เพื่อคุ้มครองคุณและครอบครัว
เจาะลึกประกันชดเชยรายได้ ทำไมคนวัยทำงานถึงควรมี

Posted On 24 กรกฎาคม 2569
By Krungsri The COACH
มนุษย์เงินเดือนอย่างเราลุยงานหนักเพื่อสร้างอนาคต แต่ไม่มีใครรู้ว่าวันไหนจะต้องหยุดงานเพราะอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ในปี 2567 มีผู้ประกันตนใช้สิทธิกรณีเจ็บป่วยมากกว่า 44 ล้านครั้ง สะท้อนว่าการเจ็บป่วยอาจจะเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานได้ทุกวัน สิ่งสำคัญคือ
คุณมีเงินเพียงพอสำหรับหยุดพักรักษาตัวหรือไม่ ? ในบทความนี้ Krungsri The COACH จะพาคุณมารู้จัก “
ประกันชดเชยรายได้” ตัวช่วยให้คุณพักรักษาตัวได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่ารายได้ที่หายไปจะกระทบกับแผนการเงิน
ไขข้อสงสัย ประกันชดเชยรายได้คืออะไร ?
ประกันชดเชยรายได้ คือ ประกันที่จ่ายเงินชดเชยเป็นเงินสดให้เราตามจำนวนวันที่ระบุในกรมธรรม์ ในกรณีที่ต้องหยุดงาน และนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) จากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือโรคร้ายแรง เงินส่วนนี้จะเข้ามาทดแทนรายได้ที่หายไป ช่วยให้คุณมีเงินสดใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน คลายกังวลเรื่องภาระรายจ่ายประจำ และผ่อนคลายเพื่อรักษาตัวได้อย่างเต็มที่
ประกันชดเชยรายได้มีกี่ประเภท ?
ประกันประเภทนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ใครบ้างควรทำประกันชดเชยรายได้
ประกันประเภทนี้จำเป็น และตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานเหล่านี้เป็นพิเศษ
- พนักงานประจำ / มนุษย์เงินเดือน : ช่วยเติมเต็มรายได้ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐานของบริษัท
- ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ : กลุ่มที่ “หยุดงาน = ขาดรายได้” เพราะไม่มีสวัสดิการวันลาป่วยคอยรองรับ
- หัวหน้าครอบครัว : เสาหลักที่ต้องมีรายได้สม่ำเสมอเพื่อดูแลสมาชิก และจัดการรายจ่ายประจำที่หยุดวิ่งไม่ได้
ข้อดีของประกันชดเชยรายได้
- รักษาสภาพคล่อง : มีเงินสดโอนเข้าบัญชีไว้ใช้จ่าย แม้ไม่ได้ออกไปทำงาน
- ปกป้องเงินออม : ไม่ต้องดึงเงินเก็บก้อนใหญ่ที่สะสมไว้มาจ่ายค่าครองชีพยามฉุกเฉิน
- พักฟื้นได้สบายใจ : ลดความเครียดเรื่องเงินหมุน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
ข้อจำกัดของประกันชดเชยรายได้
- เน้นเคลมกรณีผู้ป่วยใน (IPD) : ส่วนใหญ่จะจ่ายเงินชดเชยเมื่อต้องนอนแอดมิทที่โรงพยาบาลเท่านั้น
- มีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) : ประกันไม่คุ้มครองทันที ต้องรอผ่านไป 30-90 วันหลังอนุมัติ (ตามเงื่อนไขแต่ละโรค)
- ไม่ครอบคลุมค่ารักษา : เป็นเงินสดให้เรานำไปใช้จ่ายทั่วไป ไม่ใช่เงินสำหรับจ่ายค่าหมอ ค่ายา หรือค่าห้องผ่าตัดโดยตรง
5 เช็กลิสต์ ก่อนทำประกันชดเชยรายได้ เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองประเมินตัวเองง่าย ๆ ด้วย 5 ข้อนี้ เพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าที่สุด
1. วงเงินคุ้มครอง
ควรเลือกวงเงินชดเชยรายวันที่สอดคล้องกับรายได้จริง คำนวณง่าย ๆ จากรายได้เฉลี่ยต่อวันทำงาน เช่น เงินเดือน 33,000 บาท (คิดเฉลี่ยวันทำงานละ 1,500 บาท) ควรเลือกแผนชดเชยวันละ 1,000 - 1,500 บาท เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายพื้นฐานโดยไม่แบกรับค่าเบี้ยที่แพงเกินไปจนกระทบสภาพคล่องในปัจจุบัน
2. ระยะเวลาคุ้มครอง
ตรวจสอบจำนวนวันสูงสุดที่ประกันจะจ่ายต่อการแอดมิทแต่ละครั้ง และต่อปีกรมธรรม์ เพราะเคสเจ็บป่วยรุนแรงหรืออุบัติเหตุหนักอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายเดือน เลือกแผนที่ให้ระยะเวลาคุ้มครองยาวนานเพียงพอจะช่วยให้มีเงินชดเชยต่อเนื่อง รองรับช่วงที่ยังกลับไปทำงานไม่ได้
3. เงื่อนไขความคุ้มครอง
อ่านข้อยกเว้น และระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ให้ถี่ถ้วน ดูประเภทการรักษาว่าครอบคลุมเฉพาะผู้ป่วยใน (IPD) หรือมีผู้ป่วยนอก (OPD) ด้วย รวมถึงตรวจสอบกลุ่มโรคที่ไม่คุ้มครอง เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์เวลาเคลมจริง
4. ค่าเบี้ยประกัน
เลือกเบี้ยประกันที่จ่ายไหวในระยะยาว โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน เนื่องจากประกันประเภทนี้เป็นสัญญาปีต่อปีที่ต้องต่ออายุต่อเนื่อง
5. ความมั่นคงของบริษัทประกัน
เลือกทำประกันกับบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีฐานลูกค้าใหญ่ และการเงินมั่นคง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับเงินชดเชยอย่างครบถ้วน และรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ โดยเช็กได้จากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันชั้นนำ
เมื่อเช็กลิสต์ความพร้อมเรียบร้อยแล้ว สำหรับคนทำงานยุคใหม่ที่อยากอุดรอยรั่วทางการเงิน คุ้มครองทั้งค่ารักษา และเติมเต็มรายได้ไปพร้อมกัน Krungsri The COACH มีทางเลือกที่ยืดหยุ่นมาแนะนำ
Krungsri The COACH แนะนำ : กรุงศรีประกันสุขภาพ ตามใจ พลัส ปรับความคุ้มครองสุขภาพได้ตามใจ
สำหรับคนทำงานที่อยากได้แผนความคุ้มครองแบบครบจบในที่เดียว Krungsri The COACH ขอแนะนำ “
กรุงศรีประกันสุขภาพ ตามใจ พลัส” ตัวช่วยจัดการความเสี่ยงที่ให้คุณออกแบบเองได้
- ยืดหยุ่นสูง : เลือกปรับความคุ้มครองสุขภาพได้ตามใจตั้งแต่ 1 ล้าน – 30 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์
- เติมเต็มรายได้ไม่สะดุด : สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองค่าชดเชยรายวันเพิ่มเติมเมื่อต้องนอนรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ได้ถึง 3 ระดับตามไลฟ์สไตล์ ได้แก่ 500 บาท 1,500 บาท และ 3,000 บาทต่อวัน
การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับทุกความท้าทายในอนาคตได้อย่างมั่นใจ ลุยงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป
เจ็บป่วยจนหยุดงาน...แต่รายได้ไม่จำเป็นต้องหยุดตาม “
ประกันชดเชยรายได้” คือตัวช่วยสำคัญของคนทำงาน และฟรีแลนซ์ ที่จะเปลี่ยนวันแอดมิทในโรงพยาบาลเป็นเงินสดโอนเข้าบัญชีโดยตรง เพื่อซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายประจำวัน และปกป้องเงินออม ซึ่ง Krungsri The COACH แนะนำให้ทำควบคู่กับประกันสุขภาพ เพื่อสร้างเกราะป้องกันสองชั้นที่คุ้มครองทั้งค่ารักษา และเสถียรภาพทางการเงินให้มั่นคง
หมายเหตุ :
ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันชีวิตเป็นผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต และรับชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น รับประกันโดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ทำประกันชดเชยรายได้แล้ว ยังจำเป็นต้องทำประกันสุขภาพไหม?
คำตอบคือ “
จำเป็นอย่างยิ่ง” เพราะทำหน้าที่เป็น “
เกราะป้องกัน 2 ชั้น” ที่แยกส่วนกันชัดเจน
- ประกันสุขภาพ : จ่ายค่ารักษาพยาบาล (ค่าหมอ ค่ายา ค่าห้อง) ให้โรงพยาบาลโดยตรง
- ประกันชดเชยรายได้ : จ่ายเงินสดให้ตัวคุณ เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไปในช่วงที่ทำงานไม่ได้
หากมีแค่ประกันชดเชยรายได้ เวลาป่วยคุณต้องควักเงินก้อนใหญ่จ่ายค่ารักษาเอง ซึ่งมักสูงกว่าเงินชดเชยที่ได้รับ การทำควบคู่กันจึงเป็นแผนการเงินที่สมบูรณ์แบบที่สุด
อ้างอิง