เปิดกลยุทธ์จัดการหนี้ตอนได้โบนัส ประหยัดดอกเบี้ยก้อนโต !

Posted On 05 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
การใช้โบนัสเพื่อลดหนี้ เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการลดดอกเบี้ยและทำให้หนี้หมดเร็วขึ้น โดยการเลือกกลยุทธ์จัดการหนี้ตอนได้โบนัสที่เหมาะสมกับประเภทหนี้ของแต่ละคน เช่น การโปะหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน หรือการรีไฟแนนซ์หนี้ระยะยาว สามารถช่วยประหยัดดอกเบี้ยและทำให้การผ่อนชำระไม่เป็นภาระหนักเกินไป รวมถึงการเลือกกลยุทธ์ปลดหนี้ที่สอดคล้องกับกระแสเงินสดและนิสัยทางการเงินของตัวเอง จะช่วยให้การจัดการหนี้มีความยั่งยืนและมั่นคงมากขึ้น
หนี้สิน เป็นปัญหาสำคัญที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งหนี้ประเภทนี้สามารถทบตัวขึ้นเรื่อย ๆ จากการจ่ายเพียงขั้นต่ำทุกเดือน เพราะแม้ว่าการจ่ายขั้นต่ำอาจฟังดูเหมือนเป็นทางเลือกที่สะดวก แต่ที่จริงแล้วทำให้หนี้บานปลายและเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากดอกเบี้ยทบต้น หากไม่สามารถเคลียร์หนี้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด
สำหรับคนทำงานที่ได้รับโบนัสก้อนใหญ่ในช่วงต้นปี แล้วยังไม่รู้ว่าได้โบนัสมาควรเอาไปทำอะไรก่อน ลองพิจารณาวิธีใช้โบนัสลดหนี้เป็นลำดับแรก โดยเรามีแนวทางการเปรียบเทียบวิธีปลดหนี้หลัก ๆ ที่ทำได้จริง และกลยุทธ์จัดการหนี้ตอนได้โบนัสให้หนี้ลดลงเร็วและคุ้มค่ามาแนะนำ เพื่อไม่ให้ภาระการเงินกลายเป็นปัญหาตามมาในระยะยาว
เห็นภาพรวมทุกหนี้ที่มีอยู่ ขั้นตอนตั้งต้นก่อนวางกลยุทธ์จัดการหนี้ตอนได้โบนัส
ก่อนจะเริ่มต้นปลดหนี้ด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ การมองภาพหนี้ทั้งหมดให้ชัดเจน เพราะการรู้ภาพรวมของหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าควรเริ่มจากหนี้ก้อนไหนก่อน เพื่อให้ประหยัดดอกเบี้ยได้สูงสุด
Checklist ข้อมูลที่ต้องรวบรวม
- ประเภทหนี้ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บ้าน หนี้รถยนต์ ฯลฯ
- ยอดคงเหลือของหนี้แต่ละก้อน
- อัตราดอกเบี้ยของหนี้แต่ละประเภท
- ค่างวดขั้นต่ำที่ต้องจ่ายทุกเดือน
- ระยะเวลาสัญญาที่ต้องผ่อนชำระ
การทำตารางหรือสเปรดชีต (Spreadsheet) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของหนี้ทั้งหมดและคำนวณได้ง่ายขึ้นว่า หนี้ก้อนไหนที่มีดอกเบี้ยสูงและกินกระแสเงินสดมากที่สุด เพื่อจะได้จัดลำดับการจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4 วิธีใช้โบนัสลดหนี้ให้คุ้ม รีบวางแผนก่อนใช้เงิน
นอกจากการมองเห็นภาพรวมของหนี้ทั้งหมดแล้ว การเลือกกลยุทธ์ปลดหนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้หนี้ลดลงได้รวดเร็วและคุ้มค่า และนี่คือ 4 เทคนิคการใช้เงินโบนัสเคลียร์หนี้ที่มีประสิทธิภาพและทำได้จริง
1. โปะหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน
วิธีแรก เป็นการเลือกหนี้ที่มีดอกเบี้ยแพงสุด เช่น บัตรเครดิต แล้วทุ่มจ่ายเกินขั้นต่ำหรือจ่ายให้หมดก่อน ส่วนหนี้อื่นจ่ายขั้นต่ำหรือตามสัดส่วนที่มีกำลัง เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากที่สุด
2. รีไฟแนนซ์ลดดอกเบี้ย
หากคุณยังผ่อนบ้านไม่หมด ลองรีไฟแนนซ์เพื่อเปลี่ยนไปใช้สินเชื่อจากธนาคารอื่นที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า เพื่อทำให้ค่างวดต่ำลงและ
ลดดอกเบี้ยบ้านให้ถูกลง ช่วยลดดอกเบี้ยระยะยาวและเพิ่มสภาพคล่องได้ดี ทั้งนี้ อาจมีค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการอนุมัติตามเกณฑ์ของแต่ละธนาคารด้วย
3. รวมหนี้หรือโอนหนี้ (Debt Consolidation)
การรวมหนี้ คือการรวมหนี้หลายก้อนให้เป็นก้อนเดียวโดยใช้สินเชื่อรวมหนี้ หรือผ่านบริการคลินิกแก้หนี้ ลดจำนวนการผ่อนชำระกับเจ้าหนี้ให้เหลือแค่รายเดียว ทำให้จัดการและวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น
4. เพิ่มรายได้และคุมค่าใช้จ่าย
วิธีสุดท้าย นอกจากจะใช้เงินโบนัสที่ได้รับมาอย่างคุ้มค่าแล้ว หากยังรู้สึกว่าเงินก้อนนี้ยังไม่เพียงพอต่อหนี้ที่มีอยู่ คุณอาจพิจารณาหาอาชีพเสริมและตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก แล้วนำเงินส่วนต่างไปโปะหนี้เพิ่ม แม้จะเป็นวิธีที่ต้องใช้เวลาและวินัยสูง แต่หากมีความมุ่งมั่น ย่อมประหยัดเงินได้คุ้มค่าเหนื่อยอย่างแน่นอน
เปรียบเทียบรีไฟแนนซ์กับโอนหนี้ แบบไหนดีกว่า ?
ในหลาย ๆ กรณี การรีไฟแนนซ์และโอนหนี้หรือรวมหนี้จากเจ้าหนี้รายเดิมไปยังรายใหม่ เป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งสองวิธีนี้มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทหนี้และสถานการณ์ของแต่ละคน ดังนี้
รีไฟแนนซ์
- ข้อดีของการรีไฟแนนซ์
- ลดอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว เหมาะกับหนี้บ้านหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยสูง
- ทำให้ค่างวดลดลงและเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือน
- สามารถปรับระยะเวลาในการชำระหนี้ใหม่ได้
- ข้อจำกัดของการรีไฟแนนซ์
- มีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการรีไฟแนนซ์
- ต้องมีการพิจารณาอนุมัติจากธนาคารหรือเจ้าหนี้ใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานาน
- เหมาะกับหนี้ระยะยาวมากกว่า เช่น หนี้บ้าน
โอนหนี้
- ข้อดีของการโอนหนี้
- รวมหนี้หลายก้อนเป็นก้อนเดียว ช่วยให้การจัดการเงินง่ายขึ้น
- ดอกเบี้ยต่ำกว่าและลดจำนวนเจ้าหนี้ที่ต้องชำระ
- ผ่อนชำระกับเจ้าหนี้เพียงรายเดียว ง่ายต่อการทำธุรกรรม
- ข้อจำกัดของการโอนหนี้
- อาจต้องใช้เวลามากกว่าการรีไฟแนนซ์
- ต้องมั่นใจในวินัยทางการเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่
จากข้อดีและข้อจำกัดเหล่านี้ สามารถสรุปได้ว่า ถ้าคุณมีหนี้หลายก้อนและอยากจ่ายแบบสะดวก การโอนหนี้หรือรวมหนี้ จะช่วยให้จัดการหนี้ได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าคุณมีหนี้ระยะยาวอย่างเช่น บ้าน รถยนต์ ที่ต้องการดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว การรีไฟแนนซ์ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
ตัวอย่างการแบ่งโบนัสมาชำระหนี้ให้คุ้มค่า
การใช้โบนัสหรือเงินพิเศษที่ได้รับจากโอกาสต่าง ๆ มาโปะหนี้ ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดหนี้และดอกเบี้ยให้หมดเร็วขึ้น สามารถยกตัวอย่างการแบ่งโบนัสให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ เช่น
- 50-70% ของโบนัส นำไปโปะหนี้ดอกเบี้ยสูงที่สุด เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล
- ส่วนที่เหลือ เก็บเป็นกองเงินฉุกเฉินหรือใช้เป็นรางวัลตัวเองเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดมากเกินไป
เปรียบเทียบการใช้โบนัสโปะบ้าน VS จ่ายหนี้บัตรเครดิต
จากตารางนี้ แม้ว่าในระยะเวลา 1 ปี ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะน้อยกว่าดอกเบี้ยบ้านถึง 5,000 บาท แต่เมื่อเทียบอัตราดอกเบี้ยที่หนี้บัตรเครดิตสูงถึง 20% ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยหนี้บ้านอยู่ที่ 5% แล้ว หากมองในระยะยาว จะเห็นได้ว่าการโปะหนี้บัตรเครดิตจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าการโปะหนี้บ้านที่ดอกเบี้ยต่ำอย่างเห็นได้ชัด หากคุณได้เงินก้อนมา การจ่ายหนี้บัตรเครดิตก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้มากกว่านั่นเอง
วิธีเลือกกลยุทธ์ปลดหนี้ตอนได้โบนัสที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคน
การเลือกวิธีใช้โบนัสลดหนี้ให้คุ้มที่สุดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนั้น การเข้าใจเกณฑ์การตัดสินใจ จะช่วยให้คุณเลือกกลยุทธ์ปลดหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้การจัดการหนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
1. โปรไฟล์หนี้
เริ่มต้นด้วยการดูภาพรวมหนี้ทั้งหมดที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้ระยะยาวอย่างบ้านและรถยนต์ จากนั้นให้คำนึงถึงยอดหนี้ที่ค้างอยู่ อัตราดอกเบี้ยของแต่ละก้อนหนี้ และค่างวดขั้นต่ำที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน การจัดลำดับหนี้ตามดอกเบี้ยสูงสุดจะช่วยให้คุณเห็นว่าอะไรควรได้รับการจัดการก่อน
2. กระแสเงินสด
เมื่อรู้ภาพรวมของหนี้แล้ว ต้องตรวจสอบว่าในแต่ละเดือนคุณเหลือเงินเท่าไรสำหรับการชำระหนี้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่าง ๆ และดูว่าคุณมีโอกาสได้โบนัสหรือรายได้พิเศษในอนาคตไหม หากคุณมีเงินพิเศษมา สามารถใช้โปะหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่สูงและช่วยให้การผ่อนชำระง่ายขึ้นได้
3. นิสัยการใช้จ่าย
การเลือกกลยุทธ์ปลดหนี้ขึ้นอยู่กับนิสัยการจัดการเงินของแต่ละบุคคลด้วย หากเป็นคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว การเลือกวิธีโปะหนี้ดอกเบี้ยสูงจะทำให้เห็นความคืบหน้าได้เร็ว แต่หากเน้นตัวเลขคุ้มค่า การเลือก การรีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยและภาระในระยะยาวได้ดีกว่า
สำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้าน กำลังผ่อนบ้านอยู่ และต้องการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อการผ่อนชำระบ้านอย่างสบายใจ บริการ
รีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารกรุงศรี คือคำตอบที่จะช่วยลดภาระหนี้ของคุณด้วยอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ตอบโจทย์
- ให้วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนสบายตั้งแต่ 5 ปี ถึงสูงสุด 30 ปี (อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 65 ปี)
- ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.79% สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป*
- ฟรีค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้อนุมัติ หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท**
สมัครได้สะดวกผ่านเว็บไซต์ หรือที่ธนาคารกรุงศรีทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1572
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 3.844% - 5.687% ต่อปี**
*สำหรับวงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป **สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 24 ธ.ค. 68 = 6.770% ต่อปี ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
***เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ข้อมูลอ้างอิง :
- 5 เทคนิควางแผนชำระหนี้ ทำตามนี้ หนี้หมดไว. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 จาก https://www.setinvestnow.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีใช้โบนัสลดหนี้ให้คุ้ม (FAQ)
A: การใช้โบนัสโปะหนี้ เหมาะกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะจะช่วยลดดอกเบี้ยได้ทันทีและทำให้หนี้หมดเร็วขึ้น ส่วนรีไฟแนนซ์เหมาะกับหนี้ระยะยาว เช่น หนี้บ้าน เพราะช่วยลดดอกเบี้ยในระยะยาวและเพิ่มสภาพคล่องได้ดีกว่า
A: การรีไฟแนนซ์หนี้บ้านช่วยลดอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว โดยเฉพาะหากคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้สินเชื่อที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า จะช่วยให้การผ่อนชำระบ้านเบาลง สภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น
A: การใช้โบนัสที่ได้มาเพื่อลดหนี้จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้จำนวนมาก และทำให้หนี้ลดลงเร็วขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยสูงอย่างบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล
A: คลินิกแก้หนี้ คือบริการที่ช่วยจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการรวมหนี้หลายก้อนเป็นก้อนเดียว หรือเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อปรับดอกเบี้ยและเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสม จะช่วยลดภาระหนี้และดอกเบี้ยระยะยาว
A: หากมีหนี้หลายก้อน การรวมหนี้คือวิธีที่ดีในการบริหารจัดการ ช่วยให้คุณเหลือเจ้าหนี้เพียงรายเดียวและลดภาระการผ่อนชำระในแต่ละเดือน และมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าด้วย