สรุปปรับขึ้นเงินสมทบประกันสังคม ปี 2569 สิทธิใหม่คุ้มไหม

Posted On 16 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
มนุษย์เงินเดือนหลายคนคงเริ่มได้ยินข่าวการปรับขึ้นเงินสมทบประกันสังคมแล้ว โดยล่าสุด ครม. มีมติให้ปรับเพดานค่าจ้างใหม่ เริ่มในปี 2569 ซึ่งจะส่งผลให้เราจ่ายเงินสมทบที่มากขึ้น และมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่าเดิม
Krungsri The COACH จะพาคุณไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับไทม์ไลน์การปรับเงินสมทบประกันสังคม มาตรา 33 พร้อมเช็กสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเห็นภาพชัด วางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ และพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรอบคอบ
เช็กระยะการปรับขึ้นเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33
หลังจากใช้เกณฑ์เดิมมานาน ล่าสุดสำนักงานประกันสังคมได้ประกาศปรับขยายเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับค่าครองชีพและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยจะเริ่มมีผล
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับขึ้นครั้งนี้จะไม่ได้ปรับทีเดียวแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นการปรับแบบ
“ขั้นบันได” แบ่งออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้ผู้ประกันตนและนายจ้างได้มีเวลาปรับตัว ดังนี้
วิธีคำนวณเงินสมทบที่ต้องจ่ายเพิ่มในกรณีที่เงินเดือนไม่ถึงเพดานสูงสุด
หลายท่านอาจกังวลว่าจะต้องจ่ายเพิ่มทุกคนหรือไม่ คำตอบคือ
“ไม่ใช่ทุกคน” การปรับเพดานใหม่จะกระทบเฉพาะผู้ที่มีรายได้เกิน 15,000 บาทขึ้นไป โดยมีหลักการคำนวณง่าย ๆ ดังนี้
- กรณีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท : จ่ายเท่าเดิม ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพดานใหม่
- ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 12,000 บาท x 5% = จ่าย 600 บาท (เท่าเดิม)
- กรณีเงินเดือนระหว่าง 15,000 - 17,500 บาท : จ่ายตามจริง 5% ของฐานเงินเดือน
- ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 16,000 บาท x 5% = จ่าย 800 บาท (จากเดิมจ่ายที่เพดาน 750 บาท เท่ากับจ่ายเพิ่มขึ้น 50 บาท)
- กรณีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป : จ่ายที่เพดานสูงสุดใหม่ของระยะที่ 1
- ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 20,000 บาท หรือ 50,000 บาท จะคิดที่ฐาน 17,500 x 5% = จ่าย 875 บาท (จ่ายเพิ่มขึ้นสูงสุด 125 บาท)
จ่ายแพงขึ้นแล้วได้อะไร ? อัปเดตสิทธิประโยชน์หลักที่มีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อฐานเงินสมทบ
ประกันสังคมมาตรา 33 ขยับสูงขึ้นเป็น 17,500 บาท สิ่งที่ตามมาคือ
“ความคุ้มครองที่อัปเกรดขึ้น” จ่ายเพิ่มหลักร้อย แต่ได้สิทธิประโยชน์กลับคืนมาครอบคลุมทุกช่วงจังหวะชีวิต มาดูกันว่ามีส่วนไหนที่ปรับเพิ่มขึ้นบ้าง
1. เจ็บป่วย ว่างงาน หรือพักรักษาตัว ได้เงินชดเชยรายเดือน “เพิ่มขึ้น”
สำหรับมนุษย์เงินเดือน สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือตอนขาดรายได้ ไม่ว่าจะเพราะป่วยจนต้องหยุดงาน หรือตกงานกะทันหัน การปรับฐานใหม่จะช่วยให้เงินชดเชยรายเดือนที่คุณได้รับโอนเข้าบัญชี มีจำนวนสูงขึ้นตามไปด้วย
2. สร้างครอบครัวและดูแลคนข้างหลัง รับเงินก้อน “ก้อนใหญ่ขึ้น”
เมื่อถึงสเตปสำคัญของชีวิตอย่างการมีลูก หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เงินก้อนที่จะได้รับจะถูกปรับเพดานขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น
(หมายเหตุ : เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตคำนวณตามหลักเกณฑ์เงินเดือนเฉลี่ย โดยตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณการสูงสุดตามฐานค่าจ้างใหม่)
3. วัยเกษียณยิ้มได้กว้างขึ้น เงินบำนาญรายเดือน “สูงขึ้น”
ไฮไลต์สำคัญของการปรับฐานเงินสมทบคือ
“เงินบำนาญชราภาพ” ที่จะอยู่กับเราไปตลอดหลังเกษียณ ยิ่งฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายสูง เงินเข้ากระเป๋าทุกเดือนก็จะยิ่งหนาขึ้น
4. ยิ้มสวยได้สะดวกขึ้น สิทธิทำฟันแบบ “เข้าถึงง่ายกว่าเดิม”
ปิดท้ายด้วยเรื่องสุขภาพช่องปาก ที่มีการปรับปรุงเงื่อนไขให้เราเข้าถึงการรักษาได้สะดวกขึ้น ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินมากเท่าเมื่อก่อน
Krungsri The COACH แนะนำ : ตัวช่วยเสริมความมั่นคงวัยเกษียณ นอกเหนือประกันสังคม
ถึงแม้การปรับขึ้นเงินสมทบประกันสังคมจะช่วยให้เรามีเงินบำนาญเพิ่มขึ้น แต่ลำพังเงินจากประกันสังคมเพียงทางเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีอิสรภาพตามไลฟ์สไตล์ที่คุณต้องการ Krungsri The COACH ขอแนะนำตัวช่วยสร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณที่มั่นคงอย่างประกันชีวิตแบบบำนาญ “
กรุงศรีประกันบํานาญ แฮปปี้ รีไทร์” ที่ช่วยอุดรอยรั่วทางการเงิน และวางแผนภาษีได้อย่างคุ้มค่า ด้วยจุดเด่นที่ตอบโจทย์คนวัยทำงาน
- ยืดหยุ่นเรื่องการชำระเบี้ย : สามารถวางแผนเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้ตามความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นจ่ายครั้งเดียวจบ แบ่งจ่าย 5 ปี 10 ปี หรือเลือกจ่ายยาวถึงอายุ 60 ปี
- รับบำนาญแบบขั้นบันได : ยิ่งอายุยืน ยิ่งได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น โดยรับเงินบำนาญเริ่มต้นปีละ 15% และขยับสูงสุดถึงปีละ 30% (ของจำนวนเงินเอาประกันภัย) พร้อมโอกาสรับเงินบำนาญเพิ่มเติม เริ่มต้นปีละ 15% และขยับสูงสุดถึงปีละ 30% (ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพิ่มพิเศษสะสม) หากผลตอบแทนการลงทุนดี
- การันตีเงินบำนาญ : อุ่นใจไร้กังวล ด้วยการการันตีการจ่ายเงินบำนาญนาน 15 ปี หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก่อนรับครบตามกำหนด
- สิทธิลดหย่อนภาษี : ตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือน เบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
- สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก : ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ (เป็นไปตามเงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท)
การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือกุญแจสำคัญสู่ความมั่นคงในอนาคต การปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างพื้นฐานสวัสดิการ แต่การวางแผนเกษียณเพิ่มเติมด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณมีอิสระทางการเงิน และใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างที่ตั้งใจไว้จริง ๆ ลองสำรวจความพร้อม และเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตดี ๆ ที่รออยู่ข้างหน้า
อ้างอิง