ผู้ชายคำนวณค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน
รอบรู้เรื่องบ้าน

รีไฟแนนซ์บ้าน เสียค่าอะไรบ้าง เพื่อเตรียมก่อนขอสินเชื่อ

icon-access-time Posted On 06 กุมภาพันธ์ 2569
By Krungsri The COACH
การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดดอกเบี้ยและลดค่างวดได้อย่างมาก แต่เพื่อให้การตัดสินใจคุ้มค่าที่สุด ผู้กู้ควรรู้และคำนวณ “ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน” ทั้งหมดล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประกัน หรือค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เพราะต้นทุนเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความคุ้มค่าในระยะยาว และเพิ่มโอกาสประหยัดเงินได้จริงในช่วง 3 ปีแรกของการผ่อนบ้านหลังรีไฟแนนซ์ หลายคนที่กำลังวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน เป้าหมายหลักคือการหาดอกเบี้ยใหม่ที่ถูกกว่าเดิม เพื่อให้ผ่อนสบายขึ้น แต่ในกระบวนการนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้านอื่น ๆ ที่ล้วนส่งผลต่อความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์ การทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายทั้งหมดล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเปรียบเทียบข้อเสนอได้อย่างถูกต้อง ตัดสินใจเลือกธนาคารที่ยื่นขอรีไฟแนนซ์ได้อย่างแม่นยำ และมั่นใจได้ว่าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้ช่วยประหยัดเงินได้จริงในระยะยาว

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร ?

การรีไฟแนนซ์บ้าน (Home Refinance) คือการย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำลง ระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น หรือค่างวดต่อเดือนลดลง สำหรับบางคนการรีไฟแนนซ์ยังเป็นโอกาสในการจัดสภาพคล่อง เช่น รวมยอดหนี้บ้านกับเงินกู้บางประเภท เพื่อลดภาระค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน ช่วยให้บริหารภาระหนี้ได้ง่ายขึ้น

กระบวนการรีไฟแนนซ์มักถูกพิจารณาหลังจากผ่อนบ้านครบช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน ซึ่งส่วนใหญ่คือ 3 ปีแรก เมื่ออัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูงขึ้น การย้ายสินเชื่อจึงเป็นวิธีลดภาระดอกเบี้ยให้กลับมาคุ้มค่าอีกครั้ง

รีไฟแนนซ์บ้าน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านมีอยู่หลายรายการที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า โดยรายการหลักที่พบได้ทั่วไป เช่น

ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์


ค่าธรรมเนียมที่ใช้ประเมินมูลค่าบ้านหรือคอนโดมิเนียม เพื่อให้ธนาคารพิจารณาว่าทรัพย์นั้นมีมูลค่าค้ำประกันมากน้อยเพียงใด โดยส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-5,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ประเภทของบ้าน และเจ้าหน้าที่ประเมินของธนาคาร

ค่าจดจำนอง


ค่าใช้จ่ายที่ชำระให้กรมที่ดิน ในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ใหม่ เช่น หากรีไฟแนนซ์วงเงิน 2,000,000 บาท ค่าจดจำนองจะอยู่ที่ 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายนี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการรีไฟแนนซ์บ้าน

ค่าอากรแสตมป์


ภาษีตามกฎหมายสำหรับสัญญากู้ โดยคิดในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท เช่น วงเงินใหม่ 1,500,000 บาท จะเสียค่าอากรแสตมป์เพียง 750 บาท

ค่าธรรมเนียมปล่อยกู้


สำหรับบางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการ เช่น ค่าประเมินเอกสาร ค่าตรวจสอบเครดิต หรือค่าบริการปล่อยกู้ โดยคิดแบบเป็นเปอร์เซ็นต์หรือเป็นยอดเงินคงที่ ขึ้นกับโปรโมชันของธนาคารนั้น ๆ แต่หลายธนาคารมักมีโปรโมชัน “ฟรีค่าธรรมเนียมกู้” เพื่อดึงดูดลูกค้า

ค่าประกันอัคคีภัย


ตามเงื่อนไขในการขอสินเชื่อบ้าน ผู้กู้จำเป็นต้องทำประกันอัคคีภัยให้แก่บ้านหรือคอนโดมิเนียม โดยประกันนี้ช่วยคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือภัยอื่น ๆ ซึ่งค่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับมูลค่าบ้านและประเภทความคุ้มครอง โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1,500-5,000 บาทต่อปี

ค่าปรับรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด


ในส่วนของผู้กู้บางรายที่ยังติดอยู่ในช่วง “ดอกเบี้ยคงที่” หรือ “โปรโมชัน 3 ปีแรก” ของธนาคารเดิม หากรีไฟแนนซ์ก่อนครบสัญญาอาจมีค่าปรับประมาณ 1-3% ของยอดเงินต้นคงเหลือ จึงควรตรวจสอบสัญญาเดิมอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ


นอกจากค่าใช้จ่ายหลัก ๆ แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงยิบย่อยที่เกิดขึ้นอีกมากมายตลอดกระบวนการ เช่น
  • ค่าคัดเอกสารจากกรมที่ดิน
  • ค่าคัดสำเนาโฉนด
  • ค่าตรวจสอบเครดิตบูโรรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ค่าเดินทางไปทำเรื่อง
  • ค่าเอกสารประกอบสัญญา

แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อรวมกันแล้วอาจเป็นหลักพันได้เช่นกัน
 
เจ้าหน้าที่แนะนำเรื่องค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน

วิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ขอลองยกตัวอย่างว่าคุณต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน และธนาคารอนุมัติวงเงินกู้ใหม่ 2,500,000 บาท จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้ตามด้านล่างนี้
 
รายการ ค่าใช้จ่าย (บาท)
ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ 3,000
ค่าจดจำนอง (1%) 25,000
ค่าอากรแสตมป์ (0.05%) 1,250
ค่าธรรมเนียมปล่อยกู้ 2,000
ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 2,500
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 700
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 34,450 บาท
ดังนั้น หากรีไฟแนนซ์แล้ว สามารถประหยัดดอกเบี้ยใน 3 ปีแรกมากกว่า 34,450 บาท แสดงว่าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้ “คุ้มค่า”

ข้อดี-ข้อจำกัดของการรีไฟแนนซ์บ้าน

เพื่อให้การตัดสินใจรีไฟแนนซ์เป็นเรื่องง่ายขึ้น เราจะมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดในการรีไฟแนนซ์บ้านกัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์
  • ลดดอกเบี้ยได้อย่างมาก โดยเฉพาะหลังหมดโปรโมชัน 3 ปีแรก
  • ลดค่างวดรายเดือน ทำให้มีสภาพคล่องเพิ่ม
  • สามารถเลือกเงื่อนไขที่เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน เช่น ผ่อนสั้นลงหรือผ่อนยาวขึ้น
  • ใช้เป็นโอกาสในการจัดโครงสร้างหนี้บางส่วน

ข้อจำกัดของการรีไฟแนนซ์
  • มีค่าใช้จ่ายหลายรายการ หากประหยัดดอกเบี้ยไม่มาก อาจไม่คุ้ม
  • ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น ตรวจเอกสาร ประเมินบ้าน นัดกรมที่ดิน
  • หากเครดิตไม่ดี อาจไม่ได้วงเงินหรือดอกเบี้ยตามที่ต้องการ
  • หากอยู่ในช่วงดอกเบี้ยคงที่ของธนาคารเดิม อาจมีค่าปรับค่อนข้างสูง

เมื่อรู้ทั้งข้อดีและจำกัด รวมถึงการรีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้างไปแล้วนั้น คงช่วยให้หลายคนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น และสำหรับคนที่กำลังมองหาสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ที่ดอกเบี้ยต่ำ ขอแนะนำสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน จาก ธนาคารกรุงศรี ที่มาพร้อมดอกเบี้ยคงที่ปีแรก และฟรีค่าประเมินหลักประกัน และค่าจดจำนอง สนใจสมัครสินเชื่อผ่านทางเว็บไซต์ https://www.krungsri.com/th/personal/loans/home-loans/apply/refinance หรือที่ธนาคารกรุงศรี ทุกสาขา ทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1572
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน

A : การรีไฟแนนซ์บ้าน ไม่ต้องเสียค่าโอนกรรมสิทธิ์ แต่จะมีค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้านที่เกี่ยวข้องกับสัญญากู้ใหม่ ได้แก่ ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ และ ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมหลักที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม
A : ทั้งสองตัวเลือกมีข้อดีต่างกัน รีไฟแนนซ์เหมาะกับผู้ที่ต้องการดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมอย่างมาก และพร้อมรับค่าใช้จ่ายในการย้ายธนาคาร ส่วนรีเทนชัน (Retention) เป็นการเจรจาต่อรองเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่กำลังผ่อนสินเชื่ออยู่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดดอกเบี้ยโดยไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมจำนวนมาก หรือไม่ต้องการทำเรื่องยุ่งยากกับธนาคารใหม่ หากต้นทุนในการรีไฟแนนซ์สูงเกินไป การรีเทนชันอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากกว่าในภาพรวม
A : เมื่อธนาคารเดิมเสนออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำลง ยอดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดก็ลดลงตาม ทำให้ผู้กู้สามารถเจรจาขอลดยอดผ่อนรายเดือนได้ โดยไม่ต้องย้ายสัญญาไปธนาคารอื่น การรีเทนชันจึงเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่างวดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
A : เอกสารหลักประกอบด้วย บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สัญญากู้เดิม ใบเสร็จผ่อนชำระเดือนล่าสุด สำเนาโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองรายได้หรือสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน และเอกสารยืนยันรายได้อื่น ๆ ธนาคารอาจขอเอกสารเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อ
A : จำเป็น ธนาคารใหม่ต้องตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ก่อนพิจารณาวงเงินและอัตราดอกเบี้ย หากมีประวัติค้างชำระ อาจถูกลดวงเงินหรือไม่ผ่านการอนุมัติ ดังนั้นควรเช็กเครดิตบูโรล่วงหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาหรือเตรียมเอกสารเสริมให้พร้อม
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา