ค่าใช้จ่ายเปิดเทอม มีอะไรบ้างที่พ่อแม่ต้องระวังก่อนงบบานปลาย

Posted On 15 พฤษภาคม 2568
By Krungsri The COACH
รู้ไหมว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาไม่ได้จบแค่ค่าเทอม แต่ยังมี "
ค่าใช้จ่ายแฝง" อีกมากที่พ่อแม่ต้องเจอ ยิ่งมองระยะยาวกว่า 20 ปี จนกว่าลูกจะสำเร็จการศึกษา หากไม่วางแผนดี อาจกลายเป็นภาระที่กระทบทั้งครอบครัว Krungsri The COACH จะพาไปดูลิสต์รายจ่ายที่พ่อแม่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อให้พ่อแม่ท่านวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบ
รับมือเทศกาลจ่ายค่าเทอม ตีแผ่ค่าใช้จ่ายลูกที่พ่อแม่ต้องเตรียม
เทศกาลจ่ายค่าเทอมทีไร หลายครอบครัวต้องวางแผนการเงินกันยกใหญ่ เพราะค่าใช้จ่ายของลูกไม่ได้มีแค่ค่าเทอม แต่ยังมีรายจ่ายแฝงอีกมาก มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรรู้และเตรียมรับมือให้พร้อม
1.ค่าเทอม
ถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักสำหรับเด็กในวัยเรียน ซึ่งงบประมาณที่คุณพ่อและคุณแม่เตรียมไว้ต้องสอดคล้องกับลักษณะของแผนการศึกษาที่ได้วางไว้ให้แก่ลูก และที่ขาดไม่ได้คือการประเมินปัจจัยด้านการเงินของครอบครัวว่ามีรายได้ปัจจุบันมากน้อยเพียงใด เพียงพอต่อการใช้จ่ายตามแผนการศึกษาที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ เช่น หากครอบครัวมีฐานะปานกลางแต่ส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่
ค่าเทอมแสนแพงก็จะก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงินและปัญหาอื่น ๆ ตามมา
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาคำนวณกันสักหน่อยว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องเตรียมเงินประมาณเท่าไรสำหรับอนาคตทางการศึกษาของลูกตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาตรี โดยประเมินจากการวางแผนการศึกษาในระดับต้น-กลางของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและมหาวิทยาลัยเอกชน
ที่มา: สพฐ./กระทรวงศึกษาธิการ
2.ค่าอุปกรณ์การเรียน
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักถูกมองว่าเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันตลอดทั้งปีแล้วอาจสูงกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นค่าหนังสือเรียน สมุด เครื่องเขียน รวมถึงอุปกรณ์เฉพาะทางอย่างอุปกรณ์ศิลปะหรืองานประดิษฐ์ที่ต้องซื้อเพิ่มตามกิจกรรมของโรงเรียน ดังนั้น พ่อแม่ควรเผื่องบส่วนนี้ไว้ล่วงหน้า และวางแผนซื้ออย่างคุ้มค่า เช่น เลือกใช้ซ้ำหรือซื้อช่วงโปรโมชันเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว
3.ค่าชุดนักเรียน
โดยเฉลี่ยแล้วค่าเครื่องแต่งกายของเด็กต่อปีจะอยู่ประมาณ 3,000 – 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับชั้นและโรงเรียน สำหรับเด็กเล็กอาจใช้งบไม่มาก แต่ช่วงประถม–มัธยม ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มจากจำนวนชุดและการเปลี่ยนขนาด และหากเป็นโรงเรียนเอกชนหรือมีหลายกิจกรรม อาจต้องเผื่องบสูงกว่านี้เพื่อให้เพียงพอทั้งปี
4.ค่ากิจกรรมการศึกษา (เข้าค่าย/ ทัศนศึกษา)
การทำกิจกรรมนอกห้องเรียนช่วยเสริมทั้งแรงบันดาลใจและทักษะ EF ที่จำเป็นในยุคนี้ พ่อแม่จึงควรตั้งงบไว้ประมาณ 3,000 – 20,000 บาทต่อปี ตามระดับชั้นและประเภทกิจกรรม และเผื่อสำรองปีละ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะกรณีทัศนศึกษาต่างประเทศที่ค่าใช้จ่ายสูง
5.ค่าเรียนกวดวิชาหรือค่าเรียนพิเศษ
ในยุคที่การแข่งขันทางการศึกษาสูงขึ้น คอร์สเรียนพิเศษแทบกลายเป็นค่าใช้จ่ายไฟต์บังคับของหลายครอบครัว โดยเฉพาะช่วงเตรียมสอบเข้าสถาบันการศึกษาชั้นนำที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกปี เด็กจำนวนมากต้องเรียนเสริมหลายวิชาเพื่อเพิ่มโอกาสสอบติด ทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งกระฉูดตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นต่อเทอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
6.ค่าหอพักในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ได้มีแค่ค่าห้อง แต่รวมถึงค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายจิปาถะ โดยเฉลี่ย 3,000 – 10,000+ บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเล ในมุมการเงิน บางครอบครัววางแผนผ่อนคอนโดแทนการเช่า เพื่อเปลี่ยนค่าใช้จ่ายระยะยาวให้กลายเป็นทรัพย์สินและปล่อยเช่าต่อได้ในอนาคต
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ ภาครัฐได้มีเงินสนับสนุนด้วย แต่ทางครอบครัวเองก็ต้องออกเพิ่มด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจต้องเตรียมตัวในการวางแผนการเรียนของคุณลูกไว้แต่เนิ่น ๆ ว่าลูกควรจะเรียนที่ไหน โดยประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายปัจจุบันของครอบครัว การเดินทางจากบ้านไปยังสถานศึกษา ระยะเวลาของการศึกษาเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของลูกว่ารวมเป็นเงินเท่าไร และหากเตรียมเงินไว้เพียงพอแล้วจะต้องพยายามลดรายจ่ายส่วนใด เพื่อให้การใช้จ่ายในครอบครัวมีความคล่องตัวอยู่เสมอ
แม้การวางแผนการเงินเพื่อลูกอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การมีตัวช่วยทางการเงินที่ดีก็จะช่วยให้อนาคตทางการศึกษาของเด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป... เพื่อความสำเร็จของลูกอันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของผู้เป็นพ่อแม่
ขอบคุณข้อมูลจาก: