ลงทุนอสังหาฯ อย่างคุ้มค่า ด้วยการรีโนเวตบ้านเพื่อปล่อยเช่า

Posted On 14 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
การรีโนเวตบ้าน คือหนึ่งในกลยุทธ์ลงทุนอสังหาฯ ที่คุ้มค่า เพราะช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าทรัพย์สินและสร้างรายได้จากค่าเช่าในระยะยาว โดยเริ่มจากการประเมินประเภทอสังหาฯ ที่ถืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด เพื่อเลือกแนวทางรีโนเวตที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ นักลงทุนควรคำนวณ ROI อย่างรอบด้าน ทั้งต้นทุนรีโนเวต ระยะเวลาคืนทุน ราคาเช่าใหม่ รวมถึง Occupancy Rate ในพื้นที่ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ และหากต้องการรีโนเวตแต่ยังไม่มีเงินก้อน สินเชื่อบ้านแลกเงินถือเป็นอีกตัวช่วยทางการเงินที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพบ้านเก่าให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความพร้อมมากขึ้นก่อนปล่อยเช่า
สำหรับคนที่กำลังสนใจการลงทุนในอสังหาฯ หรือมองหาวิธีเพิ่มผลตอบแทนจากบ้านที่มีอยู่ การรีโนเวตบ้านถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทรัพย์สิน และช่วยให้เรามีโอกาสปล่อยเช่าได้เร็วกว่าที่คิด ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่บ้านใหม่ แต่หากรีโนเวตอย่างถูกจุด ก็สามารถเปลี่ยนบ้านเก่าให้กลายเป็นทรัพย์สินที่ทำเงินได้จริงในระยะยาว
และสำหรับใครที่ยังสงสัยว่าควร
ลงทุนกับอสังหาฯ อะไรดี ? และอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสำหรับการปล่อยเช่ามีอะไรบ้าง ต้องบอกว่า จริง ๆ แล้วบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือแม้แต่คอนโดเก่า ล้วนสามารถสร้างรายได้ประจำได้ทั้งสิ้น ถ้าอัปเกรดให้เหมาะกับความต้องการของผู้เช่าในยุคนี้
เพราะอะไร การรีโนเวตบ้านถึงตอบโจทย์การลงทุนในอสังหาฯ ?
ในยุคที่ตลาดเช่ามีการแข่งขันสูงมาก ผู้เช่าต้องการบ้านที่พร้อมอยู่ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการปรับรุง การลงทุนในอสังหาฯ ปล่อยเช่าจึงไม่ได้แข่งกันที่ทำเลเพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่คุณภาพบ้านด้วยเช่นกัน
บ้านที่มีสภาพเก่า สีซีด หรือระบบไฟฟ้า-ประปาเริ่มเสื่อมสภาพ มักถูกปัดตกจากลิสต์ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ดูสถานที่จริง ตรงกันข้าม บ้านที่ผ่านการรีโนเวตแม้เพียงบางส่วน กลับสามารถปล่อยเช่าได้ในเรตที่สูงขึ้นถึง 10-40% ตามกลุ่มเป้าหมายและทำเล
ดังนั้น การรีโนเวตจึงเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เพิ่มผลตอบแทนทั้งในรูปแบบค่าเช่าและมูลค่าทรัพย์สินในอนาคต
อสังหาริมทรัพย์ที่นิยมปล่อยเช่า มีอะไรบ้าง ?
ก่อนตัดสินใจเริ่มรีโนเวต ควรทำความเข้าใจประเภทของอสังหาฯ ที่คุณกำลังถืออยู่ และประเมินว่าวิธีรีโนเวตแบบใดคุ้มค่าที่สุด
บ้านเดี่ยว
เหมาะกับผู้เช่าระยะยาว การรีโนเวตควรเน้นพื้นที่ส่วนกลาง ความปลอดภัย ระบบไฟ-น้ำ และพื้นที่รอบบ้าน
ทาวน์โฮม
เป็นทรัพย์สินยอดนิยมของนักลงทุน ควรเน้นปรับปรุงความสว่าง การระบายอากาศ ห้องนั่งเล่น และห้องครัว
คอนโด
คอนโดมีจุดเด่นที่รีโนเวตง่าย ใช้งบน้อย เหมาะกับผู้เริ่มต้นลงทุนในอสังหาฯ ควรเน้นอัปเกรดห้องน้ำ ห้องครัว และจัดหาเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเพื่อเพิ่มมูลค่า
5 จุดรีโนเวตที่เพิ่มมูลค่าให้การลงทุนอสังหาฯ ปล่อยเช่าได้จริงโดยไม่ฟุ่มเฟือย
การรีโนเวตให้คุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องทำใหม่ทั้งหลัง เพียงเลือกอัปเกรดให้ถูกจุดก็เพียงพอแล้ว
พื้นและผนัง : จุดแรกที่สร้างความประทับใจ
ทาสีใหม่ให้เรียบร้อย โดยเลือกใช้สีโทนเรียบ เช่น ขาว ครีม เทา พร้อมเปลี่ยนพื้นให้เป็นลามิเนตหรือไวนิลแบบกันน้ำ ช่วยทำให้บ้านดูใหม่ขึ้นได้ทันที
ห้องน้ำ : จุดสำคัญที่ผู้เช่าใส่ใจ
การเปลี่ยนสุขภัณฑ์ใหม่ ซ่อมรอยรั่ว และเพิ่มเครื่องทำน้ำอุ่น ทำให้ผู้เช่ารู้สึกว่าบ้านได้รับการดูแลอย่างดี และอยากอยู่ต่อในระยะยาว
ห้องครัว : แค่ดูดีก็ดึงดูด
การปรับครัวให้ดูดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนมาก เพียงซ่อมแซมเคาน์เตอร์ครัวให้ดูดี ติดตั้งเตาไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือเปลี่ยนซิงก์ล้างจานให้ใช้งานได้สะดวก ก็ช่วยให้ผู้เช่ารู้สึกว่าบ้านพร้อมอยู่อาศัยทันที
ระบบน้ำ-ไฟ : ปรับปรุงใหม่ให้พร้อมใช้งาน
ควรปรับปรุงระบบน้ำ-ไฟให้ได้มาตรฐาน เช่น ตรวจเช็กสายไฟ เปลี่ยนเบรกเกอร์ ติดตั้งสวิตช์-ปลั๊กแบบมีระบบป้องกัน รวมถึงแก้ไขปัญหาท่อน้ำรั่วหรือแรงดันน้ำไม่คงที่ จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหากวนใจได้มาก
เฟอร์นิเจอร์ : เคล็ดลับเพิ่มมูลค่า
การจัดหาเตียง ตู้ โต๊ะ และผ้าม่านคุณภาพดี เป็นเคล็ดลับที่สามารถเพิ่มราคาเช่าได้ทันที เพราะผู้เช่าจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานหรือนักธุรกิจที่ใช้ชีวิตในเมือง มักมองหาบ้านที่สามารถเข้าอยู่ได้เลย พร้อมกระเป๋าใบเดียว
ขั้นตอนคำนวณผลตอบแทน ROI จากการรีโนเวต
ก่อนรีโนเวตบ้านเพื่อลงทุนปล่อยเช่า เจ้าของบ้านควรรู้จักคำว่า ROI (Return on Investment) ซึ่งหมายถึง อัตราผลตอบแทนจากเงินที่ลงทุนไป เพื่อประเมินว่าการรีโนเวตครั้งนี้ให้กำไรคุ้มค่าหรือใช้เวลาคืนทุนนานเพียงใด หาก ROI สูง แปลว่าการรีโนเวตช่วยเพิ่มรายได้ แต่หาก ROI ต่ำ อาจต้องทบทวนว่าจะรีโนเวตมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม โดยมีขั้นตอนการคำนวณ ROI ดังนี้
วิเคราะห์ต้นทุนการรีโนเวตอย่างละเอียด
เริ่มจากการรวมค่าแรง ค่าช่าง ค่าวัสดุ อุปกรณ์ การอัปเกรดระบบน้ำ-ไฟ รวมถึงสำรองงบสำหรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้รู้ต้นทุนทั้งหมดก่อนลงทุนจริง
ประเมินราคาเช่าใหม่หลังรีโนเวต
ก่อนตั้งราคา ควรสำรวจราคาเช่าของอสังหาฯ ประเภทเดียวกัน ในทำเลเดียวกัน และเปรียบเทียบกับสภาพบ้านหลังปรับปรุง เพื่อกำหนดค่าเช่าที่เหมาะสมและแข่งขันได้จริง และไม่สูงเกินไปจนหาผู้เช่ายาก
คำนวณระยะเวลาคืนทุน
ระยะเวลาคืนทุน หรือ Payback Period คือการวัดว่าต้องใช้เวลาเท่าไรในการดึงเงินรีโนเวตทั้งหมดกลับคืนมา ผ่านรายได้ค่าเช่าในแต่ละเดือน เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพื้นฐานที่ช่วยให้นักลงทุนรู้ทันทีว่าการรีโนเวตครั้งนี้คุ้มค่าหรือไม่
ตัวอย่างง่ายที่สุด คือสมมติว่าคุณใช้เงินรีโนเวต 200,000 บาท และหลังรีโนเวตสามารถเพิ่มค่าเช่าได้ 2,000 บาทต่อเดือน เท่ากับรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 24,000 บาท เมื่อหารด้วยต้นทุนทั้งหมด จะเห็นว่าคุณต้องใช้เวลาประมาณ 8-9 ปี ในการคืนทุน จุดนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญ เพราะถ้าระยะเวลาคืนทุนยาวเกินไป เช่น 12-15 ปี อาจสะท้อนว่าต้นทุนรีโนเวตสูงเกินความจำเป็น หรือทำเลนั้นไม่รองรับการขึ้นค่าเช่ามากนัก
ประเมินอัตรา Occupancy Rate ของพื้นที่
อัตรา Occupancy Rate คือ อัตราการมีผู้เช่าอยู่จริงตลอดทั้งปี และเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนอสังหาฯ ปล่อยเช่าต้องประเมินก่อนรีโนเวต เพราะแม้คุณจะปรับปรุงบ้านจนเพิ่มราคาเช่าได้ แต่ถ้าทำเลนั้นมีความต้องการเช่าต่ำ หรือหาผู้เช่ายาก รายได้จริงอาจไม่สอดคล้องกับตัวเลขที่คำนวณไว้
ตัวอย่างเช่น ทำเลที่มี Occupancy Rate 80-95% หมายความว่าบ้านอาจปล่อยเช่าได้ 9-11 เดือนต่อปี ซึ่งถือว่ารายได้ค่อนข้างเสถียร ต่างจากทำเลที่มี Occupancy Rate ต่ำกว่า 60-70% ที่อาจปล่อยเช่าได้เพียงไม่กี่เดือนต่อปี ส่งผลให้ ROI ต่ำลงทันที ต่อให้เพิ่มค่าเช่าได้มากหลังรีโนเวตก็ตาม
ซึ่งการวิเคราะห์ Occupancy Rate ยังช่วยให้เจ้าของบ้านวางแผนรีโนเวตได้เหมาะสมขึ้น เช่น หากเป็นย่านที่มีดีมานด์สูงใกล้รถไฟฟ้า มหาวิทยาลัย หรือสำนักงาน การลงทุนปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้ครบ หรืออัปเกรดระบบน้ำ-ไฟ อาจเป็นจุดที่สร้างความได้เปรียบและช่วยให้ปล่อยเช่าได้เร็วขึ้น ในทางกลับกัน หากเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้เช่าน้อย เจ้าของบ้านอาจต้องเน้นรีโนเวตเฉพาะงานที่จำเป็นจริง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสคืนทุนเร็วขึ้น
วิเคราะห์ทำเลเพื่อคาดการณ์ ROI ให้แม่นยำ
ทำเลคือปัจจัยที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าของการรีโนเวตอย่างมาก เพราะถึงแม้จะรีโนเวตบ้านให้น่าอยู่เพียงใด หากอยู่ในพื้นที่ที่ดีมานด์ต่ำ รายได้ปล่อยเช่าอาจไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นก่อนรีโนเวตควรวิเคราะห์ข้อมูลว่าทำเลนั้นมีความต้องการเช่าสูงเพียงใด
ทำเลที่มักให้ ROI ดี คือพื้นที่ที่ผู้เช่าต้องการอยู่จริง เช่น ใกล้รถไฟฟ้า มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ โรงพยาบาล หรือย่านสำนักงาน ทำเลเหล่านี้มีการหมุนเวียนของผู้เช่าสูง ทำให้อสังหาฯ ที่รีโนเวตใหม่มักปล่อยเช่าได้เร็วกว่า และมีโอกาสที่ผู้เช่าจะอยู่ต่อเนื่องยาวนาน เพราะเดินทางสะดวกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
อยากรีโนเวตแต่ไม่มีเงินก้อน ? ให้บ้านแลกเงินเป็นตัวช่วย
สำหรับใครที่เป็นเจ้าของบ้านหรืออสังหาฯ ที่สนใจการลงทุน แต่ขาดเงินก้อนสำหรับรีโนเวต การใช้บริการ “สินเชื่อ
บ้านแลกเงิน” จากธนาคารกรุงศรี เป็นทางเลือกที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพบ้านเก่าให้ทำเงินได้มากขึ้น โดยมาพร้อมกับจุดเด่นดังนี้
- สามารถใช้บ้านหรือคอนโดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
- ให้วงเงินกู้สูงสุด 85% ของราคาประเมิน หรือสูงสุด 10 ล้านบาท
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่ำสุด 3 ปีแรก 5.50% ต่อปี*
- ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
- นำเงินไปรีโนเวตได้ทันทีโดยไม่กระทบเงินเก็บ
- เหมาะกับนักลงทุนอสังหาฯ ที่ต้องการเงินหมุนเพื่อเตรียมทรัพย์ให้พร้อมปล่อยเช่าเร็วที่สุด
- สมัครสะดวก ผ่านช่องทางออนไลน์และสาขาทั่วประเทศ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว l อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 6.086% - 9.645% ต่อปี**
**สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 18 ส.ค. 68 = 6.870% ต่อปี ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ศึกษารายละเอียดบนเว็บไซต์ หรือกรอกข้อมูลสมัครสินเชื่อทางออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับได้เลย
ข้อมูลอ้างอิง
- 5 ประเภทลงทุนอสังหาฯ ที่นักลงทุนมือใหม่จำเป็นต้องรู้จัก. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.sansiri.com
- รีโนเวทบ้านให้เช่าอย่างไรให้คุ้มทุน ปี 2568. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 จาก https://futuredeveloperacademy.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการลงทุนและธุรกิจอสังหาฯ
A : อสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ และเคลื่อนย้ายไม่ได้ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า โกดัง โรงงาน หรือแม้แต่พื้นที่เชิงพาณิชย์ในห้างสรรพสินค้า ทรัพย์เหล่านี้สามารถสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า การขาย หรือการรีโนเวตเพิ่มมูลค่า จึงเป็นทรัพย์สินยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มลงทุนในอสังหา
A : โดยทั่วไป ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่
- การพัฒนาโครงการเพื่อขาย : เช่น บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม คอนโด
- การให้เช่า/ปล่อยเช่า : เช่น บ้านให้เช่า คอนโดให้เช่า โกดังให้เช่า
- ธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ : ให้บริการฝากขาย/ปล่อยเช่าและจัดหาผู้ซื้อผู้เช่า
- ธุรกิจบริหารทรัพย์สิน : ดูแลอาคาร คอนโด หมู่บ้าน และพื้นที่เชิงพาณิชย์
ทั้ง 4 ประเภทนี้มีบทบาทสำคัญในตลาด และผู้ลงทุนสามารถเลือกสไตล์ที่เหมาะกับเงินทุนและเป้าหมายของตนเองได้
A : บริษัทอสังหาริมทรัพย์ คือ บริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนา บริหาร จัดการ หรือให้บริการซื้อขาย-เช่าอสังหาฯ โดยอาจทำธุรกิจด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านพร้อมกัน เช่น พัฒนาโครงการบ้านและคอนโด บริการนายหน้า ควบคุมงานก่อสร้าง หรือบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ บริษัทอสังหาฯ หลายแห่งยังมีบริการด้านสินเชื่อ การประเมินราคา และงานบริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้ลูกค้าซื้อ-ขาย-ปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้นกับการลงทุนในอสังหาฯ