ความจริงของ Early Retire วางแผนดี ชีวิตสบายกว่าที่คิด

Posted On 24 มีนาคม 2569
By Krungsri The COACH
อยาก Early Retire แต่ไม่รู้ต้องมีเงินเท่าไร และวางแผนอย่างไรให้ “มีเงินพอใช้ยามแก่ และไม่พังกลางทาง” บทความนี้ Krungsri The COACH จะทำให้คุณเห็นตั้งแต่เงินที่ต้องมีจนถึงการใช้ชีวิตหลังเกษียณให้รอดจริง เพื่อให้เกษียณเร็วได้แบบยั่งยืน แล้วคุณต้องเตรียมอะไรบ้าง ถึงจะ Early Retire ได้แบบไม่ต้องกังวล ไปเช็ก 7 เรื่องสำคัญที่คุณอาจมองข้ามก่อน Early Retire
“Early Retire คืออะไร? ทำไมคนยุคนี้ถึงอยากเกษียณเร็ว”
Early Retire (Early Retirement) หรือการเกษียณก่อนอายุ คือ การตัดสินใจยุติการทำงานประจำก่อนเกณฑ์มาตรฐาน (ปกติคือ 60 ปี) อาจจะเป็นช่วงอายุ 45, 50 หรือ 55 ปี โดยมีอิสรภาพทางการเงินเพียงพอที่จะดูแลตัวเองไปตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำงานหารายได้เพิ่ม
7 สิ่งที่ต้องเช็ก ก่อนตัดสินใจ Early Retire
ก่อนยื่นซองขาวเพื่อ Early Retire เช็ก 7 เรื่องสำคัญนี้ให้ครบ เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณ “ไม่สะดุดกลางทาง” และมีเงินพอใช้จริง เพราะการเกษียณเร็วที่ยั่งยืน มาพร้อมกับการวางแผนการเงินและรายได้ระยะยาว ไม่ใช่แค่ความพร้อมของใจ คุณมีครบทุกข้อนี้หรือยัง ?
1. ประเมินอายุเกษียณ และอายุขัย
ก่อน Early Retire คุณต้องคิดก่อนว่า “คุณจะเกษียณเมื่อไร และต้องมีเงินใช้ไปอีกกี่ปี” หลังจากนั้น ลองคิดต่อว่าเมื่อเราเกษียณเร็ว เราคาดว่าจะอยู่ถึงอายุกี่ปี เพราะในความเป็นจริง อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ราว 73–80 ปี (เพศชายอยู่ที่ 73 ปี เพศหญิงอยู่ที่ 80 ปี )
การเกษียณเร็วหมายถึงคุณต้องดูแลค่าใช้จ่ายของตัวเองยาวขึ้นอีกหลายสิบปี ไม่ใช่แค่ช่วงสั้น ๆ
ทั้งนี้ คุณสามารถนำตัวเลขอายุเฉลี่ยของคนไทยฃดังกล่าวมาเป็นมาตรฐานการคำนวณการใช้จ่าย และเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อใช้สำหรับการ Early Retire ได้
2. รายรับ-รายจ่ายหลังเกษียณ วางแผนให้พอใช้ระยะยาว
เมื่อกำหนดอายุเกษียณได้แล้ว สิ่งที่ต้องเช็กต่อคือ “รายรับกับรายจ่ายจะพอใช้หรือไม่” เพื่อให้ชีวิตหลัง Early Retire ยังมีคุณภาพใกล้เคียงช่วงที่ทำงาน โดยสามารถคำนวณรายจ่ายหลังเกษียณได้ง่าย ๆ ดังนี้
| ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (บาท) |
จำนวนปีหลังเกษียณ |
| 20 ปี |
30 ปี |
40 ปี |
| 15,000 |
3,600,000 |
5,400,000 |
7,200,000 |
| 20,000 |
4,800,000 |
7,200,000 |
9,600,000 |
| 30,000 |
7,200,000 |
10,800,000 |
14,400,000 |
| 40,000 |
9,600,000 |
14,400,000 |
19,200,000 |
| 50,000 |
12,000,000 |
18,000,000 |
24,000,000 |
ตัวเลขที่คำนวณไว้ ยังไม่รวมเงินเฟ้อประมาณ 3–5% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น หากใช้เงินเดือนละ 30,000 บาท เกษียณตอนอายุ 50 และใช้ชีวิตอีก 30 ปี คุณอาจต้องมีเงินอย่างน้อย 10 ล้านบาทขึ้นไป และตัวเลขนี้จะสูงกว่านี้อีกเมื่อรวมเงินเฟ้อ
เมื่อรู้แล้วว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ สิ่งต่อไปที่ต้องคิดคือ “
รายได้หลัง Early Retire จะมาจากไหน” จะใช้เงินเก็บอย่างเดียว หรือมีรายได้จากการลงทุนหรือธุรกิจช่วยเสริม เพราะถ้ามีแต่เงินเก็บแต่ไม่มีรายได้ เงินก็มีโอกาสหมดได้ แล้วแผนของคุณพร้อมแค่ไหน
นอกจากค่ากินอยู่ ยังมีรายจ่ายอะไรที่หลายคนมองข้าม ?
สิ่งที่มักทำให้แผนเกษียณสะดุด คือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่มักปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดตามช่วงอายุ ค่าซ่อมแซมบ้าน และรถยนต์ที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา และภาษีสังคมอย่างเงินใส่ซองงานบุญ งานแต่ง หรือของขวัญลูกหลาน
ดังนั้น ควรเผื่อเงินสำรอง (Buffer) สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มอีกอย่างน้อย 10-15% ของรายจ่ายปกติ เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินต้นที่เตรียมไว้ใช้ยามแก่เฒ่า
3. ทรัพย์สิน และหนี้สินอื่น ๆ ที่มีในปัจจุบัน
ทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณมีไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ที่ดิน ธุรกิจ รวมถึงหนี้สิน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ ดังนั้นจึงต้องวางแผนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่แค่มี แต่ต้อง “บริหารเป็น” เพราะทรัพย์สินบางอย่างอาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น ค่าดูแลบ้านหรือรถหลายคัน คุณอาจต้องตัดสินใจว่าจะเก็บไว้ ขาย หรือส่งต่อให้คนในครอบครัว และที่สำคัญควรเคลียร์หนี้ให้หมดก่อน เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณเบาสบายจริง
4. วางแผนลงทุน ให้เงินไม่หมดกลางทาง
ก่อนเกษียณคุณอาจลงทุนเพื่อ “สร้างเงินให้โต” แต่หลัง Early Retire การลงทุนต้องเปลี่ยนเป็น “สร้างรายได้ให้พอใช้ต่อเนื่อง” เพราะเงินที่มีต้องอยู่กับคุณไปอีกหลายปี เนื่องจากเงินเฟ้อเฉลี่ยราว 3–5% ต่อปี ทำให้เงินมีมูลค่าลดลง การลงทุนจึงยังจำเป็น เช่น หุ้นหรือกองทุนที่มีโอกาสเติบโต เพื่อช่วยให้เงินไม่ถูกเงินเฟ้อกัดกินในระยะยาว
สำหรับท่านที่สนใจว่าการลงทุนในสองหมวดหมู่นี้เหมือนและต่างกันอย่างไร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
กองทุน VS หุ้น เพื่อความเข้าใจที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น
ควรมีเงินเก็บเท่าไรถึงจะ Early Retire ได้อย่างสบาย ?
สูตรที่นิยมใช้กันทั่วโลกคือ “
กฎ 25 เท่าของรายจ่ายรายปี” วิธีคิดง่าย ๆ คือให้นำรายจ่ายต่อปีที่คุณคาดว่าจะใช้ x 25 จะได้ยอดเงินเก็บที่คุณควรมีก่อนเกษียณ
เช่น มีรายจ่ายเดือนละ 30,000 บาท (ปีละ 360,000 บาท) คุณควรมีเงินเก็บประมาณ 9 ล้านบาท (360,000 x 25) ซึ่งตัวเลขนี้มาจากหลักการที่วางแผนให้คุณ ถอนเงินออกมาใช้จ่ายเพียงปีละ 4% ของเงินต้น (The 4% Rule) ส่วนเงินที่เหลือให้นำไปลงทุนต่อเพื่อสร้างผลตอบแทนชดเชยส่วนที่ถอนออกไป ทำให้เงินก้อนนี้สามารถเลี้ยงดูคุณไปได้ตลอดชีวิตโดยไม่หมดลงเร็วเกินไปนั่นเอง
5. สุขภาพ และค่ารักษาพยาบาล
เรื่องของสุขภาพเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะการไม่มีรายรับหลังเกษียณแล้วเกิดโรคขึ้นมา ตั้งแต่โรคเบาๆ อย่างปวดหลัง ปวดไหล่ ไปจนถึงโรคร้ายแรง
แนะนำว่าควรทำประกันสุขภาพและ
ประกันชีวิตเพื่อความอุ่นใจ ช่วยบรรเทาความเสี่ยงเรื่องสุขภาพเพิ่มเติมจะดีที่สุด แน่นอนว่า ต้องเสริมด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อเสริมสร้างให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอย่างยั่งยืนตลอดวัยเกษียณ
6. ที่อยู่อาศัยหลังเกษียณ
Early Retire แล้วจะไปอยู่ที่ไหน ? การเกษียณตัวเองที่ดีต้องมีที่อยู่อาศัยที่รองรับสำหรับตัวเองด้วย
สำหรับคนที่มีครอบครัว การมีที่อยู่ถาวรอย่างการซื้อบ้านหรือคอนโดเอาไว้จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการเช่า เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่อยู่กับเราระยะยาว สามารถต่อยอดได้ เช่น ปล่อยเช่า ปล่อยให้ซื้อต่อ หรือถ้าบ้านมีบริเวณก็อาจทำอาชีพเสริมเล็ก ๆ เพื่อหารายได้ต่อยอดในอนาคตได้อีกด้วย
สำหรับใครที่อยู่คนเดียว ก็ไม่ต้องกังวลไป ธุรกิจบ้านพักคนชราหรือบริการที่ใกล้เคียงกันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แถมยังมีทั้งสถานที่และกิจกรรมสำหรับคนวัยเกษียณอีกด้วย
7. เกษียณแล้วจะทำอะไรต่อ
ด้วยรสนิยมของแต่ละคนที่แตกต่างกันทำให้การอยู่เฉย ๆ หรือการไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ อาจไม่ตอบโจทย์สำหรับทุกคนได้ ดังนั้น เราจึงขอแนะนำว่าก่อนจะ Early Retire แบบจริงจัง ควรคิดถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยากทำหลังเกษียณด้วยจะดีกว่า
สำหรับท่านที่ต้องการ
วางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ เราขอแนะนำโปรแกรมคำนวณการวางแผนเกษียณ ที่ทำให้คุณสามารถรู้ปัจจัยต่าง ๆ เพื่อการเกษียณอย่างคุณภาพที่
โปรแกรมคำนวณการวางแผนการเกษียณ
“เงินบำนาญประกันสังคม” อีกหนึ่งกระเป๋าเงิน
สิทธิประโยชน์
เงินชราภาพจากประกันสังคม ซึ่งเปรียบเสมือน Passive Income ขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดสรรให้
แม้เงินส่วนนี้อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับเงินเดือนปัจจุบัน แต่หากวางแผนดี ๆ จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐาน (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ) ในยามเกษียณจริง (อายุ 55 ปีขึ้นไป) ได้อย่างดีเยี่ยม
สูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคม (ฉบับเข้าใจง่าย)
สำหรับใครที่ส่งเงินสมทบมาเกิน 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต โดยมีวิธีคิดง่าย ๆ คือ
“เงินบำนาญที่จะได้รับ = [20% + (1.5% x จำนวนปีที่ส่งเกิน 15 ปี)] x ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย”
หมายเหตุ :
ฐานเงินเดือนสูงสุดที่นำมาคำนวณคือ 15,000 บาท
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่าคุณทำงานและส่งประกันสังคมมาอย่างต่อเนื่อง 25 ปี (เกินเกณฑ์ขั้นต่ำมา 10 ปี) และมีฐานเงินเดือนเฉลี่ยช่วงท้ายอยู่ที่ 15,000 บาท
- ส่วนแรก (15 ปี) : ได้รับการันตี 20%
- ส่วนเพิ่ม (10 ปีที่เกินมา) : ได้เพิ่มปีละ 1.5% (1.5 x 10) = 15%
- รวมอัตราเงินบำนาญ : 20% + 15% = 35%
สรุป : คุณจะได้รับเงินบำนาญรายเดือนเท่ากับ 35% ของ 15,000 บาท = 5,250 บาท/เดือน ไปตลอดชีวิต
การตัดสินใจ Early Retire เป็นก้าวที่กล้าหาญ และน่าชื่นชม แต่จะทำได้สำเร็จ และมีความสุขนั้น ต้องแลกมาด้วยวินัยทางการเงินที่เข้มข้น และการวางแผนที่รัดกุมรอบด้าน เพื่อปิดความเสี่ยงที่จะ
เกษียณไม่มีเงินเก็บในอนาคต
อย่าลืมเช็ก 7 ข้อนี้ก่อน Early Retire
- คุณจะเกษียณเมื่อไร และต้องมีเงินใช้ไปอีกกี่ปี?
- รายรับ–รายจ่ายหลังเกษียณของคุณ “พอจริงหรือยัง”?
- ทรัพย์สินที่มีอยู่ วันนี้ “ช่วยคุณ” หรือ “เป็นภาระ”?
- ต้องลงทุนอย่างไร ให้เงินไม่หมดกลางทาง
- สุขภาพพร้อมไหม ค่ารักษาใครจ่าย ?
- เกษียณแล้วจะอยู่ที่ไหน แบบไหนถึงสบายจริง
- หลัง Early Retire แล้ว…คุณจะใช้ชีวิตยังไงต่อ
หมายเหตุ *ข้อมูลนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เชิงหลักการและการจำลองสถานการณ์เบื้องต้นเท่านั้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุนเป็นการเฉพาะเจาะจง
ทั้งนี้ แนะนำให้ท่านปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้วางแผนการลงทุนที่ได้รับอนุญาตเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของท่านก่อนดำเนินการใด ๆ โดยสามารถติดต่อผ่านช่องทางฮอตไลน์ได้ที่ 02-296-5959 จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น.