เปิด 8 วิธีขอสินเชื่อให้ผ่าน เตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้

Posted On 25 มิถุนายน 2569
By Krungsri The COACH
ทำไมบางคนยื่นกู้ครั้งเดียวผ่านเลย แต่บางคนกลับถูกปฏิเสธทั้งที่มีรายได้ประจำ ? คำตอบคือการอนุมัติสินเชื่อไม่ได้วัดแค่รายได้ประจำ แต่ยังรวมถึงภาระหนี้ ประวัติทางการเงิน และความพร้อมในหลายด้านที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณา
ก่อนยื่นกู้ครั้งแรก Krungsri The COACH ชวนมาเช็กความพร้อมไปด้วยกัน พร้อมเคล็ดลับขอสินเชื่อให้ผ่าน มีขั้นตอนเตรียมตัวที่ช่วยลดความผิดพลาดอะไรบ้าง มาดูกันเลย
ทำไมยื่นกู้ไม่ผ่าน ? รวมสาเหตุที่ควรรู้ก่อนขอสินเชื่อ
ก่อนที่จะยื่นกู้สินเชื่อใด ๆ มาเช็กสาเหตุที่ทำให้สมัครสินเชื่อไม่ผ่านกันก่อน เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวได้ถูกต้อง และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดต่าง ๆ
- ปัญหาด้านประวัติเครดิต : หากเคยชำระหนี้ล่าช้า ผิดนัดบ่อยครั้ง หรือปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นหนี้เสียค้างเกิน 90 วัน จะถูกบันทึกในเครดิตบูโร เมื่อธนาคารมาตรวจสอบแล้วเห็นประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ต่อเนื่อง ก็จะมองว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้ซ้ำอีก
- รายได้และอาชีพไม่เข้าเกณฑ์ : รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด หรือทำอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ อาชีพค้าขายออนไลน์ที่มีรายได้ไม่แน่นอน รวมถึงพนักงานประจำที่เพิ่งย้ายงานและมีอายุงานน้อยกว่า 6 เดือน ถึง 1 ปี อาจทำให้ธนาคารประเมินว่าฐานรายได้ยังไม่มีความมั่นคงเพียงพอ
- ภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป : ธนาคารจะคำนวณอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ หากในแต่ละเดือนคุณมีภาระต้องผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนรถ หรือสินเชื่ออื่น ๆ รวมกันแล้วหนักเกินกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือน โอกาสที่จะได้รับอนุมัติวงเงินกู้ก้อนใหม่ก็จะยากขึ้น
- เอกสารไม่ครบ ข้อมูลไม่ถูกต้อง : เอกสารยืนยันตัวตนหรือหลักฐานแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง หากมีข้อมูลในเอกสารไม่ชัดเจน หรือไม่ครบถ้วน ก็เสี่ยงที่จะไม่ผ่านการอนุมัติได้
- ปัจจัยความเสี่ยงอื่น ๆ : ในกรณีที่สินเชื่อนั้นต้องมีผู้ค้ำประกันร่วมด้วย แต่ผู้ค้ำประกันกลับมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี หรือตัวผู้กู้เองกำลังมีคดีความทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ก็อาจทำให้ธนาคารเลือกที่จะปัดตกคำขอได้
เปิดทางสู่การยื่นกู้อย่างรอบคอบ ด้วย 8 วิธีขอสินเชื่อให้ผ่าน
คราวนี้มาถึงฝั่งของคุณบ้าง ถ้าอยากยื่นกู้สินเชื่อให้มีโอกาสผ่านมากขึ้น ลองนำ 8 เทคนิคเตรียมความพร้อมล่วงหน้านี้ไปปรับใช้กันได้เลย
1. จ่ายหนี้ตรงเวลา
ชำระหนี้ทุกงวดให้ตรงเวลา ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่อผ่อนชำระ จะช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี เมื่อธนาคารตรวจสอบแล้วไม่พบประวัติค้างชำระ ก็จะเพิ่มความเชื่อมั่นว่าคุณมีวินัยทางการเงินและบริหารหนี้ได้ดี
2. เลือกสินเชื่อให้เหมาะสม
เลือกสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการ และความสามารถในการชำระหนี้ พร้อมเปรียบเทียบดอกเบี้ย และเงื่อนไขจากหลายสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้สินเชื่อที่คุ้มค่าและบริหารจัดการได้ง่าย
3. ประเมินความสามารถในการผ่อน
ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ การสำรวจตัวเองเป็นเรื่องที่ห้ามละเลย แนะนำให้ลองใช้
โปรแกรมคำนวณสินเชื่อออนไลน์เพื่อจำลองยอดผ่อนต่อเดือน ดูก่อนว่าสอดคล้องกับรายรับ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณไหม เพื่อให้มั่นใจว่าจะผ่อนชำระได้อย่างสบายใจ ไม่เป็นภาระหนักจนเกินไป
4. อย่าเป็นหนี้เกินตัว
ภาระผ่อนหนี้ต่อเดือนควรไม่เกิน 40% ของรายได้ เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการก่อหนี้เพิ่ม
5. เดินบัญชีให้สวย มีเงินติดบัญชีไว้อย่างสม่ำเสมอ
สเตตเมนต์ (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือนคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ควรนำเงินรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอเป็นระบบ และที่สำคัญควรพยายามเหลือเงินออมค้างติดบัญชีไว้บ้าง ไม่ใช่ถอนออกจนเกลี้ยงทันทีที่มีเงินโอนเข้า เพื่อแสดงให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีกระแสเงินสดหมุนเวียนที่ดี
6. เตรียมเอกสารให้ครบ
เอกสารที่ครบถ้วน และถูกต้องจะช่วยลดความล่าช้าที่ไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนยื่นกู้ควรเช็กรายการเอกสารที่ธนาคารต้องการให้ดี เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการเสียภาษี (สำหรับอาชีพอิสระ) และตรวจสอบดูว่าข้อมูลในเอกสารทุกฉบับถูกต้องตรงกันทั้งหมด
7. ไม่ยื่นขอสินเชื่อบ่อยเกิน 1 ครั้งต่อเดือน
ทุกครั้งที่คุณยื่นสมัครสินเชื่อ ธนาคารจะเข้าไปดึงข้อมูลประวัติจากเครดิตบูโร ซึ่งระบบจะบันทึกไว้ว่าคุณมีการขอเช็กประวัติบ่อยแค่ไหน หากคุณยื่นกู้หลายแห่งพร้อม ๆ กันในเวลาสั้น ๆ ธนาคารอาจประเมินว่าคุณกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และมีความเสี่ยงกู้สินเชื่อไม่ผ่านสูง แนะนำให้วางแผนยื่นทีละแห่งจะดีกว่า
8. หากเพิ่งถูกปฏิเสธ ควรรออย่างน้อย 3 เดือนแล้วค่อยสมัครใหม่
หากคำขอโดนปัดตก อย่าเพิ่งรีบร้อนยื่นซ้ำทันที เพราะคะแนนเครดิต หรือฐานข้อมูลในระบบมักจะใช้เวลาอัปเดตทุก ๆ 3 เดือน ควรรอให้พ้นช่วงเวลานี้ไปก่อน โดยใช้เวลาที่มีในการปรับปรุงประวัติการเงิน เคลียร์ยอดค้าง หรือเดินบัญชีให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แล้วค่อยกลับไปยื่นใหม่อีกครั้ง
เมื่อสำรวจตัวเองแล้วพบว่าพฤติกรรมการเงินของคุณอยู่ในเกณฑ์ดี และเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ปลอดภัย อนุมัติไว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการของคุณได้ทันที
Krungsri The COACH แนะนำ : สินเชื่อส่วนบุคคล Krungsri iFIN ทางออกของคนที่ต้องการหมุนเงิน
เมื่อรู้เคล็ดลับกู้เงินอย่างไรให้มีโอกาสได้รับอนุมัติ สำหรับใครที่เตรียมตัวพร้อมแล้ว และกำลังมองหาตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย Krungsri The COACH ขอแนะนำ
สินเชื่อส่วนบุคคล Krungsri iFIN จากธนาคารกรุงศรี ที่มาพร้อมจุดเด่นเพื่อคุณ
- สมัครง่าย สะดวกจบในแอปฯ : ยื่นกู้ด้วยตัวเองผ่าน krungsri app ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน
- อนุมัติไว ทันใจคนต้องการเงินด่วน : รู้ผลอนุมัติไวภายใน 1 วัน (นับจากวันที่ธนาคารได้รับใบสมัคร และเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์เข้าระบบ)
- วงเงินสูง ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก : รับวงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท (ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้) ด้วยอัตราดอกเบี้ย 21% - 25% ต่อปี
- ยืดหยุ่น กำหนดผ่อนชำระได้เอง : เลือกผ่อนสบาย ๆ ได้ตั้งแต่ 12 - 60 เดือน ช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินได้อย่างคล่องตัว
*กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21% - 25% ต่อปี
ศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเติมที่ www.krungsri.com
สรุปแล้ววิธีขอสินเชื่อให้ผ่าน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือต้องพึ่งดวง แค่หันกลับมาใส่ใจพฤติกรรมการเงินของตัวเอง เช็กประวัติหนี้สิน เดินบัญชีให้สม่ำเสมอ และเตรียมเอกสารให้เป๊ะตรงตามเกณฑ์ของธนาคาร การทำความเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเวลา และลดโอกาสโดนปฏิเสธได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเตรียมตัวมาดี พร้อมแผนการเงินที่ชัดเจน การเดินเข้าสถาบันการเงินเพื่อคว้าโอกาสใหม่ ๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย และผ่านฉลุยได้อย่างที่ตั้งใจแน่นอน
อ้างอิง