ก่อนกู้ซื้อบ้านมือสองต้องรู้ รวมเคล็ดลับที่ธนาคารไม่เคยบอก

Posted On 30 เมษายน 2569
By Krungsri The COACH
บ้านมือสองอาจเป็นคำตอบของคนอยากมีบ้านในงบที่เอื้อมถึง แต่การกู้จริงมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด หากเตรียมตัวไม่ครบ อาจสะดุดตั้งแต่ขั้นตอนแรก ตั้งแต่ปี 2568 มีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์สูงถึงประมาณ 40–45% ของตลาดรวม (อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)) สะท้อนให้เห็นว่าตลาดบ้านมือสองยังเติบโตได้ดี
แล้วต้องเตรียมอะไรบ้างถึงจะกู้บ้านมือสองให้ผ่าน ?
Krungsri The COACH เข้าใจดีว่าการกู้ซื้อบ้านไม่ใช่เรื่องเล็ก บทความนี้จะพาคุณเช็กให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมตัวยื่นกู้จนถึงวันโอน เพื่อให้คุณมีโอกาสกู้บ้านผ่านได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่หลายคนไม่รู้ ก่อนซื้อบ้านมือสองต้องเช็กอะไรบ้าง
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการยื่นกู้ซื้อบ้าน การตรวจสอบสภาพบ้าน และเอกสารให้รอบคอบเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าบ้านที่เราเลือกนั้นคุ้มค่า และไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง
1. ตรวจสอบราคาประเมินกับราคาบ้านมือสองที่จะซื้อ
เพราะการพิจารณาปล่อยสินเชื่อของธนาคารมักจะอ้างอิงจากราคาประเมิน ซึ่งหากราคาที่ขายสูงมากกว่าราคาประเมิน อาจจะส่งผลต่อวงเงินที่ต้องการกู้ได้ อีกทั้งเป็นการตรวจสอบว่าราคาที่ประกาศขายนั้นสูงเกินไปหรือไม่
2. ตรวจสอบการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้าน
เพื่อให้ได้ทราบว่าผู้ประกาศขายบ้านหลังนั้นเป็นใคร เป็นเจ้าของจริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นนายหน้า ซึ่งการตรวจสอบกรรมสิทธิ์นั้นสามารถขอดูเอกสารหรือสำเนาเพื่อเติมจากคนขายได้
3. ตรวจสอบประวัติบ้าน และสาเหตุที่ขายบ้านมือสอง
เพื่อความอุ่นใจเมื่อต้องซื้อบ้าน ควรตรวจสอบข้อมูลบ้านเพิ่มเติม เช่น จำนวนผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน อายุของบ้าน ประวัติการซ่อมแซมใหญ่ ๆ เพื่อนบ้าน สภาพแวดล้อมรอบบ้าน รวมถึงตรวจสอบแนวเวนคืน
โดยสามารถตรวจสอบได้กับกรมโยธา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานเขตและกรมที่ดิน หรือสอบถามคนในพื้นที่ก็ได้ ซึ่งก็จะพอได้คำตอบถึงสาเหตุที่ขาย
4. ตรวจสอบสภาพบ้านทั่วไป
เพื่อจะได้ประเมินรายจ่ายค่าซ่อมแซมที่เกิดขึ้นหลังจากการซื้อบ้าน เช่น สี ปัญหาโครงสร้าง ท่อน้ำ หลังคา รอยแตก รอยร้าว และหากบ้านมือสองที่จะซื้อนั้นมีอายุบ้านมากกว่า 5 ปีขึ้นไป อาจจะต้องตรวจสอบการทรุดตัวของบ้านเพิ่มเติมด้วยหรือไม่
5. ตรวจสอบการจดจำนองของบ้าน
เพราะบ้านส่วนใหญ่ที่ขายมักจะยังผ่อนไม่หมด ดังนั้นต้องตรวจสอบว่ามีภาระหนี้คงเหลือเท่าไร เพราะต้องดำเนินการไถ่ถอนจำนองออกจากธนาคารเดิมให้เรียบร้อยก่อน
กู้ซื้อบ้านมือสองเช็กเรื่องบ้านอย่างเดียวไม่พอ ต้องเช็กเรื่องเงินด้วย
เพราะการซื้อบ้าน ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่สำคัญกับชีวิตมาก ๆ ทั้งคุณภาพชีวิตและคุณภาพการเงินของเรา นอกจากจะต้องตรวจสอบบ้านเป็นแล้ว เราก็ต้องมีความรู้เรื่องเงินด้วย และนี่คือ 4 เรื่องการเงินที่ต้องรู้ก่อนจะ
กู้ซื้อบ้านมือสอง รับรองว่ารู้แล้วดีต่อใจและเงินในกระเป๋าแน่นอน
1. ดอกเบี้ยบ้านมือหนึ่ง VS ดอกเบี้ยบ้านมือสอง ต่างกันอย่างไร ?
ส่วนใหญ่ดอกเบี้ยบ้านจะไม่ต่างกัน จะแตกต่างกันที่ “วงเงินกู้สูงสุด” มากกว่า โดยบ้านใหม่จากโครงการมักมีโอกาสได้รับวงเงินกู้สูงถึง 100%-110% ของราคาประเมิน (ซึ่งอาจรวมค่าตกแต่ง) ในขณะที่บ้านมือสอง ธนาคารจะพิจารณาจากสภาพ และอายุของบ้านเป็นปัจจัยหลัก ทำให้วงเงินกู้สูงสุดที่อนุมัติมักจะอยู่ที่ประมาณ 80% ของราคาประเมิน
อย่างไรก็ตาม มีสินเชื่อบางประเภทที่ช่วยให้คุณกู้ได้เกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แม้เป็นบ้านมือสอง (รายละเอียดอยู่ช่วงท้ายบทความ)
2. วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบ้าน
ปกติการผ่อนบ้านในแต่ละเดือน ค่างวดบ้านที่ต้องชำระให้ธนาคารจะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
- ค่าเงินต้นที่ชำระ
- ค่าดอกเบี้ยที่ชำระ
ซึ่งวิธีคิดดอกเบี้ยบ้านนั้นจะเป็นแบบลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดจะมีการคำนวณใหม่ทุกครั้งหลังจากมีการชำระค่างวดก่อนหน้านี้ ทำให้ดอกเบี้ยที่จ่ายจะลดลงตามจำนวนเงินต้นที่ลดลง ซึ่งสามารถคำนวณดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละเดือนโดยใช้สูตร ดังนี้
(เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวด) / จำนวนวันใน 1 ปี = ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น
เช่น กู้เงินซื้อบ้านมือสอง 3,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ระยะเวลา 30 ปี ผ่อนงวดละ 15,000 บาท
จากตารางจะเห็นว่า ดอกเบี้ยคิดเป็นรายวันคำนวณจากเงินต้นคงเหลือ ดังนั้นค่างวดที่ผ่อนชำระในช่วงแรก ๆ จะมีส่วนของดอกเบี้ยสูงจึงเหลือตัดเงินต้นได้น้อย ตามหลักการผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอกนั่นเอง
3. วางแผนผ่อนบ้านไม่ให้สะดุด ควรผ่อนบ้านเดือนละเท่าไร ?
การผ่อนบ้าน เป็นการผ่อนระยะยาว จึงไม่ควรเป็นภาระทางการเงินในแต่ละเดือนมากเกินไป เพราะจะส่งผลต่อรายจ่ายต่อเดือนได้ในอนาคต ดังนั้น การผ่อนบ้านรวมกับภาระหนี้อื่น ๆ แล้วไม่ควรเกิน 65% ของรายได้ทั้งหมดต่อเดือน
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน ค่างวดบ้านรวมกับภาระหนี้อื่นไม่ควรเกิน 26,000 บาทต่อเดือน (65% x 40,000) หากผ่อนบ้าน 15,000 บาท/เดือน และผ่อนรถ 10,000 บาท/เดือน รวมแล้ว 25,000 บาท/เดือน ก็ยังถือว่าไม่เกิน 65% ของรายได้
4. ค่าใช้จ่ายที่ต้องเจอ เมื่อกู้ซื้อบ้านมือสอง
นอกเหนือจากเงินดาวน์ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมไว้ เช่น
- ค่าประเมินราคาและค่าธรรมเนียมยื่นกู้ขอสินเชื่อ : เป็นค่าดำเนินการของทางธนาคารสำหรับในการทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อ และสำหรับการให้ผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารเข้าไปประเมินราคาบ้านมือสอง ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะอยู่ที่ประมาณหลักพันบาทขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร
- ค่าเบี้ยประกันบ้านมือสอง : จะแบ่งได้ 2 ประเภท
- ประกันอัคคีภัย : เป็นแบบประกันที่บังคับต้องทำภายใต้กฎหมายการคุ้มครองด้านโครงสร้างอาคารเรือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเพลิงไหม้
- ประกันคุ้มครองสินเชื่อ : เป็นแบบประกันชีวิตคุ้มครองกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับผู้กู้ จนไม่สามารถชำระเงินกู้ได้ ซึ่งประกันประเภทนี้สามารถทำหรือไม่ทำก็ได้ ตามความสมัครใจ
- ค่าจดจำนอง : ค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะคิด 1% ของวงเงินกู้ แต่หากผู้ซื้อบ้านมือสอง ซื้อด้วยเงินสด จะไม่มีการคิดค่าจดจำนอง
- ค่าโอนกรรมสิทธิ์ : เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งต้องตกลงรายละเอียดกันให้ดีว่า ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ผู้รับผิดชอบคือใคร หรือรับผิดชอบกันคนละครึ่ง โดยปกติจะคิดอัตราค่าธรรมเนียม 1%-2% จากราคาประเมิน
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ : เช่น ค่ามัดจำบ้านเพื่อจองสิทธิ์เอาไว้ ค่าติดตั้งมิเตอร์น้ำ-ไฟ เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ ค่าตรวจบ้าน ซึ่งสามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบก่อนจะเซ็นรับโอนกรรมสิทธิ์ และค่าอากรแสตมป์
สรุป 5 ขั้นตอนกู้บ้านมือสอง ตั้งแต่เริ่มจนรู้ผล
เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารแล้ว มีขั้นตอนดังนี้
- ยื่นกู้เบื้องต้น (Pre-approve) : เป็นการยื่นเอกสารเพื่อให้ธนาคารประเมินความสามารถในการกู้ของเราคร่าว ๆ ซึ่งจะทำให้เราทราบวงเงินสูงสุดที่สามารถกู้ได้ และช่วยให้การเจรจากับผู้ขายง่ายขึ้น
- ทำสัญญาจะซื้อจะขาย : หลังจากตกลงราคากับผู้ขายได้แล้ว จะต้องทำสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ระบุข้อตกลงต่าง ๆ เช่น ราคาซื้อขาย เงินมัดจำ และกำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อใช้ประกอบการยื่นกู้กับธนาคาร
- ยื่นเอกสารขอสินเชื่อจริง และรอธนาคารประเมินหลักทรัพย์ : นำสัญญาจะซื้อจะขายพร้อมเอกสารทั้งหมดไปยื่นกู้กับธนาคารที่เลือกไว้ จากนั้นธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินราคาทรัพย์สิน (บ้านและที่ดิน) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้
- รอฟังผลอนุมัติ และนัดวันโอนกรรมสิทธิ์ : หลังจากสินเชื่อได้รับการอนุมัติ ธนาคารจะแจ้งวงเงินและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เราทราบ จากนั้นเราสามารถนัดวันกับผู้ขายและเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินได้เลย
- การโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน : ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะต้องไปทำธุรกรรมพร้อมกันที่สำนักงานที่ดินในเขตที่บ้านตั้งอยู่ โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ คือ
- ยื่นเอกสารและเซ็นชื่อ : เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และให้คู่สัญญาลงนาม
- ชำระค่าธรรมเนียมและภาษี : ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เคาน์เตอร์การเงิน เช่น ค่าโอน, ค่าจดจำนอง
- รับโฉนด : เจ้าหน้าที่จะทำการสลักหลังโฉนด โดยระบุชื่อผู้ซื้อเป็นเจ้าของ และชื่อธนาคารเป็นผู้รับจำนอง ซึ่งธนาคารจะเก็บโฉนดตัวจริงไว้ และมอบสำเนาให้เรา
Krungsri The COACH แนะนำสินเชื่อกู้ซื้อบ้านมือสองดี ๆ ให้ทุกคนเก็บไว้เป็นตัวเลือก !
สำหรับคนที่พร้อมแล้วที่จะกู้ซื้อบ้านมือสอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกสินเชื่อของทางธนาคารไหนดี ขอแนะนำ “สินเชื่อบ้านกรุงศรีเพื่อที่อยู่อาศัย ของธนาคารกรุงศรีฯ” ที่ให้วงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาประเมินสำหรับบ้านมือสอง (85% ของราคาประเมินสำหรับหลักประกันประเภทห้องชุดพักอาศัย) ผ่อนสบาย ๆ ได้นานสูงสุดถึง 30 ปี อนุมัติและรู้ผลกู้ไว สมัครใช้บริการง่ายผ่านช่องทางออนไลน์หรือติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สินเชื่อบ้านกรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว l อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 3.568% - 5.638% ต่อปี* *สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 4 มี.ค. 69 = 6.670% ต่อปี ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดดอกเบี้ยและการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ใน Fact sheet คลิก **ฟรี! ค่าประเมินหลักประกัน มูลค่า 3,210 บาท (วันที่ 1 เม.ย. 69 – 31 ส.ค. 69) ***ฟรีค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้อนุมัติ หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ MRTA/MLTA ตามเงื่อนไขที่กำหนด และเลือกดอกเบี้ยทางเลือกฟรีค่าจดจำนองเท่านั้น ****เฉพาะปีที่ 1 เมื่อซื้อประกัน MRTA/MLTA ตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือใช้บัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา
การกู้ซื้อบ้านมือสองไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณ “
รู้ลำดับขั้นตอนและเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่ต้น” ตั้งแต่การเช็กความสามารถในการกู้ เลือกบ้านที่ใช่ ประเมินราคา ยื่นกู้ ไปจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ ทุกขั้นตอนล้วนมีผลต่อความสำเร็จของการมีบ้านในฝัน
แม้บ้านมือสองจะได้เปรียบทั้งราคาและการเห็นสภาพจริง แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่ “การวางแผนกู้ให้พอดี” Krungsri The COACH อยากให้คุณกู้เท่าที่จำเป็น และผ่อนในระดับที่ไหว เพื่อให้ทุกขั้นของการกู้จบลงอย่างราบรื่น และทุกงวดที่จ่ายไป คือความสบายใจในการใช้ชีวิตในบ้านของคุณจริง ๆ
อ้างอิง
หมายเหตุ *ข้อมูลนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เชิงหลักการและการจำลองสถานการณ์เบื้องต้นเท่านั้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุนเป็นการเฉพาะเจาะจง
ทั้งนี้ แนะนำให้ท่านปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้วางแผนการลงทุนที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของท่านก่อนดำเนินการใด ๆ