วางแผนประกันชีวิตต้นปี เลือกความคุ้มครองให้พอดีกับแต่ละช่วงอายุ
เพื่อคุ้มครองคุณและครอบครัว

วางแผนต้นปี ! เช็กประกันที่ควรมีตามช่วงอายุให้เหมาะสม

icon-access-time Posted On 30 ธันวาคม 2568
By Krungsri The COACH
การวางแผนประกันชีวิตต้นปี เป็นขั้นตอนสำคัญในการสำรวจความคุ้มครองให้สอดคล้องกับสถานะทางการเงินและภาระที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเริ่มทำงานที่เน้นสร้างเงินออม หรือวัยสร้างครอบครัวที่ต้องการความคุ้มครองสูง การทบทวนกรมธรรม์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยปิดช่องโหว่ความเสี่ยงและทำให้ประกันที่มีอยู่เป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าที่สุด การเข้าสู่ปีใหม่ คือช่วงเวลาที่หลายคนหันมาจัดการเรื่องเงินและสวัสดิการของตัวเอง เพราะชีวิตในแต่ละปีมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน รายได้ที่ขยับขึ้น หรือภาระครอบครัวที่เพิ่มมาใหม่ การตรวจสอบประกันสุขภาพ หรือการวางแผนประกันชีวิตต้นปี จึงเป็นวิธีที่จะช่วยเช็กว่าความคุ้มครองที่มีอยู่นั้น “พอดี” กับชีวิตปัจจุบันหรือไม่

ประกันที่ควรมีตามช่วงอายุ

ในแต่ละช่วงวัยของชีวิต ล้วนมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป หากรู้จักจัดลำดับความสำคัญและศึกษาเรื่องต้องรู้ก่อนเลือกซื้อประกันอย่างถี่ถ้วน ก็จะช่วยให้สามารถเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองตรงกับความจำเป็นและตอบโจทย์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงอายุได้มากที่สุด

วัยเริ่มทำงาน


ช่วงอายุ 20 ควรซื้อประกันอะไร ? ช่วงวัยอายุ 20 เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มทำงาน รายได้อาจยังไม่สูงมากแต่ร่างกายยังแข็งแรงเต็มที่ ความเสี่ยงส่วนใหญ่จึงไปตกอยู่ที่ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิต โดยการเริ่มทำประกันในช่วงนี้จะได้เปรียบเรื่อง “ค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด” และมักจะผ่านการอนุมัติได้ง่ายเพราะยังไม่มีประวัติโรคประจำตัว จึงควรเน้นการทำประกันภัยดังต่อไปนี้
  • ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ : เป็นพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด เพราะอุบัติเหตุ หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหัน อาจดึงเงินเก็บก้อนแรกของชีวิตไปทั้งหมด
  • ประกันสะสมทรัพย์ : เพื่อสร้างวินัยการออมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ช่วยให้มีเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคต และยังได้ความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปด้วย

วัยสร้างครอบครัว


ช่วงอายุ 30 ควรซื้อประกันอะไร ? ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป เป็นช่วงวัยที่กำลังสร้างครอบครัว และรับบทบาทหนักที่สุด เพราะต้องดูแลทั้งพ่อแม่ที่เริ่มเข้าสู่วัยชราและลูกที่กำลังเติบโต รวมถึงอาจมีภาระหนี้สินจากการซื้อบ้าน หรือรถ ซึ่งเมื่อมีคนอยู่ข้างหลังที่ต้องพึ่งพารายได้จากเรา ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดคือ "การขาดรายได้" หรือการเจ็บป่วยหนักจนกลายเป็นภาระ จึงควรเน้นประกันภัยที่คุ้มครองสิ่งเหล่านี้ เช่น
  • ประกันชีวิต (ทุนประกันสูง) : เพื่อคุ้มครองภาระหนี้สินและเป็นกองทุนการศึกษาให้บุตร หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทุนประกันควรครอบคลุมหนี้สินและค่าใช้จ่ายของครอบครัวอย่างน้อย 5-10 ปี
  • ประกันโรคร้ายแรง : วัยนี้เริ่มมีความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากความเครียดและการทำงานหนัก เช่น มะเร็ง หรือโรคหัวใจ ซึ่งค่ารักษาพยาบาลมักสูงกว่าประกันสุขภาพทั่วไปจะครอบคลุมได้หมด

วัยเตรียมเกษียณ


ช่วงอายุ 40 ควรซื้อประกันอะไร ? เมื่อก้าวเข้าสู่อายุ 40 ปีขึ้นไป จะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการทำงาน ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยและมีโรคประจำตัวปรากฏชัดเจนขึ้น ในขณะที่รายได้มักอยู่ในจุดสูงสุดแต่ระยะเวลาหาเงินเริ่มสั้นลง การมีประกันจะช่วยล็อกค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตไม่ให้รบกวนเงินออมที่จะใช้ในยามเกษียณ จึงควรเน้นรูปแบบความคุ้มครองดังนี้
  • ประกันสุขภาพระยะยาว : เลือกแผนเหมาจ่ายที่คุ้มครองไปจนถึงอายุ 80-90 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการรักษาที่ดีต่อเนื่องแม้ในวันที่ไม่มีสวัสดิการพนักงานแล้ว
  • ประกันสะสมทรัพย์และประกันบำนาญ : ในวัยที่รายได้สูง ประกันกลุ่มนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่า พร้อมกับสร้างกระแสเงินสดรายเดือนไว้ใช้หลังเกษียณให้เพียงพอกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ

วัยเกษียณ


วัยเกษียณ ควรซื้อประกันอะไร ? ในช่วงอายุหลัง 60 ปีขึ้นไป จะเป็นวัยที่เน้นการประคับประคองสุขภาพและใช้ชีวิตจากเงินที่สะสมมา จึงควรมีประกันเพื่อป้องกันไม่ให้เงินก้อนสุดท้ายที่เก็บมาทั้งชีวิตต้องหมดไปกับค่าหมอ หรือค่าโรงพยาบาล โดยควรเน้นความคุ้มครองที่ครอบคลุม เช่น
  • ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย : เน้นความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) และโรคร้ายแรงที่มักเกิดในวัยชรา แม้ค่าเบี้ยประกันจะสูงขึ้นตามอายุ แต่การมีประกันจะช่วยจำกัดความเสี่ยงของเงินเก็บได้ชัดเจน
  • ประกันชีวิตเพื่อมรดก : เน้นทุนประกันที่เป็นเงินก้อนสำหรับจัดการหนี้สินที่ยังคงมีอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อลูกหลาน พร้อมส่งต่อเงินให้ครอบครัว
 
เช็กลิสต์ก่อนวางแผน ทบทวนประกันปีใหม่ต้องดูอะไรบ้าง ?

ทบทวนประกันปีใหม่ต้องดูอะไรบ้าง ?

การวางแผนประกันชีวิตต้นปี คือเครื่องมือที่ช่วยป้องกันสถานการณ์เมื่อรายได้หาย แต่ภาระยังคงอยู่ ซึ่งมักจะเกิดจากเหตุไม่คาดฝัน การกลับมาตรวจสอบเป้าหมายทุกต้นปีจะช่วยให้เห็นว่าความคุ้มครองที่มีอยู่นั้นมีช่องโหว่ว่างหรือไม่ เพราะประกันภัยที่เคยดีเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาจไม่พอสำหรับปีนี้ จึงมีสิ่งที่ต้องพิจารณา ดังนี้

สำรวจภาระหนี้สิน


ต้นปีควรสำรวจยอดหนี้คงเหลือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หรือหนี้ธุรกิจ ทุนประกันชีวิตที่มีอยู่ควรครอบคลุมยอดหนี้เหล่านี้ทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าในวันที่เราจากไป สินทรัพย์เหล่านี้จะกลายเป็นมรดกที่ปราศจากภาระ ไม่ใช่หนี้สินที่ทิ้งไว้ให้ครอบครัวต้องตามชดใช้

ความคุ้มครองยังทันต่อสถานการณ์


พิจารณาว่าวงเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องยังเพียงพอกับอัตราค่าบริการของโรงพยาบาลในปัจจุบันหรือไม่ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์เพิ่มขึ้นทุกปี หากวงเงินเดิมครอบคลุมไม่ถึง อาจทำให้ต้องจ่ายส่วนต่างเองซึ่งมักจะสูงเกินคาด

สัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อรายได้


โดยเมื่อรวมเบี้ยประกันทุกฉบับแล้ว ยอดรวมในการจ่ายค่าเบี้ยฯ ไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้รวมทั้งปี เพื่อให้แน่ใจว่าการทำประกันจะไม่ไปเบียดเบียนเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการลงทุนในส่วนอื่น

พิจารณาเงื่อนไขสำคัญ


ตรวจสอบเรื่อง “ระยะรอคอย” (Waiting Period) ของโรคที่มีความเสี่ยงและดูว่ากรมธรรม์สุขภาพได้มีการอัปเดตส่วนเงื่อนไขหรือไม่ เพื่อรักษาสิทธิ์ในการต่ออายุกรมธรรม์ระยะยาวโดยไม่ถูกยกเลิกสัญญาภายหลัง

อัปเดตผู้รับผลประโยชน์


เป็นเรื่องที่หลายคนละเลยที่สุด ควรตรวจสอบว่ารายชื่อผู้รับผลประโยชน์ยังถูกต้องตามเจตจำนงปัจจุบันหรือไม่ โดยเฉพาะหากในช่วงปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงสถานะ เช่น แต่งงาน หย่าร้าง หรือมีบุตรเพิ่ม เพื่อให้เงินสินไหมตกถึงมือคนที่ต้องการดูแลอย่างแท้จริง

สรุปแนวทางวางแผนประกันแบบมืออาชีพ ปิดความเสี่ยง สร้างความมั่นคงในระยะยาว !

ปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้องกับเป้าหมายล่าสุดของชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแผนประกันจากกรุงศรี ที่มีหลากตัวเลือกให้พอดีกับช่วงวัยและงบประมาณ ตอบโจทย์ความต้องการโดยเฉพาะ

เริ่มต้นด้วยการจากการทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ ควบคู่ไปกับสวัสดิการพื้นฐานที่มีอยู่ เช่น ประกันสังคม หรือประกันกลุ่ม ตามด้วยประกันชีวิตที่มีทุนประกันเพียงพอครอบคลุมภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายของคนข้างหลัง เมื่อป้องกันความเสี่ยงครบแล้ว จึงปิดท้ายด้วยการทำประกันโรคร้ายแรง เพื่อรับเงินก้อนไว้สู้กับค่ารักษาต่อเนื่อง หรือเลือกทำประกันสะสมทรัพย์และประกันบำนาญ เพื่อเป็นเครื่องมือในการออมเงินระยะยาวและใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ โดยการทบทวนกรมธรรม์และปรับแผนประกันทุกปี จะทำให้มั่นใจได้ว่าแผนประกันยังคงเป็นไปตามเป้าหมายการเงินที่ตั้งไว้ เพื่อให้ประกันที่ถืออยู่เป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าที่สุดในทุกช่วงเวลา โดยกรุงศรี พร้อมช่วยคุ้มครองทุกความเสี่ยงเพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นปีใหม่อย่างอุ่นใจและมั่นคง เช็กเบี้ยประกันและซื้อออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1572

ข้อมูลอ้างอิง :
  1. เทคนิคซื้อประกันให้เหมาะกับวัย ได้ทั้งความคุ้มครองและประหยัดภาษี. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 จาก https://www.set.or.th
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนทบทวนประกัน

A : ควรเริ่มจากการสำรวจความเสี่ยงและภาระทางการเงินของตัวเองในปัจจุบัน เช่น มีหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบหรือไม่ หรือมีใครที่ต้องดูแล จากนั้นจึงเลือกประเภทประกันที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงที่กังวลที่สุด เช่น ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองคนข้างหลัง หรือประกันสุขภาพเพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาล
A : หากต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แนะนำให้พิจารณาจาก “ความเสี่ยง” และ “งบประมาณ” เป็นหลัก หากงบจำกัดมากควรเริ่มที่ประกันอุบัติเหตุ เพราะเบี้ยประกันถูกและให้ความคุ้มครองทันที แต่หากต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมการเจ็บป่วย ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า การเลือกประกันสุขภาพจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
A : ควรพิจารณาวงเงินเดิมว่าเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากส่วนใหญ่ประกันกลุ่มมักมีวงเงินจำกัดสำหรับค่าห้องและค่ารักษาพยาบาล การซื้อประกันสุขภาพส่วนตัวเพิ่มจะช่วยอุดช่องว่างส่วนต่างที่สวัสดิการบริษัทจ่ายไม่ถึง อีกทั้งยังช่วยให้มีความคุ้มครองต่อเนื่องแม้ในวันที่เปลี่ยนงาน หรือเกษียณอายุ
A: หลักการคำนวณเบื้องต้นคือการนำ “รายจ่ายรวมของครอบครัวต่อปี + หนี้สินทั้งหมดที่มี” แล้วคูณด้วยจำนวนปีที่คาดว่าครอบครัวจะตั้งตัวได้ (เช่น 5-10 ปี) ตัวเลขนี้จะช่วยให้เห็นทุนประกันที่แท้จริงที่สามารถปกป้องคุณภาพชีวิตของคนข้างหลังได้อย่างยั่งยืน
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา