เปิดแผนเตรียมตัวสู่ชีวิตบทใหม่ แบบไม่เป็นภาระใคร

Posted On 03 กันยายน 2569
By Krungsri The COACH
ภาพฝันของชีวิตเมื่ออายุ 60+ ของใครหลายคนอาจเป็นการเลี้ยงหลาน ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ แต่ในยุคที่รูปแบบการใช้ชีวิตและครอบครัวมีความหลากหลายมากขึ้น หลายคนเลือกอยู่เป็นโสดหรือมีเพียงคนรู้ใจ ในขณะที่หลายคนแต่งงานแต่ไม่มีลูก คำถามสำคัญที่มักนึกถึงกัน คือ “เมื่ออายุมากขึ้น เราจะใช้ชีวิตอย่างไร ใครจะมาดูแลเราในวันที่เจ็บป่วย?” คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การหาหรือรอให้ใครมาดูแล แต่อยู่ที่การเตรียมความพร้อมให้ตัวเองตั้งแต่วันนี้ ทั้งเรื่องเงิน สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และรูปแบบการใช้ชีวิตในวันที่ไม่ต้องทำงานอีกต่อไป เพื่อให้ชีวิตในวัย 60+ เป็นช่วงเวลาที่เราเลือกและออกแบบได้ด้วยตัวเอง
คนโสด คนที่ไม่มีลูก ต้องเตรียมตัวอย่างไร ในวันที่ไม่มีใครมาดูแล
Step1: ลองเริ่มจินตนาการว่าวันที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว อยากใช้ชีวิตแบบไหน
บางคนอยากใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่บ้าน ปลูกต้นไม้ ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบ ในขณะที่บางคนอยากออกเดินทางท่องเที่ยว หรือบางคนอาจเริ่มมองหาโครงการที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในวัย 60+ เมื่อเราเห็นภาพชีวิตที่ต้องการชัดขึ้นแล้ว ก็จะสามารถประเมินค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ แล้วนำไปคำนวณต่อว่าเราต้องเตรียมเงินไว้ประมาณเท่าไร เพื่อให้มีชีวิตแบบที่อยากใช้ในวันข้างหน้า
เงินที่ควรมีหลังเกษียณ = ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่คาดว่าจะใช้ x 12 เดือน x จำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ
ตัวอย่าง: ถ้าคิดว่าจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี และประมาณว่าจะมีอายุถึง 80 ปี (เท่ากับอีก 20 ปีหลังเกษียณ) อยากใช้เงินเดือนละ 25,000 บาท ดังนั้น เป้าหมายเงินเก็บขั้นต่ำที่ต้องมีคือ 6 ล้านบาท (25,000 x 12 x 20)
ทั้งนี้ สูตรดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น โดยควรพิจารณาอัตราเงินเฟ้อ ผลตอบแทนจากการลงทุน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต และระยะเวลาชีวิตหลังเกษียณร่วมด้วย
Step2: เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว เช็คดูว่าเรามีเงินเก็บเท่าไหร่ และมีทรัพย์สินอะไรบ้างที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ในอนาคต
หลายคนคิดเฉพาะในส่วนเงินเก็บของตัวเอง โดยลืมนึกถึงสวัสดิการต่างๆ ที่ถือเป็นเงินเก็บหรือรายรับเพิ่มเติมได้ เช่น
- เงินก้อนที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อเกษียณอายุ
- เงินชราภาพ ที่ประกันสังคมจ่ายให้ทุกเดือน
- เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เมื่อรวมยอดเงินทั้งเงินออมและเงินจากสวัสดิการ รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ แล้ว ก็ลองถามตัวเองดูว่า มีเงินพอหรือยัง ถ้ายอดเงินยังไม่ถึงเป้าหมายที่ควรต้องมีล่ะ เราจะหาทางเพิ่มเงินก้อนนี้ยังไงดีนะ
Step3: วางแผนการเงิน ทำให้เงินงอกเงยไปให้ถึงเป้าหมาย
การเก็บเงินโดยมีการวางแผนที่ดี จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ และลดความเสี่ยงที่จะต้องเร่งเก็บเงินในช่วงใกล้เกษียณ หรือพบว่ามีเงินไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต นอกจากการกำหนดเป้าหมายและจำนวนเงินที่ต้องออมแล้ว การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับระยะเวลาและเป้าหมายก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ หนึ่งในทางเลือกสำหรับการออมระยะยาวเพื่อวัยเกษียณคือ
กองทุนรวม RMF เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เงินออมของเราเติบโต ด้วยการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ซึ่งเราสามารถเลือกกองทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่เรารับได้
และสำหรับคนที่ไม่มีลูกหลานมาช่วยดูแล นอกจากการเก็บเงินสำหรับใช้ในอนาคตแล้ว การเตรียมเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่ออายุมากขึ้น เรามักต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น การวางแผนไว้ล่วงหน้าจึงช่วยให้เรามีทางเลือกและรับมือกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรง เป็นตัวช่วยที่ควรพิจารณา เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการรักษาพยาบาล และช่วยให้เงินเก็บที่เตรียมไว้สำหรับการใช้ชีวิตในระยะยาวไม่ต้องถูกนำมาใช้จ่ายค่ารักษาจนลดลงไปมากหรือหมดไป
เมื่ออายุมากขึ้น เราอยากใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน
ถ้าไม่ได้มีลูกหลานคอยดูแล เรามีทางเลือกอะไรบ้าง
-
อยู่บ้านเดิม
การใช้ชีวิตในบ้านที่คุ้นเคยเป็นทางเลือกที่อบอุ่นและช่วยให้เรารู้สึกสบายใจ ไม่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความคล่องตัวในการเดินหรือทำกิจวัตรประจำวันอาจเปลี่ยนไป จึงควรวางแผนปรับบ้านให้ปลอดภัยและเหมาะกับการใช้ชีวิตในระยะยาว เช่น เพิ่มความสว่างและเลือกโทนสีที่ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจน ทำทางลาดสำหรับการเดินหรือใช้รถเข็น ขยายช่องประตูให้กว้างขึ้น เลือกใช้พื้นกันลื่น ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ รวมถึงนำเทคโนโลยีอย่าง Smart Home ระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน หรืออุปกรณ์สำหรับขอความช่วยเหลือ มาใช้ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตที่บ้านได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น
-
ย้ายไปอยู่โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับวัย 60+
(Senoir Complex) เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง เหมาะกับคนที่ยังดูแลตัวเองได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องการความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากขึ้น โครงการลักษณะนี้ออกแบบพื้นที่และกิจกรรมให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของคนวัย 60+ ทำให้มีการพบปะพูดคุยและสร้างสังคมใหม่ๆ ลดความรู้สึกเหงา นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และบางโครงการยังมีพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือและดูแลตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
-
ไปอยู่บ้านพักผู้สูงวัย
ซึ่งปัจจุบันมีหลายรูปแบบให้เลือกได้ตามงบประมาณ ระดับความดูแลที่ต้องการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดไว้ให้ สำหรับสถานดูแลของภาครัฐนั้น ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่อาจมีข้อจำกัดด้านจำนวนที่พักและต้องรอคิวนาน ส่วนสถานดูแลของเอกชน จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่มีรูปแบบการดูแลและบริการที่หลากหลาย รวมถึงบางแห่งมีทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่สามารถให้การดูแลด้านสุขภาพได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
การเป็นโสดหรือไม่มีลูก ไม่ได้หมายความว่าเมื่ออายุมากขึ้นเราจะต้องโดดเดี่ยวหรือขาดความมั่นคง การเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ ทั้งเรื่องการเงิน สุขภาพ สวัสดิการ และที่อยู่อาศัย เราจะสามารถออกแบบชีวิต 60+ ให้มีคุณภาพในแบบที่เราต้องการได้ ชีวิตในบทใหม่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวัยใกล้ 60 แล้วค่อยเริ่มวางแผน แต่สามารถเริ่มออกแบบได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะยิ่งมีเวลาเตรียมตัวมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีโอกาสสร้างความพร้อม และมีทางเลือกในการใช้ชีวิตในอนาคตได้มากขึ้นเท่านั้น
FAQ
A: เริ่มวันนี้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใกล้ถึงวัย 60 เพราะยิ่งเริ่มเร็ว เราก็ยิ่งมีเวลาเตรียมตัว ทดลอง ปรับแผน และสร้างทางเลือกให้กับชีวิตในอนาคตมากขึ้น
A: หลักๆ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
- ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าที่อยู่อาศัย
- ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแล เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าประกันสุขภาพ ค่าผู้ดูแล
รวมถึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
การคำนวณค่าใช้จ่ายเหล่านี้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราประเมินได้ว่าควรเตรียมเก็บเงินไว้เท่าไร เพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคงและมีทางเลือกมากขึ้น
A: ควรเตรียมทั้งเงินเก็บสำหรับค่าใช้จ่ายค่าด้านสุขภาพ และพิจารณาซื้อประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรงที่เหมาะสมไว้ด้วย เพราะเมื่อเกิดค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ ประกันสามารถช่วยแบ่งเบาภาระก้อนนี้ได้ ทำให้เราไม่ต้องนำเงินเก็บทั้งหมดมาจ่าย ช่วยให้เรายังมีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตต่อไปในระยะยาว
A: ได้ ปัจจุบันมีที่พักอาศัยและสถานดูแลที่รองรับคนโสดหรือคนที่ไม่มีลูกหลาน แต่เงื่อนไขการเข้าพักและการจัดการเรื่องเอกสารจะแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ จึงควรสอบถามล่วงหน้าว่าในกรณีฉุกเฉินใครสามารถติดต่อหรือประสานงานแทนเราได้ รวมถึงควรเตรียมการเรื่องผู้รับผลประโยชน์ ผู้รับมอบอำนาจ และการจัดการทรัพย์สินหรือมรดก ให้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงที่เรายังสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
ผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
คำเตือน: การลงทุนในกองทุนรวม ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน RMF ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันภัยเป็นผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย และรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยเท่านั้น โดยการรับประกันภัยเป็นความรับผิดชอบของบริษัทประกันฯ