เพื่อคุ้มครองคุณและครอบครัว
วางแผนการเงินฉบับคนมีครอบครัว มีเรื่องอะไรที่ควรเตรียมบ้าง?

Posted On 22 ตุลาคม 2569
By Krungsri The COACH
เมื่อเริ่มมีครอบครัว เรื่องเงินก็ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตัวเราคนเดียวอีกต่อไป ทุกการตัดสินใจอาจส่งผลต่อคนที่เรารัก จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเริ่มคิดถึงอนาคตมากขึ้น และอยากเตรียมความพร้อมให้ครอบครัวมีความมั่นคงในระยะยาว
เพราะในแต่ละช่วงชีวิตของครอบครัว มักมีเรื่องเงินที่ต้องวางแผนควบคู่กันไปเสมอ ไม่ว่าจะเป็น
- ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายภายในบ้าน
- ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูก เช่น ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ หรือกิจกรรมเสริมทักษะต่างๆ
- การซื้อสินทรัพย์ชิ้นใหญ่ เช่น ‘บ้าน’ที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกคนในครอบครัว หรือ ‘รถยนต์’ สำหรับการเดินทางที่สะดวกขึ้น
- การเตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือช่วงเวลาที่รายได้สะดุด
- การวางแผนเกษียณ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว
ซึ่งหลายเรื่องนี้มักเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้การจัดการเรื่องเงินซับซ้อนกว่าเดิม บางครั้งเราอาจเทเงินที่มีไปกับเรื่องหนึ่ง จนลืมเตรียมพร้อมสำหรับอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน การวางแผนจึงช่วยให้มองเห็นภาพรวมของรายได้ รายจ่าย เงินออม และภาระทางการเงินทั้งหมดของครอบครัว ทำให้รู้ว่าเป้าหมายไหนควรเริ่มก่อน ต้องเตรียมเงินเท่าไร และจัดการอย่างไร เพื่อให้ครอบครัวเดินไปถึงเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ
เพราะการวางแผนการเงินที่ดี ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ "มีเงินมากขึ้น" แต่คือการสร้างความพร้อมให้ทุกคนในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้ และมีความมั่นคงในวันข้างหน้าไปพร้อมกัน
4 เรื่องสำคัญที่ควรเตรียม เมื่อคนมีครอบครัวต้องการวางแผนการเงิน
การวางแผนการเงินสำหรับครอบครัว ไม่ได้มีสูตรสำเร็จแบบเดียวสำหรับทุกบ้าน เพราะแต่ละครอบครัวมีรายได้ ภาระ และเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงเริ่มสร้างครอบครัว กำลังส่งลูกเข้าโรงเรียน หรือเตรียมวางแผนอนาคตระยะยาว เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ ได้แก่
1. วางเป้าหมายทางการเงินของครอบครัวให้ชัด
แต่ละบ้านมีเรื่องที่อยากเตรียมไม่เหมือนกันบาง บ้านกำลังเก็บเงินค่าเรียนให้ลูก บางบ้านวางแผนซื้อบ้านใหม่ หรือ เริ่มเตรียมเงินสำหรับวัยเกษียณ
จุดเริ่มต้นที่ดี คือการพูดคุยกันในครอบครัวว่ามีเป้าหมายอะไรบ้าง เรื่องไหนสำคัญที่สุด ต้องใช้เงินเท่าไรและต้องใช้เมื่อไร สรุปจำนวนเงินและกรอบเวลาให้ชัดเจน
เคล็ดลับ: ยิ่งตั้งเป้าหมายได้ชัดเท่าไร ก็ยิ่งวางแผนได้ง่ายขึ้น เช่น "ต้องการเตรียมเงิน 200,000 บาท ภายใน 5 ปีสำหรับค่าเล่าเรียนลูก" จะช่วยให้เห็นภาพว่าควรแบ่งเก็บเงินเดือนละเท่าไร ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะเก็บเงินไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้
2. รู้ว่าแต่ละเดือนเงินเข้าเท่าไร และจ่ายออกไปกับเรื่องอะไรบ้าง
ก่อนจะวางแผนเก็บเงิน ต้องรู้สถานะการเงินปัจจุบันของครอบครัวก่อน ลองสรุปว่าในแต่ละเดือน มีรายรับจากไหนบ้าง รวมเท่าไร และมีรายจ่ายอะไรบ้าง โดยแบ่งรายจ่ายออกเป็นหมวดง่าย ๆ เช่น
- ค่าใช้จ่ายจำเป็น: ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่พักอาศัย
- ค่าใช้จ่ายสำหรับลูก: ค่าเทอม อุปกรณ์การเรียน ของใช้ต่างๆ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและการพักผ่อน: ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ทานอาหารนอกบ้าน
- ภาระหนี้สิน: ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ยอดบัตรเครดิต
- เงินออมและการลงทุน
ไม่จำเป็นต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ซับซ้อน แค่รู้ว่าแต่ละเดือนเงินเข้าประมาณเท่าไร ใช้ไปกับเรื่องอะไร และมีเหลือเก็บเท่าไร ก็ช่วยให้วางแผนการเงินได้ตรงกับชีวิตจริงแล้ว
3. เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินให้พร้อม
ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าชีวิตจะมีเรื่องไม่คาดคิดอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลก้อนโต รายได้ลดลงหรือตกงาน หรือเหตุจำเป็นอื่นๆ ที่ต้องใช้เงินก้อน เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องสำคัญในการจัดการเรื่องเงินของครอบครัว โดยทั่วไป ควรเตรียมเงินสำรองไว้ประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน เช่น ครอบครัวมีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 50,000 บาท ควรเตรียมเงินเก็บสำรองไว้ประมาณ 150,000-300,000 บาท
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว เพราะขึ้นอยู่กับความมั่นคงของรายได้ ภาระหนี้ และจำนวนสมาชิกในครอบครัวด้วย ที่สำคัญ ควรเก็บเงินก้อนนี้ไว้ในรูปแบบที่สามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ เช่น ฝากในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
4. วางแผนรับมือความเสี่ยง เพื่อดูแลคนที่เรารัก
เมื่อมีครอบครัว สิ่งที่หลายคนกังวล คือ ถ้าวันหนึ่งเราไม่สามารถอยู่ดูแลคนที่รักได้เหมือนเดิม ครอบครัวจะเดินต่อได้อย่างไร
ลองถามตัวเองว่า
- ถ้าเราเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ไม่สามารถทำงานได้ ครอบครัวจะมีรายได้จากไหนแทน?
- ถ้าเราตกงานหรือรายได้ลดลง ครอบครัวมีเงินสำรองพอใช้จ่ายไปได้นานแค่ไหน?
- ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดกับตัวเรา ลูกยังจะได้เรียนตามแผนที่เราตั้งใจไว้หรือไม่? ภาระผ่อนบ้านหรือจ่ายหนี้อื่นๆ ใครจะรับผิดชอบแทนได้?
คำถามเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นว่า นอกจากการเก็บเงินแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมแผนรองรับเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ครอบครัวมีความพร้อมด้านการเงินที่รอบด้านมากขึ้น
นอกจากเงินสำรองแล้ว ครอบครัวควรเตรียมอะไรอีก?
เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินช่วยดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันกับกับคนที่เป็นเสาหลักของบ้าน ในระยะยาวครอบครัวจะทำอย่างไร ค่าผ่อนบ้าน ค่าเทอมลูก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังคงมีอยู่ นอกจากการเก็บเงินแล้ว การเตรียมพร้อมสำหรับครอบครัวยังรวมถึงการจัดการเรื่องความเสี่ยงแบบนี้ด้วย ซึ่ง ‘ประกันชีวิต’ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เหมาะที่สุด เพราะช่วยสร้างหลักประกันให้กับคนข้างหลัง หากเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เพื่อนำไปดูแลค่าใช้จ่ายและจัดการภาระการเงินต่าง ๆ ของครอบครัว
ก่อนเลือกประกัน ลองคิดถึงคนที่เราดูแลอยู่ในวันนี้ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างทั้งของวันนี้และที่รออยู๋ในวันข้างหน้า แล้วจึงเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์และพอดีกับกำลังจ่ายของเรา ก่อนเลือกประกัน ลองคิดถึงคนที่เราต้องดูแลในวันนี้ ว่ายังมีค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบอะไรบ้างที่รออยู่ข้างหน้า จากนั้นจึงเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับภาระเหล่านี้และกำลังจ่ายของเรา เพื่อให้อุ่นใจได้ว่าคนที่เรารักจะยังได้รับการดูแลต่อไปตามที่ตั้งใจไว้
เตรียมเงินก้อนไว้ให้คนที่รัก อีกหนึ่งเรื่องที่วางแผนได้ตั้งแต่วันนี้
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเตรียมเงินก้อนไว้ให้ลูกหรือคนในครอบครัว
ประกันมรดกเงินล้าน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยวางแผนส่งต่อเงินให้คนที่รัก เบี้ยเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต่อเดือน ก็สามารถเตรียมเงินก้อน 1 ล้านบาทไว้ให้ครอบครัวได้ เพราะเรื่องไม่คาดคิดไม่มีใครรู้ล่วงหน้า แต่เราเลือกเตรียมความพร้อมไว้ให้คนที่รักได้ตั้งแต่วันนี้
คำเตือน : "ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง"
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันชีวิต เป็นผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต และรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยเท่านั้น โดย บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จะเป็นผู้รับผิดชอบในเงื่อนไขความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
รับประกันโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
เริ่มวางแผนวันนี้ ไม่จำเป็นต้องพร้อมทุกอย่าง
การจัดการการเงินสำหรับครอบครัว ไม่ต้องทำทุกอย่างในคราวเดียว ค่อยๆ เริ่มทีละเรื่อง ตั้งเป้าหมาย เก็บเงินสำรอง จัดสรรเงินออม และเตรียมความคุ้มครอง ทุกก้าวเล็กๆ ที่เริ่มในวันนี้ ล้วนช่วยสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในวันข้างหน้าได้
เมื่อชีวิตเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีลูก วันที่รายได้มีปัญหา วันที่มีเป้าหมายเพิ่มขึ้น เรื่องแผนการเงินก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย สุดท้ายแล้ว การดูแลเรื่องเงินที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร แต่ควรเป็นแนวทางที่เหมาะกับชีวิตของครอบครัวเรา และช่วยให้คนที่เรารักใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจทั้งวันนี้และในอนาคต และไม่มีใครเตรียมทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ แต่การเริ่มต้นเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับคนที่เรารัก เพราะทุกความมั่นคงของครอบครัว เริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนล่วงหน้าเสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการวางแผนการเงิน คนมีครอบครัว
A: ทุกครั้งที่เงินเดือนออก ลองทำ 3 อย่างนี้
- แบ่งส่วนเงินเก็บไว้ทันที สำหรับเป้าหมายของครอบครัวและเงินสำรองฉุกเฉิน
- จ่ายเรื่องจำเป็นก่อน โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ค่าผ่อนบ้านหรือค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ-ไฟ ค่ากินอยู่ และค่าใช้จ่ายลูก
- ส่วนที่เหลือ ค่อยนำไปใช้จ่ายเรื่องอื่นๆ
วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าแต่ละเดือนมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายเรื่องที่ไม่จำเป็นเท่าไร ไม่เผลอใช้เงินที่ต้องเก็บไว้สำหรับเรื่องสำคัญของครอบครัว
A: เมื่อมีลูก ค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็เพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก
- ค่าใช้จ่ายเรื่องการเรียนของลูก ทั้ง ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่ากิจกรรม
- ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ป่วยต้องหาหมอ เข้าโรงพยาบาล
การเตรียมความพร้อมเรื่องเงิน มีความสำคัญมากขึ้น เงินสำรองฉุกเฉินมีความจำเป็นยิ่งขึ้นและต้องเก็บมากขึ้นด้วย ความคุ้มครองเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่น การมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เพื่อช่วยลดผลกระทบทางการเงิน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับผู้หารายได้หลัก
ประกันชีวิตที่เหมาะกับคนมีครอบครัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน ภาระที่ต้องดูแล และงบประมาณของแต่ละคน
- หากต้องการความคุ้มครองระยะยาวและความอุ่นใจในการดูแลคนข้างหลัง แนะนำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
- แต่ถ้าต้องการความคุ้มครองชีวิตยอดเงินสูงหน่อย และเบี้ยประกันไม่สูงมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีภาระสำคัญ เช่น ลูกยังเล็ก ผ่อนบ้านอยู่ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
ตัวอย่างเช่น “ประกันมรดกเงินล้าน” ที่ช่วยเตรียมมรดก 1 ล้านบาทไว้ให้ครอบครัว เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง’หลักร้อย’ต่อเดือน ช่วยให้สามารถเตรียมหลักประกันทางการเงินไว้ดูแลคนที่รักได้โดยไม่ยาก
สิ่งสำคัญ คือ ควรเลือกความคุ้มครองที่พอดีกับภาระการเงินของครอบครัวและกำลังจ่ายของตนเอง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมและสามารถจ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องได้
A: ควรเช็กแผนการเงินอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุกครั้งที่ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไป เช่น มีลูกเพิ่ม เปลี่ยนงาน รายได้เพิ่มหรือลด หรือเริ่มผ่อนบ้านใหม่ เพราะค่าใช้จ่ายและเป้าหมายของครอบครัวเปลี่ยนได้เสมอ แผนที่เคยพอดีในปีที่แล้ว อาจไม่พอดีกับชีวิตในวันนี้แล้ว