ส่องค่าใช้จ่ายเปิดเทอมลูก
เพื่ออนาคตลูก

ส่องค่าใช้จ่ายเปิดเทอมลูก พร้อม 5 วิธีเซฟเงินให้พ่อแม่

icon-access-time Posted On 18 กันยายน 2569
By Krungsri The COACH
พอถึงช่วงเปิดเทอม ค่าใช้จ่ายของลูกก็มักมาพร้อมกันจนหลายบ้านรู้สึกหนักใจ ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปี 2569 ระบุว่าผู้ปกครองมากกว่า 1 ใน 5 หรือประมาณ 27% ไม่มีเงินสดเพียงพอในช่วงเปิดเทอม เพราะขาดการวางแผนการเงินที่ดี

แล้วเปิดเทอมหนึ่งครั้ง พ่อแม่ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ? Krungsri The COACH รวมค่าใช้จ่ายสำคัญ พร้อม 5 วิธีช่วยเซฟเงินให้เตรียมพร้อมก่อนเปิดเทอม

เปิดค่าเทอมแต่ละระดับชั้นที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียม

“ค่าเทอม” เป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่พ่อแม่ต้องเตรียม ซึ่งแต่ละบ้านก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับชั้นและโรงเรียนที่เลือกให้ลูก ถ้ารู้คร่าว ๆ ว่าต้องใช้เท่าไร ก็จะช่วยให้เตรียมเงินไว้ล่วงหน้าได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมาหนักทีเดียวตอนเปิดเทอม

1. ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา


สำหรับเด็กเล็ก ค่าใช้จ่ายจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างโรงเรียนรัฐบาล และเอกชน
  • โรงเรียนรัฐบาล : ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาทต่อปี แต่ก็อาจมีบางโรงเรียนที่ไม่ต้องจ่ายเลย เนื่องจากได้รับการอุดหนุนบางส่วนจากภาครัฐ
  • โรงเรียนเอกชน : ค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 - 150,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตร และสิ่งอำนวยความสะดวก

หมายเหตุ : อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2568 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนเอกชนปี 2567

2. ระดับมัธยมศึกษาถึงมหาวิทยาลัย

 
ค่าเทอมมัธยม

เมื่อเข้าสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้น ค่าธรรมเนียมการศึกษาจะปรับตัวตามสายวิชา และหลักสูตร
  • โรงเรียนรัฐบาล : ระดับมัธยมศึกษาประมาณ 6,000 - 15,000 บาทต่อปี
  • โรงเรียนเอกชน : ระดับมัธยมศึกษาประมาณ 50,000 - 200,000 บาทต่อปี ตามรูปแบบหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตรสองภาษา
  • มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรัฐบาลมีค่าธรรมเนียมประมาณ 30,000 - 120,000 บาทต่อปี ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนหรือหลักสูตรนานาชาติประมาณ 80,000 - 300,000 บาทขึ้นไปต่อปี

หมายเหตุ : อ้างอิงข้อมูลจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนเอกชน ปี 2567

รายจ่ายช่วงเปิดเทอมที่พ่อแม่อาจมองข้าม

นอกจากค่าเทอมแล้ว ยังมีทั้งค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน กิจกรรมต่าง ๆ ค่าขนม รวมไปถึงค่าเดินทาง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วอาจทำให้งบช่วงเปิดเทอมสูงกว่าที่คิด

1. ค่าชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน


เด็กโตขึ้นทุกปี ของที่เคยใช้ได้ในเทอมก่อนอาจต้องเปลี่ยนใหม่ ทั้งชุดนักเรียน รองเท้า รวมถึงอุปกรณ์การเรียนที่เปลี่ยนไปตามระดับชั้น จากเครื่องเขียนและหนังสือ ไปจนถึงแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงเป็นอีกก้อนที่คุณพ่อคุณแม่ควรเผื่อไว้ก่อนเปิดเทอม

2. ค่ากิจกรรมนอกห้องเรียน และกวดวิชา

 
ค่ากิจกรรมและกวดวิชา

การพัฒนานอกห้องเรียนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามแต่ละช่วงวัย ดังนี้
  • ระดับประถมศึกษา : ค่าค่ายกิจกรรม ดนตรี กีฬา และทัศนศึกษา ประมาณ 2,000 - 10,000 บาทต่อปี
  • ระดับมัธยมศึกษา : ค่าติวหนังสือ กวดวิชาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ค่ายวิชาการ และกิจกรรมชมรม ประมาณ 10,000 - 50,000 บาทต่อปี
  • ระดับมหาวิทยาลัย : ค่ากิจกรรมคณะ ค่ายรับน้อง อุปกรณ์เฉพาะสาขา และค่าอบรมสัมมนา ประมาณ 5,000 - 20,000 บาทต่อปี

3. ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และอินเทอร์เน็ต


นอกจากค่าอุปกรณ์และกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องเจอทุกเดือน ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าอินเทอร์เน็ต ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วก็เป็นอีกก้อนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมไว้เช่นกัน
  • ค่าอาหาร : ค่าอาหารกลางวัน และค่าขนมเฉลี่ย 1,000 - 2,500 บาทต่อเดือน
  • ค่าเดินทาง : มีทั้งค่าน้ำมันสำหรับครอบครัวที่รับส่งเอง ค่าโดยสารรถสาธารณะ หรือค่ารถโรงเรียนประมาณ 3,000–8,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และระยะทาง
  • ค่าหอพัก และอินเทอร์เน็ต : สำหรับลูกในวัยมหาวิทยาลัย จะมีค่าหอพักเพิ่มเติมประมาณ 3,000 - 10,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รวมถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับการเรียน และการทำรายงาน

เมื่อรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าด้วยกัน ตัวเลขอาจไม่น้อยเลย การวางแผนล่วงหน้าจึงช่วยให้พ่อแม่เตรียมพร้อมก่อนถึงช่วงเปิดเทอมได้ง่ายขึ้น

5 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายเปิดเทอม ช่วยพ่อแม่เซฟงบ

วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายเปิดเทอม

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเปิดเทอมแล้วค่อยจัดการค่าใช้จ่าย ลองเริ่มจาก 5 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดรายจ่ายและเตรียมเงินล่วงหน้าได้

1. เช็กของที่มีก่อนลิสต์ของที่ต้องซื้อ

 
ลิสต์ของที่ต้องซื้อ

เริ่มจากการรวบรวมของใช้เดิมที่มีอยู่ เช่น กระเป๋านักเรียน สมุด เครื่องเขียน ว่าชิ้นไหนยังใช้ได้บ้าง พร้อมให้ลูกลองชุดนักเรียนเดิมว่ายังใส่ได้พอดีหรือเปล่า บางชิ้นอาจนำมาปรับแก้ได้ เช่น เลาะชายผ้าเพื่อขยายขนาด แทนการซื้อใหม่ทั้งหมด แล้วค่อยลิสต์เฉพาะของที่จำเป็นที่ต้องซื้อ เพื่อลดการซื้อซ้ำและประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีก

2. เปรียบเทียบโปรโมชันต้อนรับเทศกาลเปิดเทอม


ก่อนซื้อควรเช็กโปรโมชันล่วงหน้า เช่น การใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตเพื่อแลกรับเครดิตเงินคืน หรือส่วนลดเพิ่ม การใช้คะแนนสะสม หรือการเลือกซื้อในช่วงที่จัดแคมเปญลดราคาต้อนรับเปิดเทอม

3. ซื้ออุปกรณ์แบบเหมาแพ็ก หรือราคาส่ง


การซื้อสินค้าจำพวกเครื่องเขียน สมุด หรือถุงเท้าแบบยกโหล หรือเหมาแพ็กใหญ่ มักได้ราคาต่อชิ้นถูกกว่าการแยกซื้อ โดยสามารถเลือกเปรียบเทียบช่องทางออนไลน์ช่วงแคมเปญ Back to School บน e-Commerce Platform ที่มีคูปองส่วนลด และโค้ดส่งฟรี หากลูกยังใช้ไม่หมดในเทอมนี้ ยังสามารถเก็บไว้ใช้ในเทอมถัดไป

4. แลกเปลี่ยนสินค้าสภาพดีในกลุ่มคอมมูนิตี้ผู้ปกครอง

 
กลุ่มคอมมูนิตี้ผู้ปกครอง

สำหรับของใช้ที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ใช้เพียงช่วงสั้น ๆ เช่น ชุดลูกเสือ-เนตรนารี เครื่องดนตรี หรือหนังสือเรียนเฉพาะวิชา ลองเลือกซื้อของมือสองสภาพดี หรือแลกเปลี่ยนและส่งต่อกันในกลุ่มผู้ปกครองบน Facebook ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแทนการซื้อใหม่ได้

5. ทยอยออมเงินล่วงหน้าเพื่อกระจายภาระค่าใช้จ่าย


ลองแบ่งเงินออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกสำหรับค่าใช้จ่ายที่ทยอยเกิดขึ้น เช่น ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรม หรืออุปกรณ์ที่ต้องซื้อเพิ่ม และอีกก้อนสำหรับ ค่าเทอม โดยทยอยเก็บล่วงหน้าทุกเดือน วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่ทั้งหมดในช่วงเปิดเทอม

ยิ่งเริ่มเก็บเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมเงินมากขึ้น และหากเลือกวิธีเก็บเงินให้เหมาะกับแต่ละเป้าหมาย ก็ช่วยให้เตรียมเงินไว้พร้อมเมื่อถึงเวลาต้องใช้

Krungsri The COACH แนะนำ : ทยอยสร้างเงินก้อนสำหรับค่าเทอม

ค่าเทอมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่พ่อแม่พอจะรู้ล่วงหน้าว่าต้องใช้เมื่อไร การทยอยเก็บเป็นประจำทุกเดือนจึงช่วยให้ค่อย ๆ เตรียมเงินก้อนให้พร้อมก่อนถึงเวลา โดยบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 หรือ 36 เดือน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเก็บเงินเพื่อการศึกษาของลูก
  • รับดอกเบี้ยสูง และดอกเบี้ยไม่เสียภาษี : ได้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปถึง 6 เท่า*
  • เลือกเก็บตามกำลัง : เริ่มต้นเพียงเดือนละ 500 - 25,000 บาท
  • หมดห่วงเรื่องลืมฝาก : ตั้งโอนล่วงหน้าเพื่อตัดบัญชีอัตโนมัติผ่าน Krungsri app ได้
  • เอกสารเปิดบัญชีเตรียมง่าย :
    • อายุต่ำกว่า 12 ปี : ใช้บัตรประชาชนเด็ก สูติบัตร (หรือทะเบียนบ้าน) และบัตรประชาชนคุณพ่อ หรือคุณแม่
    • อายุ 12 ปีขึ้นไป : ใช้เพียงบัตรประชาชนของเด็กใบเดียวเท่านั้น

*เทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคาร ณ วันที่ 5 มิ.ย. 69
 
บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

เปลี่ยนความกังวลเปิดเทอม ให้เป็นการวางแผนการเงินที่มั่นคง

ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมอาจมาพร้อมกันหลายอย่าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร และเริ่มวางแผนไว้ล่วงหน้า ก็ช่วยให้รับมือกับทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะการวางแผนที่ดี ไม่ได้หมายถึงการต้องลดทุกค่าใช้จ่าย แต่คือการเตรียมเงินให้พร้อมสำหรับสิ่งสำคัญของลูก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเปิดเทอม

โดยทั่วไปโรงเรียนในไทยแบ่งการเรียนเป็น 2 เทอม จึงมักจ่ายค่าเทอมปีละ 2 ครั้ง แต่โรงเรียนนานาชาติหรือบางหลักสูตรอาจแบ่งเป็น 3 เทอม และเรียกเก็บค่าเทอมปีละ 3 ครั้ง แนะนำให้เช็กกำหนดการของโรงเรียนล่วงหน้าเพื่อเตรียมเงินได้ตรงเวลา
แต่ละโรงเรียนมีกำหนดจ่ายค่าเทอมต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะเรียกเก็บ ก่อนเปิดเทอมประมาณ 1–2 เดือน เช่น เทอม 1 ช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และเทอม 2 ช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม คุณพ่อคุณแม่จึงควรเช็กกำหนดจ่ายของโรงเรียนและทยอยเตรียมเงินไว้ล่วงหน้า
ค่าแรกเข้า เป็นเงินที่โรงเรียนเรียกเก็บเพิ่มเติมเมื่อลูกเข้าเรียนในโรงเรียนนั้นเป็นครั้งแรก จำนวนเงินจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน และโดยทั่วไปจะจ่ายเพียงครั้งเดียว

อ้างอิง

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ฉันอยากวางแผนค่าใช้จ่ายเปิดเทอมของลูกในเทอมหน้า ช่วยคำนวณว่าควรเก็บเงินเดือนละเท่าไร โดยแบ่งเป็นค่าเทอม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ พร้อมช่วยวางแผนให้เหมาะกับรายรับ-รายจ่ายของครอบครัว และระดับชั้นของลูก
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา