เปิดคู่มือการเขียนพินัยกรรม วางแผนวันนี้เพื่อคนที่คุณรัก
เพื่อคุ้มครองคุณและครอบครัว

เริ่มวางแผนพินัยกรรม เตรียมพร้อมส่งต่อทรัพย์สินอย่างราบรื่น

icon-access-time Posted On 26 สิงหาคม 2569
By Krungsri The COACH
“ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองจะจากไปเมื่อไร.. การเขียนพินัยกรรมจึงเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุด”

หลายคนตั้งใจเขียนพินัยกรรมด้วยตัวเอง เตรียมแจกแจงทรัพย์สินอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้คนข้างหลังเกิดความยุ่งยาก แต่ตอนเขียนไม่เคยรู้มาก่อนว่าส่วนสำคัญของพินัยกรรมมีอะไรบ้าง องค์ประกอบไหนที่กฎหมายบังคับว่าต้องมี สุดท้ายแล้วพินัยกรรมที่ตั้งใจเขียนไว้ด้วยความหวังดีอาจตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ เหมือนไม่เคยเขียนไว้เลยก็ได้

แล้วเราจะเขียนพินัยกรรมอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ? มาหาคำตอบไปกับ Krungsri The COACH ได้เลย

พินัยกรรมคืออะไร ทำไมคนมีทรัพย์สินยิ่งไม่ควรมองข้าม

พินัยกรรมคือ

พินัยกรรม คือ การแสดงเจตนาครั้งสุดท้ายของเจ้าของทรัพย์สิน เพื่อกำหนดว่าหลังจากตนเองเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สิน สิทธิ หรือเรื่องต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดจะถูกจัดการอย่างไร โดยพินัยกรรมจะมีผลเมื่อผู้ทำถึงแก่ความตาย และต้องจัดทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด (อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646 – 1710)

การทำพินัยกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเรื่องอัปมงคล แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทรัพย์สินที่คุณตั้งใจหามาทั้งชีวิต ถูกส่งต่อไปยังคนที่รักได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความประสงค์ของคุณมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยลดความสับสนและข้อพิพาทระหว่างทายาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แล้วคุณล่ะ เริ่มสำรวจทรัพย์สินของตัวเองเพื่อวางแผนส่งต่อให้คนที่รักแล้วหรือยัง ?

พินัยกรรมมีกี่แบบ ?

ประเภทพินัยกรรม

ตามกฎหมายแล้ว พินัยกรรมมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 รูปแบบ ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับกับความต้องการ สถานการณ์ และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ได้แก่
  1. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ : เน้นความสะดวก รวดเร็ว ทำได้ทันที
  2. พินัยกรรมแบบธรรมดา : เน้นความน่าเชื่อถือ มีพยานรู้เห็น
  3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง : เน้นความถูกต้องรัดกุมสูงสุด มีเจ้าหน้าที่รัฐรับรอง
  4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ : เน้นความเป็นส่วนตัวขั้นสุด ป้องกันคนรู้ความลับก่อนเวลา
  5. พินัยกรรมแบบวาจา : ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินใกล้เสียชีวิตเท่านั้น

พินัยกรรมรูปแบบไหนที่เหมาะกับคุณ ?

เพื่อให้คุณเลือกรูปแบบที่ตอบโจทย์ตัวเองได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องจำข้อกฎหมายให้ยุ่งยาก Krungsri The COACH ได้สรุปความเหมาะสม และข้อควรระวังของพินัยกรรมทั้ง 5 แบบ มาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนในตารางนี้
 
