กองทุนทองคำ สินทรัพย์ที่น่าจับตาในยุคสงครามเงินเฟ้อ
รอบรู้เรื่องลงทุน

กองทุนทองคำ สินทรัพย์ที่น่าจับตาในยุคสงครามเงินเฟ้อ

icon-access-time Posted On 28 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน และสถานการณ์โลกยังต้องเฝ้าระวัง “ทองคำ” จึงมักถูกพูดถึงในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยพักใจนักลงทุน เปรียบเหมือน หลุมหลบภัยทางการเงิน ที่ช่วยรักษามูลค่าและลดแรงกระแทกของพอร์ตได้ เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะผันผวนเพียงใด ทองคำก็ยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงได้เสมอ

บทความนี้ Krungsri The COACH จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า ทำไมทองคำถึงเป็นสินทรัพย์ที่หลายพอร์ตเลือกมีติดไว้ พร้อมแนะนำทางเลือกการลงทุนผ่าน “กองทุนทองคำ” วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของทองคำได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา เพื่อให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจ และสบายใจมากขึ้นในทุกสภาวะตลาด

“ทองคำ” มีดีอะไร ทำไมถึงครองใจนักลงทุนทั่วโลก

ลงทุนกองทุนทองคำ

หากย้อนดูสถิติย้อนหลังจะเห็นได้ชัดเจนว่า แนวโน้มราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทองคำไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากตลาดผันผวนเท่านั้น แต่ยังเป็นสินทรัพย์ศักยภาพสูงที่สามารถสร้างผลตอบแทนและการเติบโตให้กับเงินลงทุนได้จริง

นอกจากนี้ ทองคำยังมีสภาพคล่องสูง ซื้อขายง่าย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนนิยมใช้กระจายความเสี่ยงในพอร์ต แต่ก่อนที่จะกระโจนเข้าสู่สนามการลงทุน สิ่งสำคัญคือต้องรู้เท่าทันปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ เพื่อให้จับจังหวะการลงทุนได้อย่างแม่นยำ

5 ปัจจัยที่มีผลต่อการขึ้น-ลงของราคาทองคำ

ราคาทองคำไม่ได้ขึ้นลงตามอำเภอใจ แต่มีกลไกทางเศรษฐกิจและจิตวิทยาตลาดคอยขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง โดยหลัก ๆ มี 5 ปัจจัยสำคัญดังนี้
 
ปัจจัย (Factors) ผลกระทบต่อราคาทองคำ
1. ความต้องการซื้อ (Demand) เป็นไปตามกลไกตลาด หากความต้องการทองคำจากภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น ราคาก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
2. อัตราเงินเฟ้อ (Inflation) มักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ยิ่งเงินเฟ้อสูง ทองคำยิ่งเป็นที่ต้องการเพื่อรักษามูลค่าของเงิน ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น
3. อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) มักสวนทางกัน หากดอกเบี้ยต่ำ ทองคำจะน่าสนใจเพราะให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่หากดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนอาจเทขายทองไปหาผลตอบแทนจากดอกเบี้ยแทน ทำให้ราคาทองลดลง
4. วิกฤตการณ์โลก (Crisis) ในยามสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ ทองคำคือหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด ความต้องการจะพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาดีดตัวขึ้นแรง
5. ค่าเงินดอลลาร์ (USD) ทองคำซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำมักจะปรับตัวสูงขึ้น (Inverse Relationship)

กองทุนทองคำคืออะไร ?

กองทุนทองคำ (Gold Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินของผู้ลงทุนไปลงทุนในทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งโดยตรง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำ หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทองคำในต่างประเทศ (Master Fund) โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ซึ่งผลตอบแทนจะอ้างอิงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ทำให้ผู้ลงทุนเปรียบเสมือนเป็นเจ้าของทองคำโดยไม่ต้องซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้เอง

ทำไมกองทุนทองคำถึงเป็นทางเลือกน่าสนใจ ?

การลงทุนด้วยการซื้อทองคำแท่งมาเก็บรักษาเองนั้น อาจสร้างความยุ่งยากใจให้ใครหลายคน ทั้งเรื่องเงินลงทุนก้อนใหญ่ ความกังวลเรื่องการสูญหาย การโจรกรรม หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายจุกจิกอย่างค่าเช่าตู้เซฟ อีกทั้งเวลาจะขายทำกำไรทีก็อาจไม่คล่องตัว โดยเฉพาะช่วงที่ราคาผันผวนหนัก ๆ การลงทุนผ่าน “กองทุนรวมทองคำ” จึงเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่ามาก

จุดเด่นของการลงทุนใน “กองทุนทองคำ”

ปัจจัยที่มีผลต่อการขึ้น-ลงของราคาทองคำ

หมดปัญหาเรื่องการเก็บรักษาและความยุ่งยากในการซื้อขาย มาดู 5 เหตุผลที่ทำให้กองทุนทองคำคือคำตอบที่ใช่ สำหรับคนที่อยากเริ่มลงทุนในทองคำกัน
  1. ลงทุนง่าย ไม่ยุ่งยาก : การลงทุนในทองคำผ่านกองทุนรวมทองคำไม่จำเป็นต้องเดินทางไปร้านทอง สามารถซื้อขายได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่ให้บริการ
  2. เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินน้อย : ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท
  3. ไม่ต้องกังวลเรื่องการลงทุน : โดยผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้ดูแลให้ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายหรือถูกโจรกรรม
  4. มีผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการ : มีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญคอยติดตามภาวะตลาดและบริหารจัดการกองทุน
  5. สภาพคล่องสูงกว่าทองคำแท่งหรือทองคำรูปพรรณ : สามารถซื้อ และสามารถขายคืนตามเวลาทำการของกองทุนได้สะดวกและง่าย
ด้วยเหตุผล 5 ข้อนี้ “กองทุนทองคำ” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ต้องการรับความเสี่ยงในการเก็บรักษาทองคำเอง

เปรียบเทียบการลงทุนทองคำในกองทุนกับช่องทางอื่น

ลงทุนทองคำ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการลงทุนทองแบบไหนที่ “ใช่” สำหรับคุณ ลองมาดูตารางเปรียบเทียบจุดเด่น และข้อควรระวังของการลงทุนทองคำแต่ละประเภทกัน
 
ประเภทการลงทุน จุดเด่น (Pros) ข้อควรระวัง (Cons) เหมาะกับใคร
ทองคำแท่ง เป็นเจ้าของทองคำจริง สัมผัสได้, ขายคืนร้านทองได้ทันที เสี่ยงต่อการสูญหาย/ถูกขโมย, มีค่ากำเหน็จ/ค่าบล็อก, ใช้เงินลงทุนสูง ผู้ที่ต้องการเก็บสะสมทรัพย์สินระยะยาว มีที่เก็บปลอดภัย
กองทุนรวมทองคำ ใช้เงินน้อย, มีมืออาชีพดูแล, ซื้อขายง่ายผ่านแอปฯ มีค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ, ไม่ได้จับต้องทองคำจริง มือใหม่, ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง
หุ้นทองคำ มีโอกาสได้รับปันผล, ราคาอาจพุ่งแรงตามผลประกอบการ ราคาผันผวนตามตลาดหุ้น, ไม่ได้อิงราคาทองคำ 100% ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง, ชอบวิเคราะห์ธุรกิจ
Gold ETF สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้แบบ Real-time เหมือนหุ้น ต้องเปิดบัญชีหุ้น, มีค่าคอมมิชชันในการเทรด นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น-กลาง

5 วิธีการลงทุนในกองทุนทองคำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น

แม้ทองคำจะดูเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การลงทุนในกองทุนทองคำก็ยังมีความเสี่ยงสูง (ระดับ 8) ดังนั้น การมีกลยุทธ์ที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยงได้

1. กำหนดเป้าหมายการลงทุน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้


ก่อนเริ่มลงทุน ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าลงทุนเพื่ออะไร เพราะเป้าหมายที่ต่างกันย่อมใช้วิธีการที่ต่างกัน
 

เพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น (ลงทุนน้อยกว่า 1 ปี)


ควรคำนึงถึงความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาทองคำในระยะสั้นที่มีโอกาสปรับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ควรพิจารณาสภาวะตลาดทองคำในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต รวมถึงการดูสัญญาณเศรษฐกิจโลก และการเมืองที่อาจส่งผลต่อราคาทองคำ เช่น อัตราเงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย หรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หากราคาทองคำอยู่ในช่วงขาขึ้น อาจเป็นเวลาที่ดีในการเข้าลงทุน
 

เพื่อลงทุนในระยะยาว (ลงทุนมากกว่า 5 ปี)


สร้างผลตอบแทนในระยะยาว และการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน จะต้องแบ่งสัดส่วนการลงทุนในทองคำให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตนรับได้ หรือไม่เกิน 15% ของสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน เพราะราคาทองคำมีความผันผวนสูง อาจมีการปรับตัวขึ้นลงอยู่เสมอซึ่งส่งผลต่อพอร์ตลงทุนได้

2. ผลดำเนินการย้อนหลังในอดีต


ดูประวัติผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อดูว่ากองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในภาวะตลาดต่าง ๆ หรือไม่ หรือเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) เพื่อดูว่ากองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานได้หรือไม่

3. ตรวจสอบนโยบายการลงทุน


อ่านหนังสือชี้ชวนให้ละเอียดว่ากองทุนนั้นเอาเงินไปลงที่ไหน ลงในทองคำแท่งโดยตรง หรือลงในกองทุนต่างประเทศ (Master Fund) และมีกลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก (Active) หรือเชิงรับ (Passive)

4. นโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


หากต้องการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินที่เปลี่ยนแปลง แนะนำลงทุนในกองทุนทองคำที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedged) แต่หากรับความเสี่ยงจากค่าเงินเปลี่ยนแปลงได้ สามารถเลือกลงทุนกองทุนทองคำที่ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged) ซึ่งผู้ลงทุนก็มีโอกาสกำไรหรือขาดทุนจากค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงได้

5. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย


ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการซื้อขาย รวมถึงค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนเป็นอย่างไร จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน เพราะค่าธรรมเนียมทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

Krungsri The COACH แนะนำ : กองทุนทองคำตัวท็อป ลงทุนง่าย เริ่มต้นแค่ 500 บาท

สำหรับนักลงทุนที่มองหากองทุนรวมทองคำ แต่ยังไม่มีกองทุนที่ถูกใจ วันนี้ Krungsri The COACH ก็ขอแนะนำกองทุนรวมทองคำที่น่าสนใจ 2 กองทุน คือ
  • กองทุนกรุงศรีโกลด์ (KF-GOLD) ไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • กองทุนกรุงศรีโกลด์เฮดจ์ (KF-HGOLD) ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้ง 2 กองทุนนี้มีนโยบายลงทุนที่เหมือนกันคือ ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ ที่มีชื่อว่า SPDR Gold Trust ซึ่งมีนโยบายที่มุ่งเน้นลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ 8 ลงทุนโดยใช้เงินทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท

ข้อควรระวังในการลงทุนกองทุนทองคำ

วิธีเลือกกองทุนทองคำ

เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ การลงทุนกองทุนทองคำก็เช่นกัน มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง ดังนี้
  • ความผันผวนของราคาทองคำ : ราคาอาจมีการขึ้นลงอย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาดโลก เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง การเปลี่ยนแปลงของราคาอาจส่งผลให้มูลค่าการลงทุนลดลง
  • สภาพคล่อง : แม้กองทุนทองคำจะมีสภาพคล่องสูงกว่าทองคำแท่ง แต่ในบางช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง อาจทำให้การขายคืนหน่วยลงทุนเป็นไปได้ยากหรือต้องขายในราคาที่ต่ำกว่าที่ต้องการ
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน : สำหรับกองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจทำให้ผลตอบแทนลดลง แม้ราคาทองโลกจะปรับตัวขึ้นก็ตาม ส่วนกองทุนที่ป้องกันความเสี่ยง (Hedged) ก็อาจมีต้นทุนค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • ความเสี่ยงอื่น ๆ : กองทุนทองคำอาจมีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความเสี่ยงด้านภาษี และความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารอ้างอิง ซึ่งนักลงทุนต้องทำการศึกษาข้อมูลความเสี่ยงเหล่านี้ ก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนทองคำ

การลงทุนใน “กองทุนทองคำ” ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการกระจายความเสี่ยงและสร้างเกราะป้องกันให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หากคุณเข้าใจกลไก เลือกกองทุนที่เหมาะสม และมีการจัดสรรเงินลงทุนที่ดี ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • KF-GOLD ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • KF-GOLD, KF-HGOLD ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน

อ้างอิง :
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา