หมดกังวลเรื่องเงิน แชร์เคล็ดลับวางแผนลาออกอย่างไรไม่ให้เคว้ง
รอบรู้เรื่องลงทุน

หมดกังวลเรื่องเงิน แชร์เคล็ดลับวางแผนลาออกอย่างไรไม่ให้เคว้ง

icon-access-time Posted On 25 มีนาคม 2569
By Krungsri The COACH
เคยไหม…แอบฝันถึงวันที่ได้ก้าวออกจากงานเดิม ไปเริ่มต้นเส้นทางใหม่ที่ใช่กว่าเดิม

ไม่เป็นไรเลย ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน และการลาออกก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล หากเราค่อย ๆ วางแผนการเงินให้รอบคอบ เตรียมเงินสำรอง เช็กภาระค่าใช้จ่าย และมองทางเลือกไว้ล่วงหน้า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจจะกลายเป็น “โอกาส” ที่ดีกว่าเดิม

บทความนี้ Krungsri The COACH จะชวนคุณมาเตรียมความพร้อมทางการเงินก่อนยื่นใบลาออก เพื่อให้การเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตมั่นคง และมั่นใจมากกว่าที่เคย

เช็กให้ชัวร์ สัญญาณแบบไหนที่ “ถึงเวลาร่อนเรซูเม่”

อยากลาออกจากงาน

ก่อนจะวางแผนลาออก ลองถอยออกมาหนึ่งก้าวสำรวจความรู้สึก และสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
  1. ความสุขในทุกเช้าหายไป : รู้สึกหดหู่ และทรมานใจทุกเช้าที่ต้องตื่นมาทำงาน ความรู้สึกนี้กัดกินพลังชีวิตจนลามไปถึงวันหยุดพักผ่อนที่เริ่มไม่มีความสุข เพราะมัวแต่กังวลถึงงานในวันรุ่งขึ้น
  2. มองไม่เห็นการเติบโต : งานที่ทำอยู่เริ่มจำเจ เหมือนกำลังย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทักษะเริ่มตัน และมองไม่เห็นเส้นทางการเติบโต (Career Path) หรือโอกาสก้าวหน้าในองค์กรอีกต่อไป
  3. วัฒนธรรมองค์กรไม่สอดคล้องกับความเป็นตัวเรา : ค่านิยม สไตล์การทำงาน หรือบรรยากาศในออฟฟิศเริ่มขัดแย้งกับความเป็นตัวเรา จนสร้างความอึดอัดใจ และบั่นทอนสุขภาพจิตในระยะยาว
  4. ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าเหนื่อย : รู้สึกว่าเงินเดือนหรือสวัสดิการที่ได้รับ ไม่สอดคล้องกับภาระงาน ความสามารถที่เพิ่มมากขึ้น และไม่ได้รับการยอมรับในผลงานเท่าที่ควร
  5. สุขภาพกายและใจส่งสัญญาณเตือน : เริ่มมีภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) เครียดสะสม นอนไม่หลับ หรือป่วยบ่อยขึ้นโดยหาสาเหตุไม่ได้ นี่อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลัง “ส่งเสียงขอความช่วยเหลือ” จากบรรยากาศรอบตัวที่คุณเผชิญอยู่ทุกวัน
เมื่อเช็กแล้วพบว่าสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน การลาออกก็ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม และสามารถเปล่งประกายได้มากกว่า แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหางานใหม่ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

อัปเกรดทักษะให้พร้อม ก่อนก้าวสู่งานใหม่

ทักษะก่อนหางานใหม่

โลกการทำงานหมุนเร็วมาก ทักษะที่เคยทำให้เราได้งานเมื่อ 3 ปีก่อน อาจไม่เพียงพอสำหรับตลาดแรงงานในวันนี้ ช่วงเวลาก่อนลาออกหรือระหว่างพักงาน จึงเป็นโอกาสทองในการอัปเกรดตัวเองให้พร้อม
  • ทักษะเฉพาะทางต้องทันสมัย : ลองสำรวจดูว่าสายงานที่เราจะไปสมัคร เขาใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมอะไรใหม่ ๆ บ้าง เช่น สายการตลาดควรมีความรู้ด้าน Social Media ต่าง ๆ และวิเคราะห์ Data ให้คล่อง ส่วนสายไอทีควรตามเทรนด์ภาษาโปรแกรม Framework และ Cloud ให้ทันตลาด
  • ทักษะที่นำไปใช้ได้ทุกที่คือแต้มต่อ : สำหรับคนที่อยากย้ายสายงาน ให้ดึงทักษะที่ติดตัวเราไปได้ทุกที่ออกมาเป็นจุดขาย เช่น ทักษะการแก้ปัญหา ภาวะผู้นำ การสื่อสาร การใช้เครื่องมือ AI รวมไปถึงการบริหารจัดการโปรเจกต์
  • เรียนรู้ และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่าให้ขาด : ใช้เวลาว่างจากการวางแผนลาออก ลงเรียนคอร์สออนไลน์ หรือสอบใบรับรอง (Certificate) เพื่อมาประดับเรซูเม่ การไม่หยุดเรียนรู้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสัมภาษณ์งานได้มาก

ระหว่างหางานกับอัปสกิล ควรจัดเวลาอย่างไรให้เดินหน้าได้ทั้งสองทาง ?


แนะนำให้จัดลำดับความสำคัญ โดยช่วงแรกให้โฟกัสที่การหางาน และสร้างรายได้ก่อน ส่วนการพัฒนาทักษะอาจใช้เวลาว่างวันละ 1-2 ชั่วโมงหลังเลิกงาน หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มาเรียนรู้เพิ่มเติมทีละนิด ไม่จำเป็นต้องรอให้ว่างงานถึงจะเรียนรู้ได้

เมื่อทักษะพร้อมแล้ว อีกหนึ่งขาที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ “เงิน” เพราะการลาออกแบบไม่มีงานรองรับ ความมั่นคงทางการเงินคือเกราะป้องกันเดียวที่จะทำให้ไม่เจ็บตัว

วางแผนการเงินให้รัดกุม “ลาออก” แบบไม่มีงานรองรับ ก็ไม่เจ็บตัว

วางแผนลาออก

การเงินคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กล้าลาออก ดังนั้นถ้าจะวางแผนลาออกให้มั่นใจ ควรเริ่มจากจัดการเงินให้รอบคอบ เตรียมเงินสำรองและคุมค่าใช้จ่าย เพื่อให้ช่วงว่างงานผ่านไปได้อย่างราบรื่น

เงินสำรองฉุกเฉิน เกราะป้องกันชั้นแรกที่ทุกคนต้องมี


ก่อนตัดสินใจลาออก ควรตรวจสอบบัญชีเงินฝากดูว่ามี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอให้ใช้ชีวิตแบบไม่มีรายได้เข้ามาเลยอย่างน้อย 6-12 เดือน หรือไม่ โดยตัวเลขนี้คำนวณจากค่าใช้จ่ายรายเดือนทั้งหมด ทั้งค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง และภาระผ่อนต่าง ๆ การมีเงินก้อนนี้จะช่วยลดความกดดันในระหว่างหางานใหม่ ทำให้ไม่ต้องรีบคว้างานที่ไม่ใช่ เพียงเพราะร้อนเงิน

จัดระเบียบรายจ่ายของตนเองอย่างละเอียด


สำรวจภาระหนี้สินที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือบัตรเครดิต หากประเมินแล้วว่าอาจผ่อนไม่ไหวในช่วงว่างงาน ควรติดต่อธนาคารเพื่อขอประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมทั้งตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกทั้งหมด เพื่อรักษาเงินสดในมือไว้ให้ได้นานที่สุด

อย่าลืม ! เช็กสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ว่างงาน


เมื่อตัดสินใจลาออกแล้ว อย่าลืมรักษาสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ โดยมี 2 ส่วนหลักที่ต้องบริหารจัดการให้ดี ดังนี้
 

1. เงินชดเชยกรณีว่างงาน (ประกันสังคม มาตรา 33)


สิ่งแรกที่ต้องทำคือ รีบไปขึ้นทะเบียนว่างงานกับกรมการจัดหางาน (ผ่านระบบออนไลน์ e-Service) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลาออก โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องรู้ ดังนี้
  • เงื่อนไขการได้รับเงินชดเชย : ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาครบ 3 เดือนขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์เบิกเงินชดเชยได้
  • จำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับเงิน : ในกรณีที่ลาออกเอง จะได้รับเงินชดเชย 30% ของค่าจ้าง (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุดใหม่ 17,500 บาท) เท่ากับว่าจะได้รับสูงสุดเดือนละ 5,250 บาท
  • จำนวนเดือนที่ได้รับเงินชดเชย : จ่ายให้ปีละไม่เกิน 90 วัน (3 เดือน) รวมเป็นเงินช่วยเหลือสูงสุด 15,750 บาท ตลอดช่วงว่างงานนี้
  • ระยะเวลาที่จ่ายเงิน : หลังจากขึ้นทะเบียน และรายงานตัวครั้งแรกแล้ว เงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารภายใน 5-7 วันทำการ และต้องเข้ามารายงานตัวผ่านระบบเดือนละ 1 ครั้ง เงินงวดถัดไปจึงจะโอนเข้ามา

หมายเหตุ : ข้อมูลประกันสังคม มาตรา 33 อัปเดต ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง
 

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)


สำหรับใครที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีทางเลือกในการจัดการ 3 แบบ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นเรื่องสภาพคล่อง
  • ทางเลือกที่ 1 (ถอนเงินสด) : หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงว่างงาน ก็สามารถเลือกถอนเงินออกมาทั้งหมดได้ แต่ต้องยอมรับว่าจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินไม่เต็มจำนวน
  • ทางเลือกที่ 2 (คงเงินไว้) : หากยังไม่รีบใช้เงิน สามารถเลือก “คงเงินไว้” ในกองทุนเดิม (มีค่าธรรมเนียมรายปีเล็กน้อย) เพื่อรอโอนย้ายไปที่ทำงานใหม่เมื่อได้งานแล้ว
  • ทางเลือกที่ 3 (โอนย้ายไป RMF) : หากต้องการให้เงินทำงานต่อเนื่อง และรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษี แนะนำให้โอนย้ายไปยังกองทุน RMF for PVD ซึ่งจะช่วยให้เงินก้อนนี้เติบโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

การวางแผนจัดการเงินก้อนเหล่านี้ให้ดี จะช่วยให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในช่วงรอยต่อของการว่างงาน และลดความตึงเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายลงได้มาก แต่คำถามสำคัญที่มักจะตามมาคือ “แล้วเราควรเอาเงินสำรองหรือเงินก้อนที่ได้มา ไปเก็บพักไว้ที่ไหนดี?” ครั้นจะปล่อยทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาเพื่อรอถอนใช้ ดอกเบี้ยที่ได้ก็อาจจะน้อยจนเสียโอกาส แต่จะเอาไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงก็คงไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับช่วงที่ขาดรายได้ประจำ แถมหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็อาจจะดึงเงินออกมาใช้ได้ยาก

พักเงินก้อนช่วงเปลี่ยนงานและขายคืนได้ตามเงื่อนไขกองทุนกับกองทุนตราสารหนี้จากกรุงศรี

ในช่วงรอยต่อของการเตรียมเปลี่ยนงาน เงินก้อนที่คุณวางแผนไว้ล่วงหน้าคือกันชนสำคัญของชีวิต แต่อย่าปล่อยให้เงินก้อนนี้นอนนิ่งจนมูลค่าลดลง ทางออกที่สมเหตุสมผลคือการหาที่พักเงินที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง “ความปลอดภัย” และ “สภาพคล่อง” ลองเลือกพักเงินกับกองทุนเปิดกรุงศรีสมาร์ทตราสารหนี้-สะสมมูลค่า (KFSMART-A) ที่ตอบโจทย์คนหางานช่วง 3-6 เดือน โดยเฉพาะ
  • สภาพคล่อง : ขายคืนได้เงินไวแบบ T+1 (ขายวันนี้ ได้เงินคืนวันทำการถัดไป) ทำให้คุณอุ่นใจว่าหากมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน ก็สามารถดึงออกมาใช้ได้ ไม่ต้องรอนาน
  • โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่า : มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ และเอกชนที่มีคุณภาพ มุ่งหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป ช่วยให้เงินสำรองของคุณมีโอกาสเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างที่คุณกำลังเฟ้นหางานใหม่
  • ระดับความเสี่ยง : 4 ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ ราคากองทุนผันผวนไม่มาก เหมาะสำหรับใช้พักเงินก้อนสำคัญที่คุณไม่อยากให้เสี่ยงต่อการขาดทุน
  • เริ่มต้นง่าย : เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท ไม่ว่าจะมีเงินสำรองก้อนเล็กหรือก้อนใหญ่ ก็สามารถนำมาบริหารจัดการและกระจายความเสี่ยงได้ง่าย ๆ
 
กองทุนกรุงศรี


ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สอบถามข้อมูลและขอคําแนะนํากับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ที่สาขาธนาคาร หรือ โทร 02-296-5959

หมายเหตุ
: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหน่วยลงทุนให้กับ บลจ. กรุงศรี เท่านั้น


การวางแผนลาออกที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของการหางานใหม่อย่างเดียว แต่คือการบริหารจัดการชีวิตให้พร้อมในทุกมิติ ทั้งทักษะ การเงิน และทัศนคติ หากคุณเตรียมตัวมาอย่างดี ช่วงเวลาว่างงานจะไม่ใช่วิกฤต แต่จะเป็นโอกาสทองให้คุณได้พักชาร์จแบต และก้าวกระโดดไปสู่จุดหมายใหม่ที่ไกลกว่าเดิม Krungsri The COACH ขอเป็นกำลังใจให้ทุกการเริ่มต้นใหม่ของคุณเต็มไปด้วยความมั่นใจ
 
Krungsri Prompt :

จากบทความเรื่องแชร์เคล็ดลับวางแผนลาออกอย่างไรไม่ให้เคว้งของ Krungsri The COACH ที่ฉันเพิ่งอ่านจบไป ฉันอยากได้แผนเตรียมตัวลาออกแบบส่วนตัว เพื่อให้มั่นใจก่อนยื่นใบลาออก รบกวนช่วยวิเคราะห์ และสร้างแผนให้ฉันตามข้อมูลนี้ :
  • เงินเดือนปัจจุบัน : [ใส่เงินเดือนของคุณ] บาท
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน (รวมหนี้สิน) : [ใส่ค่าใช้จ่ายต่อเดือน] บาท
  • เงินเก็บที่มีตอนนี้ : [ใส่จำนวนเงินเก็บที่มี] บาท
  • เป้าหมาย : อยากลาออกในอีก [ใส่จำนวนเดือน] เดือนข้างหน้า

สิ่งที่ต้องการให้ช่วยวิเคราะห์ :
  • วิเคราะห์เงินสำรองเพื่อความอยู่รอด : ช่วยคำนวณให้หน่อยว่า เงินสำรองฉุกเฉินที่ปลอดภัยสำหรับฉัน (6-12 เดือน) ควรอยู่ที่กี่บาท และถ้าจะเก็บเงินให้ทันตามเป้าหมาย ฉันต้องออมเพิ่มเดือนละเท่าไร ?
  • วิเคราะห์การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) : ช่วยคำนวณให้หน่อยว่าหากถอน จะเสียภาษีเท่าไร? และถ้าไม่ถอน เงินก้อนนี้ควรอยู่ในแผนเกษียณอย่างไร?

ขอข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือ

หมายเหตุ : ข้อมูลนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เชิงหลักการและการจำลองสถานการณ์เบื้องต้นเท่านั้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุนเป็นการเฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ แนะนำให้ท่านปรึกษาผู้แนะนำการลงทุน หรือผู้วางแผนการลงทุนที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของท่านก่อนดำเนินการใด ๆ

อ้างอิง
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา