เปิด 3 วิธีย้ายทะเบียนบ้านทั้งแบบปกติ ปลายทาง และ ThaID

Posted On 21 มิถุนายน 2569
By Krungsri The COACH
หมดปัญหาการย้ายทะเบียนบ้านที่เคยยุ่งยาก เพราะปัจจุบันนี้มีให้เลือกได้ 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายทะเบียนบ้านแบบปกติ การย้ายที่อำเภอปลายทาง และการย้ายผ่านแอปฯ ThaID ซึ่งแต่ละวิธีก็มีขั้นตอนเตรียมตัวที่แตกต่างกันไป เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว Krungsri The COACH ได้สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการย้ายทะเบียนบ้านมาให้แล้วในบทความนี้
การย้ายทะเบียนบ้าน คืออะไร ?
การย้ายทะเบียนบ้าน คือ การแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรให้ตรงกับที่อยู่อาศัยจริง ไม่ว่าจะเป็นการนำชื่อออกจากทะเบียนบ้านหลังเก่า หรือการเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านหลังใหม่ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถิ่นที่อยู่ตามกฎหมาย ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการรับสิทธิประโยชน์จากรัฐ การทำธุรกรรม และการเลือกตั้ง
ข้อผิดพลาดที่คนย้ายทะเบียนบ้านเจอกันบ่อยที่สุด
ก่อนเดินทางไปทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ มีเงื่อนไขและข้อกำหนดทางกฎหมายบางประการที่เจ้าบ้าน และผู้ย้ายที่อยู่จำเป็นต้องทราบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น และหลีกเลี่ยงโทษปรับที่อาจเกิดขึ้น มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- ระยะเวลาที่แจ้ง : ต้องแจ้งย้ายเข้าภายใน 15 วันนับจากวันที่ย้ายเข้าจริง เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และป้องกันการโดนค่าปรับ
- สถานที่สำหรับติดต่อ : หากบ้านใหม่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ติดต่อทำเรื่องที่สำนักงานเขต แต่หากอยู่ต่างจังหวัด ให้ติดต่อที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาลประจำท้องที่นั้น ๆ
หมายเหตุ : หากเจ้าบ้านเพิกเฉย ไม่ยอมดำเนินการแจ้งย้ายเข้าหรือย้ายออกภายใน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า ดังนี้
- ล่าช้าไม่เกิน 6 เดือน : ปรับครั้งละ 30 บาท
- ล่าช้าเกิน 6 เดือน แต่ไม่ถึง 1 ปี : ปรับครั้งละ 50 บาท
- ล่าช้าเกิน 1 ปีขึ้นไป : ปรับเพิ่มจากข้อก่อนหน้า แต่สูงสุดไม่เกิน 500 บาท (เศษของเดือนหากเกิน 15 วัน ให้ปัดเศษนับเป็น 1 เดือน
สรุปมาให้แล้ว ! 3 วิธีย้ายทะเบียนบ้านแบบไหนง่ายที่สุด
ปัจจุบันการย้ายทะเบียนบ้านสามารถทำได้ 3 รูปแบบ ลองเปรียบเทียบจากตารางนี้ดูว่าแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าวิธีไหนตอบโจทย์ที่สุด เพื่อให้การดำเนินการราบรื่น และไม่ต้องเสียเวลาไปหลายรอบ Krungsri The COACH ได้สรุปเอกสาร และขั้นตอนของแต่ละวิธีมาให้แบบละเอียดแล้ว ไปดูกันเลย
1. คู่มือย้ายทะเบียนบ้านแบบปกติ
ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านแบบปกติ จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิม และการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านหลังใหม่ โดยแต่ละขั้นตอนจะมีรายละเอียด และเอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันไป ดังนี้
1.1) การย้ายออกจากทะเบียนบ้านเก่า
เป็นการแจ้งต่อนายทะเบียนในท้องที่ของบ้านหลังเดิม เพื่อนำชื่อออกจากทะเบียนบ้านนั้น ๆ หลังจากนั้นจะได้รับใบแจ้งการย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ไว้ใช้เป็นหลักฐานในการทำเรื่องย้ายเข้าทะเบียนบ้านหลังใหม่ต่อไป
เอกสารสำหรับใช้ย้ายออกจากทะเบียนบ้านเก่า
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
- บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับเจ้าบ้าน)
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ต้องการย้ายที่อยู่
- หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าบ้าน (กรณีที่เจ้าบ้านไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง)
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ (กรณีที่เจ้าบ้านไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง)
ขั้นตอนการย้ายออกจากทะเบียนบ้านเก่า
- ยื่นเอกสารและหลักฐานทั้งหมดต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอของทะเบียนบ้านเดิม
- นายทะเบียนจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และประทับคำว่า “ย้าย” ในทะเบียนบ้าน พร้อมระบุรายละเอียดการย้าย
- นายทะเบียนจะมอบใบแจ้งการย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญให้แก่ผู้แจ้ง เพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการย้ายเข้าต่อไป
1.2) การย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่
หลังจากได้รับเอกสารการย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิมเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านหลังใหม่ ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 15 วันนับจากวันที่แจ้งย้ายออก เพื่อเพิ่มชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้านของบ้านหลังใหม่ให้สมบูรณ์
เอกสารที่ใช้ในการย้ายเข้าทะเบียนบ้าน
- สัญญาซื้อขายบ้าน หรือโฉนดที่ดิน
- เอกสารที่แสดงกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของบ้าน เช่น สัญญาซื้อขายที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ท.ด.13), โฉนดที่ดิน หรือสัญญาจำนองกับธนาคารในกรณีที่ซื้อบ้านผ่านสินเชื่อ โดยควรเตรียมทั้งเอกสารตัวจริง และสำเนา พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
- เอกสารประจำตัว ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ที่ต้องการย้ายเข้า
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ของบ้านที่จะย้ายเข้า
- ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ที่ได้รับจากการแจ้งย้ายออก
- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมบัตรประชาชนของผู้มอบ และผู้รับมอบ (กรณีมอบอำนาจ)
ขั้นตอนการย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่
- ยื่นเอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอที่บ้านหลังใหม่ตั้งอยู่
- นายทะเบียนจะทำการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด และดำเนินการเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้าน
- เมื่อนายทะเบียนเพิ่มชื่อในฐานข้อมูล และในเล่มทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านเรียบร้อยแล้ว จะมอบเอกสารคืนให้ ถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอน
2. คู่มือการย้ายทะเบียนบ้านแบบแจ้งย้ายปลายทาง
การย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง คือ รูปแบบการแจ้งย้ายที่อยู่อาศัยที่มีความสะดวกสบายอย่างมาก ผู้ย้ายสามารถทำเรื่องแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิม และแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่ ได้พร้อมกันที่สำนักทะเบียนของที่อยู่ปลายทางเลย
เอกสารสำหรับใช้ย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง
- ทะเบียนบ้านของบ้านที่จะย้ายเข้า
- บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ต้องการย้ายที่อยู่
- หนังสือยินยอมให้แจ้งย้ายเข้าจากเจ้าบ้าน (กรณีเจ้าบ้านไม่สามารถมาด้วยตนเอง)
- หนังสือมอบอำนาจ (หากมีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)
ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง
- ผู้แจ้งย้ายและเจ้าบ้าน (หรือผู้รับมอบอำนาจ) เดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอของทะเบียนบ้านปลายทาง
- นายทะเบียนจะตรวจสอบเอกสาร และดำเนินการแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิมผ่านระบบออนไลน์
- จากนั้นนายทะเบียนจะทำการเพิ่มชื่อผู้ย้ายเข้าในทะเบียนบ้านใหม่ทันที
- ชำระค่าธรรมเนียม 20 บาท และรับทะเบียนบ้านที่ปรับปรุงข้อมูลแล้วคืน
3. คู่มือย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ผ่าน ThaID
การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ผ่านแอปฯ ThaID ช่วยให้การเปลี่ยนที่อยู่เป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้ว แต่ก่อนจะกดส่งคำขอ มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเช็กให้ดีก่อน รวมถึงขั้นตอนการลงทะเบียนและวิธีย้ายที่ต้องทำความเข้าใจ ดังนี้
- ต้องอายุ 15 ปีขึ้นไป : ผู้ขอย้ายต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์และมีบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนแอปฯ ThaID เท่านั้น (เด็กเล็กต้องให้ผู้ปกครองพาไปทำเรื่องที่เขต/อำเภอ)
- เจ้าบ้านต้องมีแอปฯ ThaID : การย้ายเข้าจะสมบูรณ์ได้ “เจ้าบ้าน” ของบ้านหลังใหม่จะต้องใช้งานแอปฯ ThaID เพื่อกดยืนยันรับคนเข้าบ้านด้วย
- บ้านใหม่แกะกล่อง ย้ายออนไลน์ไม่ได้ : หากเป็นบ้านหรือคอนโดมือหนึ่งที่เพิ่งซื้อใหม่ และยังไม่มีใครมีชื่อเป็น “เจ้าบ้าน” ในเล่ม คุณจะไม่สามารถย้ายออนไลน์ได้ ต้องนำโฉนดไปติดต่อเขต/อำเภอเพื่อตั้งตนเป็นเจ้าบ้านคนแรกก่อน
ขั้นตอนการลงทะเบียนแอปฯ ThaID
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaID (รองรับทั้ง iOS และ Android)
- เปิดแอปฯ เลือกลงทะเบียนด้วยตัวเอง กดยอมรับเงื่อนไข แล้วกดถัดไป
- ถ่ายรูปหน้า และหลังบัตรประชาชนเพื่อให้ระบบดึงข้อมูล
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หากเรียบร้อยให้กดถัดไป
- สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนตามคำแนะนำบนหน้าจอ
- ตั้งรหัสผ่าน (Passcode) 8 หลัก (ห้ามตั้งเลขเรียงหรือเลขซ้ำกันเกิน 4 ตัว) เป็นอันเสร็จสิ้น
ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ (ฝั่งผู้ขอย้าย)
- เปิดแอปฯ ThaID เลือกเมนู “BORA Web Portal”
- ระบบจะพาไปหน้าเว็บกรมการปกครอง ให้กด “Login ด้วย ThaID” และใส่รหัสผ่าน 8 หลัก
- เลือกเมนู “ระบบการแจ้งย้ายที่อยู่ด้วยตนเอง”
- กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักของ “เจ้าบ้าน” ที่เราต้องการย้ายเข้า
- ตรวจสอบข้อมูลแล้วกด “ส่งคำร้องขอเจ้าบ้าน”
- ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ (ฝั่งเจ้าบ้าน)
- เจ้าบ้านจะได้รับแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ThaID ว่ามีผู้ส่งคำขอแจ้งย้ายเข้า
- ตรวจสอบชื่อ-นามสกุลของผู้ขอย้ายให้ถูกต้อง
- หากถูกต้อง ให้กดปุ่ม “ยืนยันและยินยอม”
ขั้นตอนการอนุมัติ (ฝั่งนายทะเบียน)
- คำขอจะถูกส่งไปที่สำนักทะเบียนปลายทาง
- เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและกดอนุมัติ (ใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการ)
- เมื่ออนุมัติสำเร็จ ผู้ย้ายจะได้รับแจ้งเตือน และชื่อจะเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านดิจิทัลบนแอปฯ ทันที
หมายเหตุ : ทะเบียนบ้านดิจิทัลบนแอปฯ สามารถใช้ยืนยันตัวตนแทนสำเนาทะเบียนบ้านได้ตามกฎหมาย หากต้องการอัปเดตเล่มจริงสีน้ำเงิน สามารถนำเล่มไปปรับปรุงข้อมูลที่สำนักทะเบียนหรือจุดบริการในภายหลังได้
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการย้ายทะเบียนบ้าน
นอกเหนือจากขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีคำถามย่อย ๆ อีกหลายประเด็นที่หลายคนสงสัย Krungsri The COACH ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบให้แบบชัด ๆ แล้ว
ตามกฎหมาย บุคคลหนึ่งคนสามารถมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นในกรณีที่มีบ้านหลายหลัง เจ้าของบ้านจำเป็นต้องเลือกว่าจะให้ชื่อของตนอยู่ในทะเบียนบ้านหลังไหน ส่วนบ้านหลังอื่น ๆ จะกลายเป็นทะเบียนบ้านที่ไม่มีชื่อเจ้าของ และผู้อยู่อาศัย ซึ่งอาจมีผลต่อการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หากต้องการขายบ้านหลังนั้นก่อนถือครองครบ 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ครบ 1 ปี เจ้าของบ้านอาจพิจารณาให้ชื่อญาติหรือบุคคลที่ไว้ใจย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านหลังอื่น ๆ แทนได้
กฎหมายกำหนดให้เจ้าบ้านต้องแจ้งย้ายเข้า หรือย้ายออกภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการย้ายเข้าหรือย้ายออกจริง หากฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะมีโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 1,000 บาท ดังนั้น ควรดำเนินการให้เรียบร้อยตามเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับดังกล่าว
สามารถย้ายได้ แต่ต้องให้ “เจ้าบ้าน” (เจ้าของบ้าน หรือผู้มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน) เป็นคนเซ็นยินยอม และพาไป หรือทำหนังสือมอบอำนาจให้เราไปดำเนินการเอง
ควรทำใหม่ เพื่อให้ที่อยู่บนบัตรตรงกับที่อยู่ปัจจุบัน จะได้ไม่เกิดปัญหาเวลายื่นเอกสาร หรือติดต่อธุรกรรมต่าง ๆ โดยสามารถทำบัตรใหม่ได้เลยหลังจากย้ายทะเบียนบ้านเสร็จ
สามารถทำได้ โดยเจ้าบ้านสามารถไปทำเรื่อง “จำหน่ายชื่อ” ออกได้เลย แต่จะต้องมีหลักฐานว่า บุคคลนั้นไม่ได้อาศัยอยู่จริงเกิน 180 วัน และอาจต้องมีพยานบุคคลไปยืนยันด้วย
ใช้ใบรับรองการเกิด (สูติบัตร) ที่โรงพยาบาลออกให้ ไปแจ้งเกิด และขอเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่เขต/อำเภอภายใน 15 วันนับจากวันเกิดได้เลย
ไม่เหมือนกัน เจ้าของบ้านจะเป็นผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดิน ส่วนเจ้าบ้าน คือหัวหน้าครอบครัวที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็ได้
การย้ายทะเบียนบ้านเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าของบ้าน และผู้ที่ย้ายที่อยู่อาศัย ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 15 วัน การทำความเข้าใจขั้นตอน และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น
อ้างอิง