนทั้ง 2 ประเภทเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
สำหรับนักลงทุนที่อยาก “ต่อยอดเงินลงทุน” ควบคู่ไปพร้อมกับ “การลดหย่อนภาษี” กองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ทไทยเพื่อความยั่งยืน (
KFTHAIESG) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยจะมีจุดเด่นตรงที่เน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำของไทยที่มีความโดดเด่นด้าน ESG ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากดัชนี SETESG ของตลาดหลักทรัพย์ฯ มาพร้อมกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกประมาณ 10% ของพอร์ต เพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากดัชนีอ้างอิง
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกลงทุนได้ 2 รูปแบบ คือ
- KFTHAIESGA (ชนิดสะสมมูลค่า) สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทาง
- KFTHAIESGD (ชนิดจ่ายเงินปันผล) สำหรับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดจากเงินปันผล
ทำให้คุณสามารถเลือกลงทุนที่สอดคล้องกับความต้องการรับผลประโยชน์จากการลงทุนของตนได้นั่นเอง
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุน Thai ESG เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาว และสนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
สอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ที่สาขาธนาคาร หรือ โทร 0 2296 5959
หมายเหตุ : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.กรุงศรี เท่านั้น
2. ประกันชีวิตและสุขภาพ
สำหรับชาวออฟฟิศที่มักพบเจอปัญหาสุขภาพ การทำประกันไม่ได้เป็นเพียงการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงในชีวิต แต่เบี้ยประกันยังเป็นหนึ่งในตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่มีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างวินัยทางการออมได้เป็นอย่างดี
หากคุณมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อการออมเงินระยะสั้น และสิทธิลดหย่อนภาษี
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ กรุงศรี สุดคุ้ม 11/5 (มีเงินปันผล) เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ แค่ชำระเบี้ยประกันเพียง 5 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองยาวนานถึง 11 ปี ที่สำคัญคือสมัครง่าย ไม่ต้องตรวจ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ* พร้อมรับเงินคืนตั้งแต่สิ้นปีแรก และรับผลประโยชน์เมื่อครบกำหนดสัญญา ช่วยให้การวางแผนการเงินได้ตามเป้าหมายของแต่ละบุคคล
*การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันชีวิต เป็นผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัยและรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยเท่านั้น รับประกันโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
3. ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย
สำหรับคนที่มีภาระผ่อนบ้าน หรือคอนโด อย่าลืมว่าดอกเบี้ยที่เราจ่ายไปในแต่ละปี สามารถนำมาใช้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน อย่าลืม “
แจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร” เนื่องจากตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรสำหรับสัญญากู้ยืมตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ผู้กู้จะต้องแจ้งความประสงค์ต่อธนาคาร เพื่อให้ธนาคารนำส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้แก่กรมสรรพากร ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ถูกต้อง และครบถ้วน
4. ประกันสังคม / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีพื้นฐานที่หลายคนอาจมองข้ามไป เพราะเป็นการหักจ่ายจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติในทุก ๆ เดือน อย่าลืมนำยอดเงินสมทบกองทุนประกันสังคม (สูงสุด 10,500 บาทต่อปี) และเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่เราจ่ายไปตลอดทั้งปีมารวมเป็นค่าลดหย่อนด้วย โดยสามารถตรวจสอบยอดรวมได้ง่าย ๆ จากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ที่ได้รับจากบริษัท
สำหรับผู้ที่วางแผนจะเปลี่ยนงานหรือลาออกจากงาน และยังไม่ต้องการนำเงินก้อนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมาใช้ ก็สามารถ
บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้เงินลงทุนเติบโตต่อเนื่องได้หลายวิธี เช่น
- การคงเงินไว้ในกองทุนเดิม : ในกรณีที่พอใจกับนโยบายการลงทุนอยู่แล้ว (อาจมีค่าธรรมเนียมรักษาสมาชิกรายปี)
- โอนย้ายไปยังกองทุนของที่ทำงานใหม่ : ในกรณีที่ที่ทำงานใหม่มีกองทุนรองรับ สามารถโอนย้ายเงินไปได้เลย เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และนับอายุสมาชิกต่อเนื่อง
- โอนย้ายไปยังกองทุน RMF for PVD : เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยืดหยุ่น ช่วยให้คุณมีอิสระในการเลือกนโยบายลงทุนที่หลากหลายตามความต้องการ
5. ค่าลดหย่อนครอบครัว
นอกเหนือจากการออม การลงทุน และการทำประกันแล้ว การดูแลครอบครัวก็สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
มีวิธีลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาอะไรอีกบ้างในปี 2569
พบ 7 ตัวช่วยลดหย่อนภาษีอื่น ๆ ที่น่าสนใจ และเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่มากขึ้น ได้แก่
- ลดหย่อนสายรักษ์โลก (ติดตั้งโซลาร์เซลล์) : สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งในช่วงปี 2569-2571 สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดถึง 200,000 บาท
- ลดหย่อนสายอาร์ต (ซื้องานศิลปะ) : สำหรับการซื้องานศิลปะในช่วงปี 2568-2570 นำมาลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม : ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- เงินบริจาคพรรคการเมือง : ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี)
- เงินบริจาคทั่วไป : ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ
- เงินบริจาค 2 เท่า (การศึกษา/กีฬา/สังคม/โรงพยาบาลรัฐ) : นำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน (ข้อควรระวัง : สำหรับปีภาษี 2569 สิทธิ์นี้ยังอยู่ระหว่างรอประกาศกฎหมายอย่างเป็นทางการ จึงมีความเสี่ยงที่อาจจะยังไม่สามารถใช้ได้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด)
สรุป 3 เช็กลิสต์วางแผนภาษีให้เป๊ะ ประหยัดได้จริง
การวางแผนลดหย่อนภาษีไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้ถึงเดือนธันวาคมเสมอไป การสำรวจตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เรามีเวลาจัดสรรเงินได้ดีขึ้น Krungsri The COACH ขอสรุปเช็กลิสต์ง่าย ๆ ก่อนวางแผนภาษี ดังนี้
- ประเมินรายได้ทั้งปี เพื่อดูว่าคุณอยู่ในฐานภาษีไหน จะได้คำนวณถูกว่า ควรจัดสรรงบไปซื้อกองทุน หรือประกันเพิ่มอีกเท่าไรถึงจะคุ้มค่าที่สุด
- สำรวจสิทธิ์ที่มีอยู่แล้ว เช่น ยอดเงินที่ถูกหักอัตโนมัติ (ประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) รวมถึงสิทธิ์ลดหย่อนจากครอบครัว เพื่อไม่ให้เผลอซื้อกองทุนใหม่ซ้ำซ้อนจนทะลุเพดานที่กรมสรรพากรกำหนด
- เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงเป้าหมาย หากมีเป้าหมายการออมเพื่อวัยเกษียณ อาจลงทุนใน RMF หรือประกันบำนาญ แต่ถ้าต้องการเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพ ให้มองหาประกันชีวิต และประกันสุขภาพมาเติมเต็ม
การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีอย่างคุ้มค่า คือจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรง หากคุณพร้อมวางแผนภาษีให้มีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงศรีพร้อมให้คำปรึกษา พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตคุณที่สุด
อ้างอิง