รูปแบบพินัยกรรม เหมาะกับใคร ข้อควรระวัง
1. แบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ที่ต้องการความสะดวก เป็นส่วนตัว และเขียนเองได้ทันที ต้องเขียนด้วยลายมือตัวเองทั้งหมด ห้ามพิมพ์ และต้องระบุวันเวลาให้ชัดเจน
2. แบบธรรมดา ผู้ที่ต้องการพิมพ์ข้อความด้วยคอมพิวเตอร์ หรือให้ผู้อื่นมาเขียนให้ มีทรัพย์สินหลายรายการ และต้องการให้มีพยานรับรอง ต้องมีพยานพร้อมกันอย่างน้อย 2 คน และพยานต้องไม่ใช่ผู้รับมรดก
3. แบบเอกสารฝ่ายเมือง ผู้ที่ต้องการความถูกต้องสูงสุด และป้องกันการสูญหาย ต้องไปทำที่สำนักงานเขต หรืออำเภอ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นพยาน
4. แบบเอกสารลับ ผู้ที่ไม่ต้องการให้ใครทราบข้อความในพินัยกรรมจนกว่าจะเสียชีวิต มีขั้นตอนการปิดผนึกซอง และประทับตราที่ซับซ้อนตามกฎหมาย
5. แบบวาจา ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินใกล้เสียชีวิต เช่น อุบัติเหตุรุนแรง มีผลแค่ชั่วคราว และพยานต้องรีบไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่รัฐโดยเร็ว
สำหรับใครที่สงสัยว่า เราสามารถเขียนพินัยกรรมด้วยตัวเองที่บ้านเลยได้ไหม ? คำตอบคือ “ทำได้” โดยเราเรียกพินัยกรรมที่เขียนขึ้นเองนี้ว่า “พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ” ซึ่งจะมี 3 ขั้นตอนง่าย ๆ มาดูกันเลย

3 ขั้นตอนเขียนพินัยกรรมด้วยตัวเองให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ขั้นตอนเขียนพินัยกรรม

เขียนพินัยกรรมด้วยตัวเองให้มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องรู้ 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เขียนด้วยลายมือตัวเองทั้งฉบับ


กฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พินัยกรรมประเภทนี้ต้องใช้ลายมือของเจ้าของมรดกเขียนขึ้นเองทั้งหมด ตั้งแต่ตัวอักษรแรกจนถึงตัวอักษรสุดท้าย

ข้อควรระวัง ห้ามใช้การพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือให้ผู้อื่นเขียนแทนแล้วนำมาเซ็นชื่อเด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้พินัยกรรมฉบับนั้นกลายเป็นโมฆะ และไม่สามารถใช้งานได้ทันที

ขั้นตอนที่ 2 ระบุข้อมูลให้ครบถ้วน และชัดเจน

 
เขียนพินัยกรรมด้วยตัวเอง

การระบุรายละเอียดในเอกสารต้องมีความชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนในการตีความ และการแย่งชิงทรัพย์สินในอนาคต โดยข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องมีในพินัยกรรม ประกอบด้วย
  • วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำพินัยกรรม
  • ข้อมูลส่วนตัวที่ระบุตัวตนของเจ้าของมรดก และผู้รับมรดกอย่างครบถ้วน เช่น ชื่อ-นามสกุล ความสัมพันธ์กับเจ้าของมรดก (เช่น บุตร คู่สมรส พี่น้อง หรือเพื่อน)
  • รายละเอียดทรัพย์สินที่ต้องการส่งต่อ เช่น เลขโฉนดที่ดิน เลขที่บัญชีธนาคาร หรือทะเบียนรถยนต์
  • ข้อความที่แสดงเจตนาในการยกทรัพย์สินให้แก่ผู้รับมรดกแต่ละคนอย่างชัดเจน

ขั้นตอนที่ 3 ลงลายมือชื่อกำกับ


เมื่อเขียนเนื้อหาทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าของมรดกต้องลงลายมือชื่อด้วยตัวเองเพื่อเป็นการยืนยันเจตนา สิ่งสำคัญคือต้องระวังห้ามใช้ตราประทับ ห้ามใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือใช้เครื่องหมายแทนการเซ็นชื่ออย่างเด็ดขาด เนื่องจากกฎหมายระบุให้ใช้เพียงลายมือชื่อในการทำพินัยกรรมรูปแบบนี้เท่านั้น

เขียนพินัยกรรมเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งเก็บเข้าแฟ้ม ลองเช็ก 4 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำพินัยกรรม เพื่อให้พินัยกรรมมีผลตามกฎหมาย และไม่เสี่ยงตกเป็นโมฆะ
  • เผลอพิมพ์ข้อความบางส่วนแทนการเขียนด้วยลายมือตัวเอง
  • ระบุรายละเอียดทรัพย์สินไม่ชัดเจน หรือไม่ระบุเลขที่บัญชี/เลขโฉนด
  • ไม่ได้อัปเดตข้อมูลพินัยกรรมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว เช่น การแต่งงาน หย่า หรือมีบุตรเพิ่ม
  • เก็บพินัยกรรมไว้ในที่ลับตาเกินไปจนไม่มีใครหาเจอเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การจัดการมรดกในภาพใหญ่ที่มากกว่าแค่การแบ่งทรัพย์สิน

การวางแผนมรดก

การวางแผนมรดกที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบแค่การเขียนพินัยกรรม แต่ควรวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินและเตรียมสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อให้คนข้างหลังสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และเป็นไปตามความตั้งใจของเจ้าของมรดก

ประกันชีวิตแบบคุ้มครองตลอดชีพ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการวางแผนมรดก เพราะช่วยสร้างเงินก้อนให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ทำให้ครอบครัวมีเงินพร้อมใช้ และช่วยรักษาทรัพย์สินสำคัญไว้ส่งต่อถึงทายาทตามที่วางแผนไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้ผู้รับผลประโยชน์เข้าถึงเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ได้โดยไม่ต้องรอการแบ่งมรดก จึงช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

สรุป 3 ข้อเกี่ยวกับพินัยกรรม เข้าใจให้ครบ ก่อนส่งต่อทรัพย์สิน

การเริ่มต้นทำพินัยกรรม และวางแผนมรดกตั้งแต่วัย 30-55 ปี ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการแสดงความรัก ความใส่ใจ และความรับผิดชอบต่อคนในครอบครัว เริ่มต้นวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้คนข้างหลังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงที่สุด

แนะ 3 สิ่งที่ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้
  • สำรวจ และทำบัญชีทรัพย์สินรวมถึงหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่
  • เลือกรูปแบบพินัยกรรมที่เหมาะกับข้อจำกัด และโครงสร้างครอบครัว
  • เตรียมสภาพคล่องทางการเงินด้วยประกันมรดกเพื่อปกป้องทรัพย์สินให้ลูกหลาน

หากต้องการเริ่มต้นวางแผนมรดก และเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อดูแลคนที่คุณรัก สามารถติดต่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงไปด้วยกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเขียนพินัยกรรมด้วยตัวเอง

ขึ้นอยู่กับรูปแบบของพินัยกรรมที่เลือกทำ โดยพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ไม่ต้องมีพยาน เพราะลายมือผู้เขียนสามารถใช้ยืนยันตัวตนได้ ส่วนพินัยกรรมแบบธรรมดา (ทั้งแบบการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ และให้ผู้อื่นมาเขียนแทน) จะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน เซ็นรับรองพร้อมกัน เพื่อยืนยันว่า เอกสารที่พิมพ์มาเป็นความประสงค์ของเจ้าตัวจริง ๆ
หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกจัดสรร และแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้

อ้างอิง

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ฉันอ่านบทความวิธีเขียนพินัยกรรมด้วยตัวเองของ Krungsri The COACH แล้วอยากวางแผนจัดการทรัพย์สินต่อ จึงอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายภาษีมรดกว่า มีหลักเกณฑ์อย่างไร มีทรัพย์สินประเภทไหนบ้างที่ต้องเสียภาษี พร้อมขอคำแนะนำและเทคนิคการวางแผนภาษีมรดกเพื่อส่งต่อให้ครอบครัวอย่างราบรื่น โดยขอแหล่งข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์สถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วย
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา