สรุปขั้นตอนการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ ต้องเริ่มต้นที่อะไร ?

Posted On 22 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
สัตวแพทย์ที่ต้องการเปิดคลินิกเอง ต้องเตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบทั้งด้านความเชี่ยวชาญ การวางแผนทางการเงิน และข้อกฎหมาย โดยขั้นตอนการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบพื้นที่ การจัดทำแผนธุรกิจ จนถึงการยื่นคำขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างราบรื่นและเป็นไปตามกฎหมาย
คนทุกวันนี้เลี้ยงสัตว์เป็นลูกกันมากขึ้น จึงให้ความรักและดูแลอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การดูแลด้านสุขอนามัย ไปจนถึงสุขภาพและการรักษาโรค ด้วยเหตุนี้ คลินิกรักษาสัตว์จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้สัตวแพทย์หลายคนสนใจและหันมาเปิดคลินิกเองกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่สัตวแพทย์มาเปิดคลินิกเอง ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชี่ยวชาญในการรักษาเท่านั้น แต่ต้องดูแลในเรื่องของการวางแผนทางการเงินและข้อกฎหมายต่าง ๆ ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งในบทความนี้จะมาสรุปขั้นตอนการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ ตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แบบไม่มีสะดุด
ขั้นตอนการเปิดคลินิกรักษาสัตว์
คำถามแรกของสัตวแพทย์ก็คือ อยากเปิดคลินิกต้องทำอย่างไร มีอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง และสามารถขอสินเชื่ออะไรได้บ้าง ขอแนะนำให้ลองพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้
1. เลือกทำเลที่ใช่ คือ หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ
ไม่ว่าจะเปิดธุรกิจอะไร การเลือกที่ตั้งหรือทำเล คือ หัวใจสำคัญที่ตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจรอดหรือร่วง โดยเฉพาะธุรกิจที่ลูกค้าต้องเดินทางมาใช้บริการ อย่างคลินิกรักษาสัตว์ โดยควรพิจารณาสถานที่ดังต่อไปนี้เป็นอันดับต้น ๆ
- อยู่ใกล้แหล่งชุมชน เดินทางสะดวก เข้าถึงง่ายทั้งผู้ที่ขับรถมาเองและเดินทางด้วยรถสาธารณะ
- มีที่จอดรถเพียงพอ ด้วยเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง หรืออุ้มสัตว์เข้ามารับการรักษา
- ไม่อยู่ใกล้สถานพยาบาลอื่นมากเกินไป เพราะธุรกิจคลินิกรักษาสัตว์ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้า Loyalty ที่มักจะไม่เปลี่ยนคลินิกง่าย ๆ ต้องอาศัยความไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวสัตวแพทย์ ดังนั้นแนวโน้มที่จะดึงลูกค้าจากคลินิกที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว อาจยากกว่าทำเลที่ยังไม่เคยมีคลินิกรักษาสัตว์อยู่เลย
- สถานที่ต้องเหมาะกับการเปิดคลินิก มีอากาศถ่ายเทที่ดี สะอาด และมีระบบกำจัดของเสียที่ไม่กระทบต่อชุมชนโดยรอบ
2. ออกแบบพื้นที่ภายในให้ได้มาตรฐานที่กรมปศุสัตว์กำหนด
สิ่งที่สัตวแพทย์ที่กำลังวางแผนเปิดคลินิกเองควรคำนึงถึงคือ พื้นที่ใช้สอยที่กฎหมายกำหนดและฟังก์ชันการใช้งานจริง ซึ่งมีผลต่อการอนุมัติใบอนุญาต ดังนี้
- โซนต้อนรับและพักคอย แยกสัดส่วนชัดเจนเพื่อลดความเครียดของสัตว์
- ห้องตรวจและห้องปฏิบัติการ ต้องมีพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมเชื้อโรค
- โซนศัลยกรรม ต้องเป็นห้องแยกมิดชิด มีระบบควบคุมความสะอาดสูง
- โซนพักฟื้น (Ward) แยกกรงสัตว์ป่วยทั่วไป สัตว์ป่วยติดเชื้อ และสัตว์ป่วยหลังผ่าตัด
3. จัดทำแผนธุรกิจ
การเปิดคลินิกรักษาสัตว์จะต้องใช้เงินลงทุนสูง ทั้งค่าเช่า การตกแต่งสถานที่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงการจ้างผู้ช่วยสัตวแพทย์ พนักงานต้อนรับ พนักงานทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่น ๆ ซึ่งแผนธุรกิจที่ดีควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
- จุดขายของคลินิก เช่น เน้นการรักษาสัตว์เล็ก, สัตว์พิเศษ (Exotic), เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจ หรือเน้นไปที่เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยที่สุดในย่าน
- แผนการตลาด ในช่วงแรกอาจจะเน้นไปที่การตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO หรือทำคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย จัดโปรโมชันให้คลินิกเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อให้คนในพื้นที่ค้นหาเจอได้ง่าย
- ประมาณการรายรับ-รายจ่าย รวมถึงการคำนวณจุดคุ้มทุน แนะนำให้แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
- Capital Expenditure (CapEx) ได้แก่ ค่ามัดจำที่พัก ค่าตกแต่ง และค่าอุปกรณ์การแพทย์
- Operating Expenditure (OpEx) ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าไฟ ค่ายา
- Cash Reserve เงินสำรองกระแสเงินสดอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อประคองธุรกิจในช่วงเริ่มต้น
4. ยื่นคำขอเปิดคลินิกรักษาสัตว์ตามกฎหมาย
การเปิดคลินิกรักษาสัตว์ ตามกฎหมายแล้วกำหนดว่าเจ้าของกิจการจะต้องขอใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ โดยในกรุงเทพมหานครจะต้องยื่นที่กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์ ส่วนต่างจังหวัดจะต้องยื่นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ที่คลินิกตั้งอยู่ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45 วัน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ยื่นแบบ สส. 1 คำขอจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ พร้อมเอกสารสำคัญ ณ หน่วยงานปศุสัตว์ที่รับผิดชอบ หรือผ่านระบบออนไลน์ของกรมปศุสัตว์ (เฉพาะบางพื้นที่)
- การตรวจสอบหน้างาน เจ้าหน้าที่จะนัดเข้าตรวจความพร้อมของอุปกรณ์และสุขลักษณะของสถานที่
- การอนุมัติ หากผ่านเกณฑ์ จะได้รับใบอนุญาตให้ตั้งและดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจอย่างเป็นทางการ
อย่าลืม ! เตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการขออนุญาต
การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ขั้นตอนการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ราบรื่นและไม่ติดขัด โดยเอกสารที่ต้องใช้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. เอกสารส่วนบุคคลของผู้ประกอบกิจการ
- รูปถ่าย ขนาดที่กำหนด (1 หรือ 2 นิ้ว) จำนวน 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
- หลักฐานแสดงตัวตน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน
- ใบรับรองแพทย์ เพื่อยืนยันว่าผู้ประกอบการมีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีโรคต้องห้ามตามกฎหมาย
2. เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับสถานพยาบาลสัตว์
- หลักฐานสิทธิ์การใช้อาคาร เพื่อยืนยันว่าเราใช้สถานที่ได้อย่างถูกต้อง เช่น สัญญาเช่าอาคาร, สัญญาซื้อขาย หรือหนังสือยินยอมให้ใช้อาคาร (กรณีเจ้าของอาคารเป็นบุคคลอื่น)
- เอกสารวิชาชีพ สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งของสัตวแพทย์ทุกคนที่ปฏิบัติงานในคลินิก
- แผนผังภายในสถานพยาบาล (Floor Plan) ระบุตำแหน่งห้องตรวจ ห้องผ่าตัด และพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ชัดเจน
- แผนที่โดยสังเขป แสดงตำแหน่งที่ตั้งของคลินิกเพื่อให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจได้ถูกต้อง
3. เอกสารเพิ่มเติมกรณีขออนุญาตต่อเนื่องหรือย้ายสถานที่
- สำเนาคำขอ หรือใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์
- ใบอนุญาตเดิม (ในกรณีขอย้ายสถานที่ตั้งเดิม)
วางแผนทางการเงินเปิดคลินิกสัตว์เลี้ยงแบบมืออาชีพไปกับกรุงศรี
ความท้าทายของการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ ไม่ใช่เพียงเรื่องความรู้ทางการแพทย์ แต่คือเงินทุนเริ่มต้น ที่ต้องใช้สำหรับอุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ อย่างเครื่อง X-ray, ชุดเครื่องผ่าตัด หรือแม้แต่การตกแต่งคลินิกให้ได้มาตรฐานปศุสัตว์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินหลักแสนถึงหลักล้าน สัตวแพทย์หลายท่านอาจกังวลเรื่องการกู้ยืมที่ยุ่งยากหรือดอกเบี้ยที่สูงเกินไป
ธนาคารกรุงศรี เข้าใจความต้องการนี้ จึงนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อสัตวแพทย์โดยเฉพาะ คือ
สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับสัตวแพทย์ ดอกเบี้ยพิเศษ* ให้วงเงินสูง
- วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่าตกแต่งและค่าเครื่องมือแพทย์ทันสมัย
- ดอกเบี้ยพิเศษ* 12.99% ต่อปี 12 เดือนแรก ให้คุณผ่อนชำระได้สบายใจ ไม่กระทบกระแสเงินสดของคลินิก
- ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน
- อนุมัติไว นับจากวันที่ธนาคารได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครที่สมบูรณ์เข้าระบบครบถ้วน จึงทันต่อเวลาที่ต้องใช้ในการดำเนินการเปิดคลินิก
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
*อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกปกติ 21% - 25% ต่อปี ศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเติมที่
www.krungsri.com
ข้อมูลอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของสถานพยาบาลสัตว์ซึ่งไม่ต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ ที่ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 จาก https://legal.dld.go.th
- ใบอนุญาตคลินิกรักษาสัตว์ ร่วมกับขายอาหารสัตว์…ต้องทำยังไง. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 จาก https://inflowaccount.co.th
- การขอใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 จาก https://info.go.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขั้นตอนการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ (FAQs)
A : Capital Expenditure (CapEx) คือค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการลงทุนระยะยาว เช่น ค่ามัดจำที่พัก ค่าตกแต่งสถานที่ หรือค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่วน Operating Expenditure (OpEx) คือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำวัน เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าไฟ หรือค่ายา
A : เงินสำรองกระแสเงินสด มีความสำคัญเพื่อใช้ในการประคองธุรกิจในช่วงเริ่มต้น ซึ่งอาจเป็นช่วงที่รายรับยังไม่สม่ำเสมอ ทำให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้โดยไม่สะดุด
A : สินเชื่อนี้ออกแบบมาเพื่อสัตวแพทย์โดยเฉพาะ คือ ไม่ต้องมีหลักประกัน และอนุมัติง่ายด้วยวิชาชีพและรายได้ของผู้กู้ โดยไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน