5 เทคนิคใช้จ่ายฉลาดฉบับนักศึกษา
เพื่อชีวิตสบาย

5 เทคนิคใช้จ่ายฉลาดฉบับนักศึกษา

icon-access-time Posted On 01 สิงหาคม 2569
By Krungsri The COACH
ชีวิตมหาวิทยาลัยคือช่วงเวลาที่หลายคนได้เริ่มบริหารเงินด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าเรียนพิเศษ ค่าชอปปิง หรือค่า Subscription ที่สมัครไว้แทบทุกแพลตฟอร์ม

หลายคนคงเคยเป็นเหมือนกัน เพิ่งได้เงินค่าขนมมา แต่ผ่านไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ เงินแทบไม่เหลือ ถ้าใครกำลังเจอปัญหา "เงินหมดก่อนสิ้นเดือน" ไม่ได้แปลว่าเราใช้เงินไม่เป็นเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะยังไม่มีการวางแผนการเงินที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ใช้เงินแบบฉลาด ต่างจากประหยัดอย่างไร ?

หลายคนคิดว่าการบริหารเงิน คือ การลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง แต่จริง ๆ แล้ว การใช้เงินแบบฉลาด คือ "การใช้เงินกับสิ่งที่มีคุณค่า และลดเงินกับสิ่งที่ไม่จำเป็น" เช่น เลิกซื้อของลดราคาเพียงเพราะกลัวพลาดโปรโมชัน แต่ให้หันมาใช้วิธีซื้อของที่จำเป็นในช่วงโปรโมชัน เพื่อให้การใช้เงินของเราคุ้มค่ามากขึ้น ดังนั้น เป้าหมายไม่ใช่การใช้เงินให้น้อยที่สุด แต่คือการใช้เงินอย่างมีเหตุผล

เราจะพาไปรู้จักเทคนิคที่ช่วยให้นักศึกษาใช้ชีวิตได้เต็มที่ แบบมีเงินเหลือเก็บ

5 เทคนิคใช้จ่ายฉลาดฉบับนักศึกษา

1. แบ่งงบตามเป้าหมาย


หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย คือ ใช้เงินไปก่อน เหลือเท่าไหร่แล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง ผลคือมักไม่เหลือเงินเก็บ วิธีที่มีประสิทธิภาพกว่า คือ การกำหนดสัดส่วนเงินเก็บ แล้วกันเงินส่วนนี้ไว้ก่อน จากนั้นค่อยใช้จากส่วนที่เหลือตามหมวดหมู่ที่ตั้งไว้ เช่น
  • เงินออม 10%
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง 50%
  • ค่าใช้จ่ายฮีลใจอื่น ๆ เช่น ซื้อของออนไลน์ เที่ยวคาเฟ่ ไปคอนเสิร์ต 30%
  • เงินสำรองฉุกเฉิน 10%

เมื่อกำหนดงบล่วงหน้า ก็จะใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และมีเงินเหลือเก็บ

2. คิดเป็น "ค่าใช้จ่ายต่อเดือน" ไม่ใช่ "ราคาต่อครั้ง"


หลายครั้งที่เราใช้เงินแบบลืมตัว เพราะมองแค่ราคาต่อครั้ง เช่น กินชานมไข่มุกอาทิตย์ละ 3-4 แก้ว ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000–1,500 บาทต่อเดือน เมื่อมองเป็นภาพรวมรายเดือน จะเห็นว่าเราเสียค่าใช้จ่ายก้อนนี้ไม่น้อยเลย

3. ใช้กฎ 24 ชั่วโมง ก่อนซื้อ


เคยไหม ? เห็นโปรโมชันลดราคาแล้วรีบกดซื้อทันที แต่สุดท้าย ซื้อมาก็แทบไม่ได้ใช้ วิธีลดการใช้เงินตามอารมณ์ คือ อยากได้อะไร ให้รออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตัดสินใจซื้อ เมื่อเวลาผ่านไปอาจพบว่าไม่ได้อยากได้จริง ยังไม่จำเป็น หรือมีตัวเลือกอื่นที่คุ้มกว่า

4. แยกค่าใช้จ่ายออนไลน์ออกจากค่าใช้จ่ายประจำวัน


ปัจจุบันเทรนด์การใช้จ่ายออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กมหาลัยอย่างเรา เช่น การเติมเกม ซื้อของออนไลน์ สั่งอาหารเดลิเวอรี รวมถึงค่า Subscription Netflix หรือ Spotify

วิธีที่ช่วยคุมงบ คือ แยกวงเงินสำหรับการใช้จ่ายออนไลน์โดยเฉพาะ ลดโอกาสใช้เงินเกิน หรือจะใช้ตัวช่วยอย่าง Krungsri Boarding Card ตั้งงบเท่าไรก็เติมเงินเข้าไปเท่านั้น แถมถ้าจ่ายผ่านบัตร ยังมีโปรโมชันส่วนลดคุ้ม ๆ อีกด้วย เป็นบัตรที่ใช้ได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ สมัครง่าย ใช้คุ้ม !

5. เรียนรู้การใช้บัตรเครดิตสำหรับนักศึกษาตั้งแต่วัยเรียน


หลายคนมองว่าบัตรเครดิตเป็นเรื่องไกลตัวของนักศึกษา แต่จริง ๆ แล้ว การเริ่มเรียนรู้การใช้บัตรเครดิตนักศึกษาอย่างถูกต้องตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ แถมยังได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย

ข้อดีของบัตรเครดิตสำหรับนักศึกษา คือ
  • สะดวกในการใช้จ่าย ได้รับส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสม จากการใช้จ่าย
  • ถ้ามีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่จำเป็นต้องซื้อ อย่างไอแพดเพื่อการศึกษา หรือคอมพิวเตอร์ ก็ผ่อนจ่าย 0% ไม่มีดอกเบี้ยได้
  • ช่วยฝึกวินัยการใช้เงิน และยังเป็นการสร้างประวัติทางการเงินเพื่อประโยชน์สำหรับการทำธุรกรรมกับธนาคารเมื่อเรียนจบ

ที่สำคัญเราควรใช้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือในการบริหารเงิน ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ชีวิตเด็กมหาลัย เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเรียนรู้เรื่องการเงิน การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร บัตรเติมเงินสำหรับคุมงบออนไลน์ หรือบัตรเครดิตนักศึกษาสำหรับฝึกวินัยทางการเงิน ล้วนช่วยให้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยสะดวกและเป็นระบบมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดก่อนสิ้นเดือน

เพราะคนที่บริหารเงินเก่ง ไม่ใช่คนที่ไม่ใช้เงิน แต่คือคนที่ใช้เงินอย่างชาญฉลาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้จ่ายของนักศึกษา

แนะนำบัตรที่ตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 2 ประเภท ได้แก่
  • บัตรเดบิตหรือบัตรเติมเงิน พกไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยคุมงบและเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย
  • บัตรเครดิตนักศึกษา สำหรับใช้วางแผนการเงิน รับโปรโมชัน และช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดีในอนาคต
สมัครได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา โดยเตรียมเอกสาร ดังนี้
  • บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต (สำหรับนักศึกษาต่างชาติ)
  • บัตรนักศึกษาที่ยังไม่หมดอายุ หรือใช้ระเบียนประวัติที่พิมพ์จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยในการแสดงสถานะว่ายังเป็นนักศึกษา
  • สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่มีเงินฝากขั้นต่ำ 10,000 บาท (หากยังไม่มีบัญชีเงินฝากสามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ที่สาขา และสมัครบัตรเครดิตได้ทันที)
แนะนำบัตร Krungsri Boarding Card แล้วผูกบัตรกับแอปพลิเคชันที่ต้องการ แค่นี้ก็ช่วยประหยัดเวลา ใช้จ่ายสะดวก คุมงบได้ และอย่าลืมเช็กโปรโมชันส่วนลดจากบัตร การใช้จ่ายจะยิ่งคุ้มค่าขึ้นไปอีก
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา