12 วิธีทำให้บ้านเย็น ประหยัดค่าไฟ รับมืออากาศร้อน
รอบรู้เรื่องบ้าน

12 วิธีทำให้บ้านเย็น ประหยัดค่าไฟ รับมืออากาศร้อน

icon-access-time Posted On 26 เมษายน 2569
By Krungsri The COACH
เปิดแอร์เท่าเดิม แต่ทำไมค่าไฟเพิ่มเป็นเท่าตัว ?

"บ้านร้อน" คือภัยเงียบที่สูบเงินในกระเป๋าคุณตลอดหน้าร้อนนี้ เพื่อไม่ให้คุณต้องทนร้อนพร้อมกับค่าไฟที่พุ่งสูงปรี้ด Krungsri The COACH คัด 12 วิธีสยบบ้านร้อน ที่จะช่วยให้บ้านเย็นลงได้จริง ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่เริ่มได้ทันที ไปจนถึงวิธีปรับบ้านให้เย็นสบายแบบยั่งยืน

เลื่อนอ่านเลย ! แล้วคุณจะพบว่าการมีบ้านเย็นและบิลค่าไฟลดลง... ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

เลิกจ่ายค่าไฟแพง ! เช็ก 5 จุดบอดที่ทำให้บ้านร้อนจัด จนค่าไฟพุ่ง

จุดที่ทำให้บ้านร้อน

ก่อนที่จะไปดูวิธีทำให้บ้านเย็น สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจถึงต้นตอของความร้อนที่สะสมอยู่ภายในตัวบ้าน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาจ่ายค่าไฟแพงได้อย่างตรงจุด โดยสาเหตุหลัก ๆ จะมาจากปัจจัยเหล่านี้
  • บ้านรับแดดเต็ม ๆ : โดยเฉพาะห้องฝั่งทิศใต้ และตะวันตกที่ต้องปะทะความร้อนช่วงบ่ายแบบเลี่ยงไม่ได้
  • หลังคาไม่มีฉนวนกันร้อน : ปล่อยให้ความร้อนทะลุฝ้าเพดานลงมาสะสมในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว
  • ผนังอมความร้อนทั้งวัน : ผนังบ้านจะดูดซับแดดไว้แล้วคายไอร้อนออกมาตอนค่ำ ทำให้บ้านอบอ้าวในช่วงกลางคืน
  • ลมเข้าไม่ถึง : เพราะวางเฟอร์นิเจอร์ขวางหน้าต่างหรือต่อเติมบ้านจนทึบ บล็อกไม่ให้อากาศหมุนเวียน
  • ไม่มีต้นไม้ช่วยบังแดด : ลานปูนกว้างที่ไร้ร่มเงาจะสะท้อนไอร้อนจากพื้นเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง

รู้งี้ทำนานแล้ว 12 วิธีทำให้บ้านเย็นฉ่ำ บิลค่าไฟลดฮวบ

วิธีทำให้บ้านเย็นฉ่ำ ค่าไฟลด

เมื่อรู้สาเหตุของบ้านร้อนแล้ว ลองมาดู 12 วิธีทำให้บ้านเย็นที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกบ้าน เพื่อลดความอบอ้าวภายในบ้าน และประหยัดค่าไฟในระยะยาว

1. เปิดหน้าต่างสองฝั่ง สร้างทางเดินลม


เปิดหน้าต่าง และประตูในทิศทางตรงข้ามกัน (เช่น ทิศเหนือ และใต้) เพื่อระบายความร้อนสะสม และดึงอากาศใหม่ที่เย็นกว่าเข้ามาหมุนเวียนในบ้าน

2. ปูฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา


ติดตั้งฉนวนใยแก้วหรือแผ่นฝ้าสะท้อนความร้อน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้รังสีความร้อนจากหลังคาแผ่ทะลุลงมายังห้องด้านล่าง

3. ทาสีบ้านโทนสว่าง ช่วยสะท้อนความร้อน


เลือกใช้สีทาภายนอกโทนอ่อน หรือสีที่มีนวัตกรรมสะท้อนรังสี UV เพื่อลดการดูดซับความร้อนที่ผนัง ทำให้บ้านเย็นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4. ปลูกต้นไม้ใหญ่ บังแดดทิศตะวันตก


สร้างร่มเงาธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้ทรงพุ่มกว้างทางทิศใต้ และทิศตะวันตก ช่วยบล็อกแสงแดดช่วงบ่ายไม่ให้กระทบตัวบ้านโดยตรง
 
ปลูกต้นไม้ทิศตะวันตก

5. เพิ่มไอเย็นด้วยน้ำพุหรือบ่อปลา


จัดสวนด้วยน้ำตกจำลองหรือบ่อปลาบริเวณทิศทางลมพัดผ่าน เพื่อให้ลมพัดเอาละอองความชื้นเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยลดอุณหภูมิรอบบริเวณให้เย็นลง

6. ติดกันสาดหรือระแนง พรางแสงแดด


ต่อเติมกันสาดหรือติดระแนงไม้บริเวณหน้าต่าง และระเบียงที่รับแดดจัด เพื่อกรองแสงแดดไม่ให้ส่องเข้ามาในบ้านโดยตรง แต่ยังคงรับแสงธรรมชาติได้

7. ติดฟิล์มกรองแสง และม่านกัน UV


สกัดกั้นความร้อนผ่านบานกระจกด้วยการติดฟิล์มกรองแสง และใช้ผ้าม่านแบล็คเอาท์ (Blackout) เพื่อลดอุณหภูมิในห้อง และลดภาระการทำงานของแอร์

8. ปูพื้นด้วยวัสดุเก็บความเย็น


เปลี่ยนมาใช้กระเบื้องเซรามิก หินอ่อน หรือแกรนิตโต้โทนสีสว่าง ซึ่งมีคุณสมบัติคลายความร้อนได้เร็ว ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายเท้าเมื่อเดินย่ำ

9. เปิดพัดลมหมุนเวียนอากาศคู่กับแอร์


ใช้พัดลมเพดานหรือพัดลมหมุนเวียนอากาศ (Circulator) ช่วยกระจายความเย็นให้ทั่วห้อง ทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้นโดยไม่ต้องปรับลดอุณหภูมิแอร์ให้กินไฟ

10. ล้างแอร์ทุก 6 เดือน คืนความเย็นฉ่ำ


เรียกช่างมาล้างแอร์เป็นประจำเพื่อขจัดฝุ่นอุดตันที่แผ่นกรอง และคอยล์เย็น ช่วยให้ลมแอร์เย็นฉ่ำ ทำงานเต็มประสิทธิภาพ และประหยัดค่าไฟ
 
ล้างแอร์ทุก 6 เดือน

11. พ่นละอองน้ำบนหลังคาด้วยสปริงเกอร์


เปิดสปริงเกอร์รดน้ำบนหลังคาช่วงเวลา 13.00 - 15.00 น. ประมาณ 15-20 นาที เพื่อระบายความร้อนสะสมบนกระเบื้องหลังคาอย่างรวดเร็ว
 

Easy Tips : 3 ขั้นตอน DIY สปริงเกอร์หลังคาฉบับคนงบน้อย

 
  • เตรียมอุปกรณ์ : สายยาง ท่อ PVC ขนาดเล็ก หัวสปริงเกอร์แบบพ่นฝอย (Micro Sprinkler) และเคเบิลไทร์
  • ติดตั้งจุดสูงสุด : ยึดชุดสปริงเกอร์ไว้ที่สันหลังคา เพื่อให้ละอองน้ำกระจายตัวลงมาได้ทั่วถึง
  • ต่อระบบน้ำ : ต่อสายยางเข้ากับก๊อกน้ำ และปั๊มน้ำ เพื่อเพิ่มแรงดันให้ละอองน้ำกระจายกว้างขึ้น
  • เปิดถูกเวลา : เปิดใช้งานช่วงแดดจัด 15-20 นาที ก็เพียงพอต่อการระบายความร้อน

12. จัดเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เปิดทางลม


ย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ให้ชิดผนังด้านทึบ ไม่ให้ขวางช่องหน้าต่าง เพื่อเปิดทางให้ลมธรรมชาติพัดผ่าน และหมุนเวียนในบ้านได้สะดวก

ติดโซลาร์เซลล์วันนี้ ประหยัดค่าไฟระยะยาว

นอกจากการปรับแต่งบ้านแล้ว การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า เพราะแผงโซลาร์เซลล์จะช่วยบังแดดบนหลังคา และเปลี่ยนความร้อนเป็นกระแสไฟฟ้า ช่วยลดค่าไฟได้อย่างยั่งยืน
 
ติดโซลาร์เซลล์

หลายคนอาจสงสัยว่า ติดโซลาร์เซลล์คุ้มจริงไหม ? กี่ปีคืนทุน ? Krungsri The COACH สรุปตัวอย่างการคำนวณจุดคุ้มทุนแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้ว
  • ระบบที่เลือกใช้ : On-Grid ขนาด 2.2 กิโลวัตต์ (kWp)
  • เงินลงทุนเริ่มต้น : ประมาณ 140,000 บาท
  • พลังงานที่ผลิตได้ : 297 หน่วย/เดือน (คำนวณจากแดดเฉลี่ย 4.5 ชั่วโมง/วัน)
  • ประหยัดค่าไฟได้ : 1,336 บาท/เดือน (หรือ 16,038 บาท/ปี)
  • ระยะเวลาคืนทุน : ประมาณ 8 ปี 9 เดือน (140,000 ÷ 16,038)

เมื่อพ้นระยะเวลาคืนทุนไปแล้ว ก็เท่ากับว่าคุณจะได้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ฟรีไปตลอดอายุการใช้งานที่เหลือของแผงโซลาร์เซลล์

หมายเหตุ : การคำนวณนี้เป็นการประมาณการเบื้องต้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามปริมาณแสงแดด และค่าเสื่อมสภาพของอุปกรณ์

Krungsri The COACH แนะนำ : ติดตั้งโซลาร์เซลล์สู้ค่าไฟ ด้วยสินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช

หากเห็นถึงความคุ้มค่าของการใช้พลังงานสะอาด และกำลังมองหาเงินทุนสนับสนุนเพื่อนำมาติดตั้งโซลาร์เซลล์ สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ พร้อมช่วยเปลี่ยนบ้านที่ปลอดภาระให้เป็นเงินก้อนใหญ่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดรายจ่ายให้ครอบครัว ด้วยจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้
  • เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อนใหญ่ : อนุมัติวงเงินสูงสุดถึง 85% ของราคาประเมิน โดยรองรับหลักประกันหลากหลายประเภท ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮาส์ ห้องชุดพักอาศัย และอาคารพาณิชย์
  • อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดคุ้ม : ดอกเบี้ยต่ำสุดคงที่เพียง 4.99% ต่อปี ปีแรก*
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติม : รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษในปีแรกเพิ่มอีก 0.25% เฉพาะปีที่ 1 เมื่อเลือกซื้อประกัน MRTA/MLTA ตามเงื่อนไข หรือเป็นลูกค้าที่ใช้บัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา
 
สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 5.979% - 8.896% ต่อปี**

*สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป **สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 4 มี.ค. 69 = 6.670% ต่อปี ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ใน Fact sheet คลิก

สรุป เช็กลิสต์ดับร้อนให้บ้าน พร้อมประหยัดค่าไฟ

หากไม่รู้จะเริ่มต้นแก้ปัญหาบ้านร้อนจากตรงไหนดี ลองไล่ดูตามเช็กลิสต์นี้ แล้วค่อย ๆ ปรับแก้ไปทีละจุด เพื่อให้บ้านกลับมามีอากาศเย็นสบาย และถ่ายเทได้ดีขึ้น

เปิดหน้าต่างสองฝั่ง เพื่อให้ลมระบายออกง่าย
ปลูกต้นไม้ใหญ่ ฝั่งทิศตะวันตกและทิศใต้เพื่อดักความร้อน
ติดฟิล์ม ม่านกัน UV หรือปูฉนวนกันความร้อนใต้ฝ้าเพดาน
ล้างแอร์ทุก 6 เดือน และเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น
ศึกษาข้อมูลและวางแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา

ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวจนค่าไฟพุ่งทะลุเพดาน เป็นเรื่องที่สามารถจัดการและรับมือได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จัดสภาพแวดล้อมใหม่ และวางแผนการใช้พลังงานอย่างฉลาด Krungsri The COACH ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านฤดูร้อนนี้ไปได้ด้วยบ้านที่เย็นกาย สบายใจ และมีเงินเหลือเก็บมากกว่าเดิม

อ้างอิง

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ฉันสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้าน จึงอยากรู้ว่า ติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านราคาเท่าไร ต้องขออนุญาตไหม มีขั้นตอนอะไรบ้าง โดยขอแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์สถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วย
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา