เทคนิคแยกบัญชีแบบมือโปร ฝากเงินบัญชีไหนได้ดอกเบี้ยเยอะ
เพื่อชีวิตสบาย

เทคนิคแยกบัญชีแบบมือโปร ฝากเงินบัญชีไหนได้ดอกเบี้ยเยอะ

icon-access-time Posted On 23 พฤษภาคม 2569
By Krungsri The COACH
รู้หรือไม่ว่าการเก็บเงินผิดที่ นอกจากเงินจะไม่ค่อยงอกเงยแล้ว ยังอาจกำลังถูก “เงินเฟ้อ” กัดกินมูลค่าให้ลดลงไปทุกวัน

ถ้าเป็นแบบนี้.. เปลี่ยนมาฝากเงินบัญชีไหนดีล่ะ ถึงจะได้ดอกเบี้ยสูง

บทความนี้ Krungsri The COACH จะพามาเจาะลึกเทคนิคขั้นเทพ ฝากเงินบัญชีไหนได้ดอกเบี้ยเยอะ พร้อมเทคนิคเด็ดที่ช่วยให้เงินฝากของคุณทำงานได้คุ้มค่าที่สุด

ทำไมคนเก็บเงินเก่ง ถึงแยกเงินไว้ 3 บัญชี

ฝากเงินบัญชีไหน ได้ดอกเบี้ยเยอะ

กฎเหล็กข้อแรกคือต้อง “แยกเงินตามหน้าที่” เพราะเงินแต่ละก้อนมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน การจัดสรรปันส่วนที่เป็นระบบจะช่วยให้เราเห็นประโยชน์ของการออมได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น มาเช็กกันว่าเงินของคุณควรอยู่บัญชีไหน ?

1. บัญชีสำหรับใช้จ่ายรายเดือน

 
บัญชีใช้จ่ายรายเดือน

บัญชีแรกที่ทุกคนต้องมีคือบัญชีสำหรับรับเงินเดือน และเป็นกระเป๋าเงินหลักสำหรับใช้ชีวิตประจำวัน

เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพสูงสุด เราขอแนะนำให้แบ่งย่อยออกเป็น 2 บัญชี คือ
  • บัญชีสำหรับใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และ
  • บัญชีเพื่อความสุข สำหรับช้อปปิ้งหรือให้รางวัลตัวเอง เพื่อป้องกันการใช้เงินปะปนกันจนเกินงบประมาณที่ตั้งไว้

การแยกงบกินใช้ออกจากเงินเก็บอย่างเด็ดขาด จะช่วยป้องกันการหยิบเงินผิดกระเป๋าจนงบปลายเดือนบานปลายได้เป็นอย่างดี
 

Krungsri The COACH แนะนำ : บัญชีรับเงินเดือนดอกเบี้ยสูง ถอนใช้จ่ายได้คล่องตัว


หลายคนมักเข้าใจผิดว่า บัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงจะต้องห้ามถอนและต้องแช่เงินไว้นาน ๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง คุณสามารถรับดอกเบี้ยสูงควบคู่ไปกับสภาพคล่องในการใช้จ่ายได้

ทริกสำคัญคือ เมื่อเงินเดือนออก ให้ย้ายเงินมาพักไว้ในบัญชีที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าตั้งแต่วันแรก Krungsri The COACH ขอแนะนำบัญชี “ออมทรัพย์ มีแต่ได้ ออนไลน์” เปิดบัญชีง่าย ๆ ผ่าน krungsri app จุดเด่นคือให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.50% ต่อปี (สำหรับยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท)

ที่สำคัญคือ สามารถถอนหรือโอนใช้จ่ายได้คล่องตัว ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยที่ยังได้รับดอกเบี้ยสูงตามเงื่อนไข แถมยังคำนวณจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกเดือน ช่วยให้คุณบริหารเงินหมุนเวียนรายเดือนได้อย่างสบายใจ และเห็นเงินงอกเงยเป็นกำลังใจได้ทุกสิ้นเดือน
 
บัญชีออมทรัพย์ มีแต่ได้

2. บัญชีสำหรับเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน

 
บัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน

เมื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้ว บัญชีถัดมาคือรากฐานของความมั่นคง นั่นคือเงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีครอบคลุมรายจ่ายอย่างน้อย 6 เดือน เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน หรือต้องเปลี่ยนงาน โดยบัญชีนี้จะต้องเน้นสภาพคล่องที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที
 

Krungsri The COACH แนะนำ : ตัวช่วยกันเงินไหลออก ด้วยระบบหักบัญชีอัตโนมัติ


วิธีเก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้สำเร็จ และอุ่นใจที่สุด คือการตัดความรู้สึกเสียดายออกไป ด้วยการใช้ “ระบบตั้งโอนล่วงหน้าผ่าน krungsri app” ผูกเข้ากับบัญชีฉุกเฉินโดยตรง

เพียงตั้งค่าให้ระบบตัดเงินเข้าบัญชีนี้ทันทีในวันเงินเดือนออก เพื่อบังคับตัวเองตามหลัก “ออมก่อนใช้” เสมอ การแยกเงินก้อนนี้ไว้อย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างเกราะป้องกันไม่ให้คุณเผลอดึงเงินสำรองออกมาใช้กับสิ่งล่อใจรายวัน และมั่นใจได้ว่าจะมีเงินสดก้อนสำคัญพร้อมซัปพอร์ตชีวิตทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง

3. บัญชีสำหรับเก็บเงินเพื่อเป้าหมายระยะยาว

 
บัญชีเพื่อเป้าหมายระยะยาว

เป้าหมายใหญ่ในชีวิตอย่างการดาวน์รถ ซื้อบ้าน หรือแต่งงาน ล้วนต้องใช้เวลาและเงินก้อนโต แต่ปัญหาคือหลายคนมักเก็บเงินปนไว้ในบัญชีที่ถอนง่ายเกินไปจนเผลอหยิบออกมาใช้กลางทาง เคล็ดลับพิชิตฝันที่ได้ผลที่สุดจึงเป็นการ “ล็อกเงิน” ให้อยู่ห่างจากสิ่งล่อใจ เพื่อสร้างวินัยบังคับตัวเองให้ออมได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
 

Krungsri The COACH แนะนำ : ล็อกเป้าหมายใหญ่ให้อยู่หมัด ด้วยเงินฝากประจำปลอดภาษี


เพื่อให้เป้าหมายใหญ่สำเร็จได้ตามแผน Krungsri The COACH ขอแนะนำให้แยกเงินก้อนนี้มาฝากกับบัญชี “เงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน หรือ 36 เดือน” ตัวช่วยสร้างวินัยการออมที่ให้คุณทยอยสะสมเงินเท่า ๆ กันทุกเดือน โดยเริ่มต้นเบา ๆ เพียงเดือนละ 500 บาท

จุดเด่นคือช่วยล็อกเงินก้อนให้อยู่หมัด หมดปัญหาเผลอใจถอนใช้กลางทาง พร้อมรับผลตอบแทนคุ้มค่าด้วยดอกเบี้ยที่สูงกว่าออมทรัพย์ทั่วไป และรับดอกเบี้ยเต็ม ๆ แบบไม่โดนหักภาษี มั่นใจได้เลยว่าเมื่อครบกำหนดเวลา เงินออมจะโตเป็นก้อนใหญ่พร้อมสานฝันของคุณให้เป็นจริงได้ทันที
 
บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

สรุปชัด 4 Step จัดการบัญชีเงินฝาก ตัวช่วยเงินไม่รั่ว

วิธีจัดการบัญชีเงินฝาก

อ่านจบแล้วลองนำไปลงมือทำตามขั้นตอนนี้ รับรองว่าระบบการเงินจะเป๊ะขึ้นทันตาเห็น
  • Step 1 : วันเงินเดือนออก โอนเงินค่าใช้จ่ายคงที่ (ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำไฟ) ทิ้งไว้ในบัญชีรับเงินเดือน
  • Step 2 : หักเงิน 10-20% โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ออนไลน์ (ทำเป็นเงินสำรองฉุกเฉินสะสมให้ครบ 6 เดือนของรายจ่าย)
  • Step 3 : ตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ หักเงินอีก 10% ไปเข้าบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี (เพื่อเป้าหมายใหญ่ เช่น ดาวน์รถ ซื้อบ้าน แต่งงาน)
  • Step 4 : เงินที่เหลือในบัญชีแรก คือ “งบกินเที่ยว” ที่สามารถใช้ได้อย่างสบายใจโดยไม่รู้สึกผิด

การสร้างความมั่งคั่งไม่ได้จบแค่การหาเงินเก่ง แต่เริ่มจากการจัดระเบียบและรู้ว่าควรเอาเงินไปวางไว้ตรงไหน เลิกถามคำถามลอย ๆ ว่า ฝากเงินบัญชีไหนดี แต่จงแยกเป้าหมายของเงินแต่ละก้อนให้ชัดเจน แล้วคุณจะรู้คำตอบทันทีว่า ฝากเงินบัญชีไหนได้ดอกเบี้ยเยอะ และเหมาะกับสไตล์การเงินของคุณที่สุด

อ้างอิง

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ฉันอ่านบทความแนะนำการเก็บเงินในบัญชีเงินฝากให้ได้ประโยชน์สูงสุดจาก Krungsri The COACH จบแล้ว มีความสนใจที่จะเริ่มเก็บเงิน เลยอยากรู้ว่าควรแบ่งสัดส่วนเงินอย่างไรดีให้ไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป โดยขอแหล่งข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์สถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วย
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา