ดอกเบี้ยคงที่ VS ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก กู้แบบไหนเซฟเงินได้เยอะกว่า
รอบรู้เรื่องยืมเงิน

ดอกเบี้ยคงที่ VS ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก กู้แบบไหนเซฟเงินได้เยอะกว่า

icon-access-time Posted On 22 กรกฎาคม 2569
By Personal Loan Club (ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล)
ข้อมูลจาก สนค. เผยว่า ในปี 2569 ประชาชนกว่า 62.44% มีภาระหนี้สินสูงขึ้น โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการผ่อนชำระโดยไม่ได้คำนวณดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา การเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนกู้เงินอย่างมีระบบ ในบทความนี้ Krungsri The COACH จะพาคุณทำความเข้าใจความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ "ดอกเบี้ยคงที่" และ "ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก" พร้อมเปรียบเทียบข้อแตกต่าง เพื่อช่วยให้เลือกสินเชื่อได้เหมาะกับความต้องการและลดโอกาสจ่ายดอกเบี้ยเกินจำเป็น

ดอกเบี้ยคงที่คืออะไร ?

ดอกเบี้ยคงที่คือ

ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed / Flat Rate) คือ ดอกเบี้ยที่กำหนดเป็นตัวเลขแน่นอนตั้งแต่วันที่ทำสัญญากู้

โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจาก “เงินต้นเต็มก้อนแรก” ตลอดทั้งสัญญา แล้วนำไปรวมกับเงินต้น จากนั้นคำนวณออกมาเป็นค่างวดรายเดือนแบบเท่ากันทุกงวด

ทำให้ผู้กู้รู้ล่วงหน้าว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ในแต่ละเดือน และจ่ายเท่าเดิมไปจนกว่าจะปิดหนี้

ส่องข้อดี vs ข้อจำกัดของ “ดอกเบี้ยคงที่”

 
ข้อดี ข้อเสีย
วางแผนเงินง่าย : ยอดชำระในแต่ละเดือนคงที่ ไม่ปรับขึ้นตามสภาวะตลาด ช่วยให้จัดสรรงบประมาณรายเดือนได้นิ่งสนิท โปะไปก็เท่าเดิม : การจ่ายเงินค่างวดเกินกว่ากำหนด (การโปะ) ไม่ช่วยให้ดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลง เนื่องจากดอกเบี้ยถูกคิดแบบเหมาจบไปแล้วตั้งแต่วันแรก
ตอบโจทย์คนชอบผ่อนยาว : เหมาะกับผู้ที่ต้องการทยอยจ่ายเงินคืนเป็นงวดสม่ำเสมอ ไม่เน้นรีบนำเงินก้อนมาปิดยอด ปิดหนี้ก่อนกำหนด อาจยังต้องจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน : แม้จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่โดยทั่วไปยังต้องชำระดอกเบี้ยในส่วนที่เหลืออยู่

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกคืออะไร ?

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกคือ

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) คือ ดอกเบี้ยที่คิดจาก ยอดเงินต้นคงเหลือ ไม่ใช่การคิดจากเงินต้นก้อนแรก โดยทุกครั้งที่มีการผ่อนชำระค่างวด เงินจะถูกนำไปจ่ายดอกเบี้ยก่อน แล้วจึงตัดเงินต้น ทำให้เมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดต่อ ๆ ไปก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ยิ่งคุณผ่อนชำระจนเงินต้นลดลงมากเท่าไร ยอดดอกเบี้ยที่นำมาคำนวณในงวดถัดไปก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย

เปิดข้อดี vs ข้อจำกัดของ “ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก”

 
ข้อดี ข้อจำกัด
ยิ่งจ่ายเยอะ ยอดหนี้ยิ่งลดไว : ดอกเบี้ยจะปรับลดลงทันทีตามจำนวนเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด งวดแรก ๆ ตัดต้นน้อย : ในช่วงแรกของการผ่อนชำระ เงินค่างวดส่วนใหญ่จะหมดไปกับสัดส่วนของดอกเบี้ย เนื่องจากเงินต้นยังเป็นก้อนใหญ่
เปิดทางให้สายโปะ : หากชำระเงินมากกว่าค่างวดขั้นต่ำ เงินส่วนเกินจะวิ่งไปตัดเงินต้นโดยตรง ช่วยประหยัดภาระดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญาได้มาก การบริหารเงินต้องยืดหยุ่น : สัดส่วนระหว่างเงินต้นและดอกเบี้ยจะเปลี่ยนไปในทุกงวด ทำให้อาจต้องคอยตรวจสอบยอดหนี้อย่างใกล้ชิด
ปลดหนี้ได้เร็วขึ้น : เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีโอกาสได้รับเงินก้อนแล้วอยากนำมาปิดหนี้ให้หมดไวขึ้น

เทียบชัด ดอกเบี้ยคงที่ VS ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก แบบไหนตอบโจทย์เราที่สุด

เพื่อช่วยให้คุณเห็นโครงสร้างสัญญาดอกเบี้ยทั้งสองแบบได้ชัดเจนที่สุด Krungsri The COACH สรุปความต่างมาให้เช็กก่อนตัดสินใจยื่นกู้ดังนี้
 
  ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed / Flat Rate) ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)
วิธีการคิดดอกเบี้ย คิดจากเงินต้นก้อนแรกเต็มจำนวน ตลอดอายุสัญญา คิดจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด
ค่างวดรายเดือน เท่ากันทุกงวด 100% วางแผนเงินง่าย มักผ่อนเท่ากัน แต่สัดส่วนเงินต้นและดอกเบี้ยจะเปลี่ยนไป (ดอกเบี้ยลดลงเรื่อย ๆ)
ผลของการ “โปะ” ไม่ช่วยลดดอกเบี้ยรายงวด (แม้จะปิดบัญชีก่อนสัญญา แต่ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยตามเกณฑ์ที่กำหนด) ยิ่งโปะ เงินต้นยิ่งลด ดอกเบี้ยงวดถัดไปยิ่งลดทันที
เหมาะกับสินเชื่อประเภท สินเชื่อรถยนต์, สินเชื่อระยะสั้นถึงปานกลาง สินเชื่อบ้าน, รีไฟแนนซ์, สินเชื่อส่วนบุคคล
สไตล์ผู้กู้ที่ตอบโจทย์ ชอบความแน่นอน ผ่อนสบาย ๆ ไม่รีบปิดยอด มีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีเงินก้อนอยากปิดหนี้ไว

ก่อนเซ็นสัญญา เปิดทริคเลือกดอกเบี้ยเงินกู้ให้เหมาะกับคุณ

ดอกเบี้ยคงที่กับลดต้นลดดอก

การเลือกประเภทดอกเบี้ยให้ได้รับประโยชน์สูงสุด แนะนำให้ประเมินจาก “ระยะเวลาและพฤติกรรมการผ่อน” เป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น
  • เน้นผ่อนตามสัญญา ระยะยาว : หากคุณวางแผนการผ่อนโดยต้องการจ่ายค่างวดเท่ากันทุกเดือนเพื่อความง่ายในการบริหารเงินสดรายเดือน และมั่นใจว่าจะผ่อนไปเรื่อย ๆ จนครบสัญญาโดยไม่มีแผนจะโปะปิดหนี้ก่อนกำหนด ดอกเบี้ยคงที่จะตอบโจทย์ความสบายใจของคุณได้ดี
  • เน้นกู้ระยะสั้น มีแผนโปะปิดบัญชีก่อนกำหนด : หากคุณต้องการเงินก้อนมาหมุนเวียนเฉพาะกิจ และคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้จะมีเงินโบนัสหรือเงินก้อนเข้ามาเติม การเลือกดอกเบี้ยลดต้นลดดอกจะคุ้มค่ากว่ามาก เพราะเงินต้นที่ลดลงจากการโปะจะช่วยเซฟค่าดอกเบี้ยรวมได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเงินก้อนมาหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง หรือต้องการจัดการภาระค่าใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด การเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลที่คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ถือเป็นทางออกทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นได้ดี
 
อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

Krungsri The COACH แนะนำ : สินเชื่อส่วนบุคคล Krungsri iFin ตัวช่วยเงินก้อน ผ่อนสบายแบบลดต้นลดดอก

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเงินก้อนมาหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง หรือต้องการจัดการภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน Krungsri The COACH ขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ Krungsri iFin ที่คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ช่วยให้คุณจัดการทางการเงินได้อย่างยืดหยุ่น
  • สมัครง่าย ทุกที่ทุกเวลา : ยื่นกู้ผ่าน krungsri app ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือคนค้ำประกัน
  • อนุมัติไว ทันใจใช้งาน : รู้ผลอนุมัติเบื้องต้นไวภายใน 1 วันทำการ (นับจากธนาคารได้รับใบสมัครและเอกสารครบถ้วน)
  • วงเงินสูง ดอกเบี้ยเป็นธรรม : ให้วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท (ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้) คิดอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 21% - 25% ต่อปี
  • เลือกผ่อนชำระตามใจ : เลือกจำนวนงวดผ่อนได้ตั้งแต่ 12 - 60 เดือน ตอบโจทย์ทุกแผนชีวิต
 
สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ Krungsri iFin

กู้เท่าที่จำเป็นและชําระคืนไหว | อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกปกติ 21% - 25% ต่อปี*

*ศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเติมที่ www.krungsri.com


สินเชื่อส่วนบุคคล Krungsri iFin เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ และผู้กู้ที่ต้องการเงินก้อนเสริมสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ โดยมีโครงสร้างดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่เป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถโปะจ่ายเพื่อลดเงินต้นและปลดล็อกภาระหนี้สินให้หมดไวขึ้นได้อย่างยืดหยุ่นตามแผนชีวิตของตัวเอง

อ้างอิง

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ช่วยแนะนำสูตรคำนวณดอกเบี้ยลดต้นลดดอกและดอกเบี้ยคงที่ พร้อมตัวอย่าง โดยขอแหล่งข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ธนาคารที่น่าเชื่อถือด้วย”
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา