รับมือพายุค่าครองชีพถล่ม บริหารเงินอย่างไรให้รอด

Posted On 20 พฤษภาคม 2569
By Krungsri The COACH
หลายคนคงเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่า “เงินเดือนเท่าเดิม แต่ของกลับแพงขึ้นทุกปี” เหมือนกำลังเผชิญกับ พายุค่าครองชีพ ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ทำให้ไม่ว่าเราจะพยายามประหยัดแค่ไหน ก็อาจตั้งรับได้ยากในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนแบบนี้
แต่ไม่ต้องกังวลไป Krungsri The COACH มีแนวทางปรับตัวจากผู้เชี่ยวชาญการเงิน ที่จะช่วยให้คุณ “ตั้งหลัก” ท่ามกลางพายุของแพง จัดการเงินได้อย่างมั่นคง และใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้น แม้ในวันที่ค่าครองชีพยังคงพุ่งไม่หยุด
3 สาเหตุทำค่าครองชีพสูงขึ้น
ก่อนที่จะไปดูวิธีจัดการเงิน เราลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นในทุก ๆ ปี จนทำให้เงินในกระเป๋าของเราร่อยหรอลงนั้น มาจากปัจจัยอะไรบ้าง
1. เงินเฟ้อตัวร้ายที่ลดมูลค่าเงิน
ภาวะเงินเฟ้อคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป สินค้าจะแพงขึ้นเรื่อย ๆ มูลค่าเงินจะลดลงโดยอัตโนมัติ ทำให้เราต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อของชิ้นเดิม หรือพูดง่าย ๆ คือ “เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลง” นี่จึงเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่เราอาจไม่ทันตั้งตัว
2. ราคาพลังงาน และต้นทุนแฝง
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซหุงต้ม หรือแม้แต่ค่าแรงขั้นต่ำ ล้วนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงผู้บริโภค เมื่อต้นทุนการผลิต และการจัดส่งสินค้าสูงขึ้น ภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับราคาสินค้า และบริการให้แพงขึ้นตาม เพื่อให้ธุรกิจยังคงมีกำไร และดำเนินต่อไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
3. สังคมเมืองขยายตัว เมื่อคนเยอะขึ้น ของก็แพงขึ้น
ลองสังเกตดูว่า ยิ่งเมืองไหนเจริญ ผู้คนก็ยิ่งหลั่งไหลเข้าไปทำงาน และอยู่อาศัยมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือสภาพสังคมแบบ “
แย่งกันกิน แย่งกันใช้” ทำให้ความต้องการพื้นฐานอย่างที่พัก อาหาร และการเดินทางพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมค่าครองชีพในกรุงเทพ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญถึงแพงกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อมีคนต้องการซื้อเยอะ แต่สินค้าหรือที่อยู่อาศัยมีจำกัด พ่อค้าแม่ค้า และเจ้าของที่พักจึงสามารถปรับราคาสินค้า และค่าเช่าให้สูงขึ้นได้ตามความต้องการในตลาดนั่นเอง
5 วิธีรีเซ็ตการเงิน เมื่อค่าครองชีพแพงแซงรายได้
ถึงแม้เราจะควบคุมเศรษฐกิจภาพรวมหรือค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นไม่ได้ แต่ก็ยังพอจะมี 5 วิธีรีเซ็ตการเงิน เอาตัวรอดท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพพุ่ง มาดูกันเลย
1. รีเซ็ตแผนการใช้จ่ายใหม่ ด้วยสูตร 60-30-10
เมื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สูตรออมเงินแบบเดิม ๆ อาจทำให้รู้สึกกดดันเกินไป ลองปรับมาใช้สูตร 60-30-10 ที่มีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น
- 60% : สำหรับรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ และค่าอาหาร
- 30% : สำหรับชำระหนี้
- 10% : สำหรับการออมเงิน เช่น เก็บในบัญชีเงินฝากประจำ หรือประกันสะสมทรัพย์
2. ทบทวนรายจ่ายเล็ก ๆ คืนเงินสดกลับเข้ากระเป๋าแบบสบายใจ
บางครั้งเงินออมก้อนโตก็อาจซ่อนอยู่ในรายจ่ายเล็ก ๆ ที่เราเผลอมองข้ามไป ลองใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์มาทบทวนรายการเดินบัญชีแบบสบาย ๆ ดูว่า มีเงินส่วนไหนที่เราสามารถดึงกลับมาเข้ากระเป๋าได้บ้าง
3. เปลี่ยนไลฟ์สไตล์เล็ก ๆ เซฟเงินก้อนโตได้จริง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อย สามารถสร้างผลลัพธ์ทางการเงินที่ยิ่งใหญ่ และช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี
- ใช้สิทธิพิเศษ และแต้มสะสมให้เป็นประโยชน์ : ก่อนจ่ายเงินซื้อสินค้า หรือบริการต่าง ๆ ลองเช็กโปรโมชัน โค้ดส่วนลด หรือใช้พอยต์สะสมจากบัตรเครดิตมาแลกเป็นส่วนลดแทนเงินสด อาจช่วยเซฟเงินได้หลายบาท
- ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในบ้าน : เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการตั้งเวลาปิดแอร์ก่อนตื่นนอนสัก 1 ชั่วโมง ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน หรือหมั่นล้างแอร์เป็นประจำ รับรองว่าจะช่วยลดค่าไฟตอนสิ้นเดือน ทำให้มีเงินเหลือเก็บเพิ่มขึ้นแน่นอน
- วางแผนการเดินทางให้คุ้มค่าขึ้น : หันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัวในบางวัน หรือลองหาเพื่อนร่วมทาง (Carpool) ไปทำงานด้วยกัน เพื่อหารค่าน้ำมัน และค่าทางด่วน
4. เปลี่ยนทักษะที่มี ให้เป็นรายได้กระเป๋าที่สอง
ในยุคที่อะไร ๆ ก็แพง การพึ่งพารายได้จากงานประจำเพียงช่องทางเดียวอาจมีความเสี่ยง ลองมองหาโอกาสในการต่อยอดทักษะหรือสิ่งที่ชอบ ให้กลายเป็นรายได้เสริม
- รับงานฟรีแลนซ์ : ใช้เวลาว่างในการทำงานพาร์ทไทม์ หรือรับจ้างออกแบบ แปลภาษา เขียนบทความ หรือรับทำบัญชี ตามความถนัดของตัวเอง
- ขายของออนไลน์ : นำของมือสองสภาพดีที่ไม่ได้ใช้มาปล่อยต่อ หรือรับสินค้ามาขายผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กระเป๋าเงินมีรายรับเข้ามามากขึ้น
- เป็นนายหน้าออนไลน์ (Affiliate) : หากเป็นคนชอบรีวิวหรือชอบป้ายยาของดีให้คนรอบข้าง ลองสมัครทำ Affiliate ด้วยการนำลิงก์สินค้าไปแชร์บนโซเชียลมีเดียของตัวเอง หากมีคนกดซื้อผ่านลิงก์ เราก็จะได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชัน ถือเป็นการสร้างรายได้เสริมที่ทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า
5. มีเงินสำรองฉุกเฉินติดบัญชีไว้ อุ่นใจกว่าเวลาช็อต
การสร้างวินัยในการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน จะเป็นเสมือนเบาะนุ่ม ๆ ที่คอยรองรับความเสี่ยงเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน หรือต้องซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถยนต์ ทำให้เราสามารถดึงเงินส่วนนี้มาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปหยิบยืมใคร หรือสร้างหนี้สินเพิ่มในยามคับขัน
สำหรับใครที่เริ่มจัดระเบียบการเงินจนเริ่มมีกระแสเงินสดเหลือเก็บแล้ว แต่ไม่รู้จะนำเงินก้อนนี้ไปพักไว้ที่ไหนให้ปลอดภัย และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกเปิดบัญชีเงินฝากที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ถือเป็นก้าวแรกที่ชาญฉลาดในการต่อยอดความมั่งคั่งให้งอกเงย
Krungsri The COACH แนะนำ : ปั้นเงินก้อนรับมือค่าครองชีพพุ่ง ด้วยบัญชีเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง
เพื่ออนาคตที่มั่นคง และรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจได้อย่างอุ่นใจ Krungsri The COACH ขอแนะนำตัวช่วยสร้างวินัยการออมอย่าง “
บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน และ 36 เดือน” จากธนาคารกรุงศรี ที่ตอบโจทย์คนอยากมีเงินเก็บก้อนโต ด้วยจุดเด่นที่พลาดไม่ได้
- รับดอกเบี้ยสูงแบบเต็ม ๆ : รับอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1.70% ต่อปี สำหรับเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน และ 1.40% ต่อปี สำหรับระยะเวลา 36 เดือน
- รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย : ดอกเบี้ยที่ได้รับเมื่อครบกำหนดโครงการ ไม่ต้องนำไปหักภาษี ณ ที่จ่าย
- เริ่มต้นง่าย ใคร ๆ ก็ออมได้ : เริ่มต้นสร้างวินัยด้วยเงินฝากขั้นต่ำเพียง 500 บาทต่อเดือน (ฝากสูงสุดได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน สำหรับ 24 เดือน และไม่เกิน 16,000 บาทต่อเดือน สำหรับ 36 เดือน)
- สะดวกสบาย ไม่พลาดทุกงวด : สามารถตั้งโอนเงินล่วงหน้าเพื่อตัดบัญชีอัตโนมัติผ่าน krungsri app ได้เลย ทำให้การเก็บเงินเป็นเรื่องง่าย และไม่ต้องคอยจดจำ
ทบทวนวิธีรับมือค่าครองชีพสูง พร้อมก้าวสู่เป้าหมายการมีเงินเก็บ
การรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่หากเราตั้งสติ และทบทวนแผนการเงินอย่างเป็นระบบ เป้าหมายการมีเงินเก็บก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม ลองมาทบทวน 5 สเต็ปง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ก้าวผ่านสภาวะของแพงไปได้อย่างมั่นใจ ดังนี้
- ปรับงบประมาณใหม่ : ใช้สูตร 60-30-10 เพื่อให้การจัดสรรเงินมีความยืดหยุ่น และตอบโจทย์ค่าใช้จ่ายในชีวิตจริงมากขึ้น
- อุดรอยรั่วรายจ่ายแฝง : ทบทวนค่าสมาชิกรายเดือนต่าง ๆ และจัดงบสำหรับความสุขเพื่อฮีลใจให้พอดี ไม่ตึงจนเกินไป
- เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เซฟเงินก้อน : ลองทำอาหารทานเอง หรือสลับมาใช้ขนส่งสาธารณะบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายรายวัน
- เพิ่มรายได้กระเป๋าที่สอง : ต่อยอดทักษะที่มีให้เป็นงานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ หรือทำ Affiliate
- ต่อยอดเงินออมให้งอกเงย : นำเงินสำรองไปเก็บไว้ในที่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า อย่างบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี
วิธีเอาตัวรอดในยุคนี้ ไม่ใช่แค่ “ประหยัดให้สุด” แต่ต้อง “หาเงินเพิ่มและบริหารเงินให้เป็น” สำหรับเตรียมพร้อมรับมือค่าครองชีพที่อาจจะพุ่งตัวสูงขึ้น in อนาคต Krungsri The COACH ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านความท้าทายนี้ เพียงเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้ เป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ก็พร้อมจะเป็นจริงได้อย่างแน่นอน
อ้างอิง