ตลาดผันผวนแรง ทำไมนักลงทุนยังมองทองเป็นสินทรัพย์แห่งโอกาส
รอบรู้เรื่องลงทุน

ตลาดผันผวนแรง ทำไมนักลงทุนยังมองทองเป็นสินทรัพย์แห่งโอกาส

icon-access-time Posted On 20 พฤษภาคม 2569
By Krungsri The COACH
Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates บริษัทบริหารเงินลงทุนระดับโลก ได้กล่าวในงาน Abu Dhabi Finance Week 2025 ว่า “ทองคำเปรียบเสมือนโล่ป้องกันความเสี่ยง” ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน และคาดเดายาก

จึงไม่แปลกที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ในตอนนี้ลงทุนทองคำดีไหม และควรลงทุนเท่าไรให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง บทความนี้ Krungsri The COACH จะพาไปหาคำตอบ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมในสไตล์ของคุณ

เปิด 5 เหตุผล ทำไมยังต้องมีทองคำในพอร์ต

หุ้นทองคำ

ก่อนจะไปจัดพอร์ต ลองมาดูเหตุผลสำคัญกันก่อนว่าทำไมการลงทุนทองคำ หรือแม้แต่การแบ่งเงินไปซื้อหุ้นทองคำ ถึงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกแนะนำ
  1. ลดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ : เพราะราคาทองมักพุ่งขึ้นสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง ช่วยรักษามูลค่าเงินได้อย่างดี
  2. เป็นหลุมหลบภัยยามเงินฝืด : เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว คนมักถือเงินสด และหันไปลงทุนในทองซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
  3. กระจายความเสี่ยงให้พอร์ต : ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้น ช่วยสร้างสมดุลเวลาที่ตลาดหุ้นผันผวนหนัก
  4. รับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ : ในยามเกิดวิกฤตหรือสงคราม ทองคำคือสินทรัพย์ที่คนทั่วโลกต้องการถือครอง
  5. อุปทานจำกัดแต่ความต้องการพุ่งสูง : ปริมาณทองคำที่ขุดพบมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

วางแผนลงทุนให้บาลานซ์ ควรมีทองในพอร์ตกี่เปอร์เซ็นต์ ?

ลงทุนทองคำในพอร์ตดีไหม

หัวใจสำคัญของการลงทุนทองคือ “การจัดสัดส่วนพอร์ต” ให้เหมาะกับความเสี่ยงที่คุณรับได้ เพื่อสร้างสมดุลและการเติบโตในระยะยาว

สายเซฟ เสี่ยงต่ำ : ถือทองน้อย เน้นคล่องตัว

 
ลงทุนทองคำ มือใหม่

เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลงทุนทองคำ โดยเน้นความปลอดภัยของเงินต้นเป็นหลัก และต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินเฟ้อได้เล็กน้อย
 
สินทรัพย์ สัดส่วนที่แนะนำ
หุ้น 15%
ตราสารหนี้ 40%
ทองคำ 5%
เงินฝาก 40%
สัดส่วนนี้จะเน้นไปที่สินทรัพย์สภาพคล่องสูง และเสี่ยงต่ำอย่างเงินฝากและตราสารหนี้ การมีทองคำติดพอร์ตไว้เพียง 5% ก็เพียงพอสำหรับการใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ โดยไม่ทำให้พอร์ตโดยรวมผันผวนจนเกินไป

สายบาลานซ์ เสี่ยงกลาง : มีทองช่วยลดผันผวน

 
สัดส่วนลงทุนทองคำ

เหมาะกับคนที่อยากให้เงินเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังมี “ทองคำ” เป็นตัวช่วยลดแรงกระแทกของพอร์ต เมื่อเจอตลาดผันผวน
 
สินทรัพย์ สัดส่วนที่แนะนำ
หุ้น 33%
ตราสารหนี้ 30%
ทองคำ 7%
เงินฝาก 30%
การมีทองคำ 7% จะทำหน้าที่เป็น “เบาะกันกระแทก” ชั้นดี เพราะเราขยับไปลงทุนในหุ้นมากขึ้น (33%) ซึ่งมีความผันผวนสูง หากช่วงไหนตลาดหุ้นเกิดราคาร่วงกะทันหัน ทองคำจะเข้ามาช่วยพยุงพอร์ตเอาไว้ ทำให้มูลค่าเงินลงทุนโดยรวมไม่ติดลบหนักจนเกินไป และสามารถถือรอรับการเติบโตในระยะยาวได้

สายลุย เสี่ยงสูง : ถือทองมากขึ้น เน้นโตแรง

 
ลงทุนกับทอง

มุ่งเน้นการเติบโตของเงินทุนขั้นสุด และสามารถทนทานต่อความผันผวนของตลาดได้ดี
 
สินทรัพย์ สัดส่วนที่แนะนำ
หุ้น 60%
ตราสารหนี้ 20%
ทองคำ 10%
เงินฝาก 10%
แม้จะเน้นทำกำไรจากการลงทุนในหุ้นถึง 60% แต่การมีทองคำในสัดส่วน 10% ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะทองคำจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นดี หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงแรง พอร์ตของคุณก็จะไม่เจ็บหนักจนเกินไป

Krungsri The COACH แนะนำ : กองทุนเปิดกรุงศรีโกลด์เฮดจ์ (KF-HGOLD)

หากคุณตัดสินใจได้แล้วว่าอยากมีทองคำติดพอร์ต แต่ยังลังเลว่าจะเลือกกองทุนทองคำตัวไหนดีที่ตอบโจทย์ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่ปลอดภัยไว้เก็บทองแท่ง Krungsri The COACH ขอแนะนำ “กองทุนเปิดกรุงศรีโกลด์เฮดจ์ (KF-HGOLD)” ที่จะทำให้การลงทุนของคุณง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จุดเด่นที่น่าสนใจของ KF-HGOLD

 
หัวข้อ รายละเอียดกองทุน KF-HGOLD
นโยบายการลงทุน ลงทุนผ่าน SPDR Gold Trust (กองทุนหลัก) กองทุน ETF ทองคำระดับโลกที่เน้นลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
เป้าหมายผลตอบแทน มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำในตลาดโลกมากที่สุด (หลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย)
ระดับความเสี่ยง 8 (เสี่ยงสูง)
สัดส่วนการลงทุน (% NAV)
ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
  • SPDR Gold Trust (กองทุนหลัก) : 98.91%
  • เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก : 1.54%
  • ทรัพย์สินอื่น : 0.39%
  • หนี้สินอื่น : -0.84%
การเลือกกองทุนควรพิจารณาจากระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เป้าหมายการลงทุน และระยะเวลาการลงทุนของแต่ละบุคคล

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | KF-HGOLD กองทุนนี้ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยบริษัทจัดการจะคำนวณมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนด้วยราคาปิดของ SPDR Gold Trust ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งราคาปิด ณ ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ อาจจะมีราคาที่แตกต่างจากราคาปิดของทองคำ (Gold Commodities) หรือราคาปิดของ SPDR Gold Trust ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจจะได้ราคาหน่วยลงทุนที่แตกต่างจากราคาทองคำ หรือราคาของ SPDR Gold Trust ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ได้ ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | การลงทุนของกองทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายการลงทุน ภาวะตลาด และดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

หมายเหตุ : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.กรุงศรี เท่านั้น

สรุป การลงทุนทองคำคือคำตอบของการกระจายความเสี่ยง

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ลงทุนทองคำดีไหม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเทเงินทั้งหมดไปกับการซื้อทอง แต่คือการรู้จักวางแผนเพื่อสร้างสมดุลให้พอร์ต
  • ทองคำช่วยลดแรงกระแทกของพอร์ต : เมื่อตลาดผันผวนหรือเศรษฐกิจไม่แน่นอน
  • ควรมีทองคำในพอร์ตประมาณ 5% - 10% : เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงให้สมดุล
  • ลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำ : เป็นทางเลือกที่สะดวก ไม่ต้องเก็บทองเอง และเริ่มลงทุนได้ง่าย

เพียงเข้าใจหลักการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเหมาะสม พอร์ตการลงทุนของคุณก็จะแข็งแกร่ง พร้อมทนทานต่อทุกสภาวะเศรษฐกิจได้อย่างมั่นใจ

สอบถามข้อมูลและขอคําแนะนํากับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ที่สาขาธนาคาร หรือ โทร 02-296-5959

อ้างอิง
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา