8 วิธีเซฟเงินในเป๋าให้เหลือเพียบ สวนทางยุคน้ำมันแพง
เพื่อชีวิตสบาย

8 วิธีเซฟเงินในเป๋าให้เหลือเพียบ สวนทางยุคน้ำมันแพง

icon-access-time Posted On 27 มีนาคม 2569
By Krungsri The COACH
น้ำมันราคาทยอยขึ้นเรื่อย ๆ ไหนจะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ราคาสูงขึ้นตามไปอีก เพราะเวลาน้ำมันแพงขึ้น สินค้าทุกอย่างก็ขึ้นราคาตามไปด้วย พนักงานออฟฟิศ ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง จะมีวิธีรับมือยังไงได้บ้าง? วันนี้เรามีคำตอบมาช่วยหาทางออกให้ทุกคน ตามมาดูกันเลย!

8 วิธีรับมือกับราคาน้ำมันพุ่งสำหรับกลุ่มวัยทำงาน

สำหรับวิธีรับมือ และการปรับตัวของกลุ่มวัยทำงานอย่างเรา ๆ หรือคนที่มีรายได้ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มวัยทำงานจะมีวิธีปรับตัวอย่างไรได้บ้าง มาดูกันดีกว่า
 
หัวจ่ายน้ำมัน

1. ใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น

โดยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้วหันไปนั่งรถไฟฟ้า หรือเปลี่ยนวิธีการเดินทาง ใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพราะนอกจากจะไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวบ่อย ๆ แล้วก็ยังลดเวลาในการหาที่จอดได้อีกด้วย โดยเฉพาะคนในแถบตัวเมืองที่ต้องเสียค่าจอดรถเพิ่มหากจอดในสถานที่ทำงาน หรือลานจอดรถ ยิ่งลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้เยอะ ก็ยิ่งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า

2. เดินบ้าง หากระยะทางไม่ไกลมาก

เปลี่ยนจากนั่งรถมาเดิน หากระยะทางไม่ไกลเกินไป อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องนั่งอยู่ในห้องนาน ๆ หรือคนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างมาออกกำลังกายทุกเย็น

3. ใช้รถยนต์ไฟฟ้า

เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมจากเทคโนโลยีสุดล้ำที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้ทันสมัยมากขึ้น นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนของน้ำมันแล้วยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นพิษต่อโลกได้อีกด้วย
 
ปั๊มน้ำมัน

4. เปลี่ยนชนิดน้ำมัน

คนที่รายได้ช่วง 10,001 – 100,000 บาทต่อเดือนอาจเปลี่ยนชนิดของน้ำมัน จากราคาน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม อาจต้องลดชนิดน้ำมันลงมาในราคาประหยัดมากขึ้น

5. วางแผนก่อนเดินทาง

เช็กเส้นทาง และวางแผนการเดินทางทุกครั้งเพื่อลดเสี่ยงรถติด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำมันถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นอีกด้วย

6. เช็กสภาพรถยนต์เป็นประจำ

หมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์ นอกจากจะช่วยยืดอายุของเครื่องยนต์แล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย เพราะถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ก็อาจทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้น เช่น เช็กไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ เติมลมยางล้อรถยนต์

7. เลือกขนาดรถให้เหมาะกับการใช้งาน

เพราะถ้าเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ก็จะเจอปัญหากินน้ำมันมากกว่ารถยนต์ขนาดเล็ก เพราะการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ถังต้องใช้จำนวนหลายลิตร การเปลี่ยนขนาดรถยนต์ให้เล็กลงก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี

8. ควบคุมความเร็วระหว่างขับแต่พอดี

การใช้ความเร็วที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดน้ำมันได้สมควร เพราะการเบรก และเร่งออกตัวบ่อย ๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน อีกทั้งยังเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อีกด้วย

สรุป

แม้ว่าเรื่องราคาน้ำมันขึ้นจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ความน่ากังวลของสภาวะเศรษฐกิจก็ค่อนข้างเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนในประเทศ การแก้ปัญหานี้ในภาพรวมอาจต้องใช้เวลา ไม่สามารถปรับลดได้ทันที สิ่งที่คนอย่างเรา ๆ พอจะทำได้ก็มีแค่เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้รถยนต์ และถนนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้การลดใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้วเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้นนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังช่วยทำให้เราประหยัดเงินในกระเป๋ามากกว่าการขับรถยนต์ส่วนตัวซะอีก

อ้างอิง
https://www.pptvhd36.com
https://th.investing.com
https://www.thansettakij.com
https://www.kitsadagoodcar.com
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา