กองทุนทองคำคืออะไร พร้อมทริกลงทุนให้ชนะเกมระยะยาว
รอบรู้เรื่องลงทุน

กองทุนทองคำคืออะไร พร้อมทริกลงทุนให้ชนะเกมระยะยาว

icon-access-time Posted On 22 กันยายน 2569
By Krungsri The COACH
อยากลงทุนในทองคำ แต่ไม่อยากใช้เงินก้อนใหญ่ในการเริ่มต้นใช่ไหม?

ถ้าคำตอบคือ “ใช่” การลงทุนในกองทุนทองคำอาจเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะแค่มีเงินหลักร้อย ก็เริ่มต้นเป็นเจ้าของทองคำผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที ไม่ต้องปวดหัวเรื่องการหาที่เก็บทองแท่ง และไม่ต้องกังวลเรื่องโดนขโมย Krungsri The COACH จะพาไปไขข้อสงสัยว่า กองทุนทองคำคืออะไร มีกี่แบบ พร้อมแนะนำเทคนิคการลงทุนที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้พอร์ตของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง

ทำความรู้จัก กองทุนทองคำคืออะไร ?

กองทุนทองคำ

กองทุนทองคำ (Gold Fund) คือกองทุนรวมที่นำเงินของผู้ลงทุนไปลงทุนในทองคำ โดยอาจลงทุนผ่านการซื้อทองคำแท่งโดยตรง ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนทองคำในต่างประเทศ (Master Fund) ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเป็นผู้ดูแลการลงทุนทั้งหมด

ผลตอบแทนของกองทุนจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาทองคำในตลาดโลก ทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับการถือครองทองคำจริง แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาหรือพกพาทองคำแท่งเอง

เช็กก่อน กองทุนรวมทองคำมีกี่แบบ ?

ก่อนเลือกลงทุนในกองทุน มาทำความเข้าใจก่อนว่ากองทุนรวมทองคำแบ่งออกเป็นแบบไหนบ้าง เพื่อให้เลือกได้ตรงกับเป้าหมาย และสไตล์การลงทุนมากที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 2 หมวดหลัก ดังนี้

1. แบ่งตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล

 
  • ชนิดสะสมมูลค่า (Accumulation) : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาว กองทุนจะไม่นำกำไรมาจ่ายเป็นเงินสด แต่จะนำกำไรกลับไปลงทุนต่อ ทำให้เงินมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • ชนิดจ่ายเงินปันผล (Dividend) : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรับเงินระหว่างการลงทุน กองทุนจะนำกำไรส่วนหนึ่งมาจ่ายเป็นเงินปันผลตามรอบที่กำหนด โดยจำนวนและความถี่ในการจ่ายขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน และนโยบายของกองทุน

2. แบ่งตามนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 
  • ชนิดป้องกันความเสี่ยง (Fully Hedged) : กองทุนจะบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ไว้ ทำให้ผลตอบแทนที่ได้สะท้อนตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกเป็นหลัก
  • ชนิดไม่ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) : กองทุนปล่อยให้ค่าเงินผันผวนตามธรรมชาติ หากเงินบาทอ่อนค่า เราจะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเงินบาทแข็งค่า ก็อาจกดดันให้ผลตอบแทนลดลงได้เช่นกัน

Krungsri Tips : ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามราคาทองคำในตลาดโลกเป็นหลัก การเลือกกองทุนแบบป้องกันความเสี่ยงอาจเหมาะกว่า แต่ถ้าคิดว่า เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า การเลือกแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงก็อาจช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้อีกทาง

กองทุนทองคำ มีดีมากกว่าที่คิด เปิดจุดเด่นที่ต้องรู้

ลงทุนทองแบบไหนดี

ถ้ายังลังเลว่าทำไมต้องลงทุนผ่านกองทุน นี่คือ 5 เหตุผลสำคัญที่ทำให้กองทุนทองคำได้รับความนิยมอย่างมาก
  1. ลงทุนง่าย ไม่ยุ่งยาก : ไม่ต้องเดินทางไปร้านทอง สามารถเลือกลงทุน โดยซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ทันที
  2. เริ่มต้นด้วยเงินหลักร้อย : ไม่ต้องรอสะสมเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อทองแท่ง มีเงินเพียงเล็กน้อยก็เริ่มปั้นพอร์ตได้
  3. สบายใจ เรื่องการเก็บรักษา : ไม่ต้องกังวลเรื่องทองหาย ตู้เซฟโดนยก หรือกลัวโดนโจรกรรม
  4. มีผู้เชี่ยวชาญดูแล : มีผู้จัดการกองทุนคอยติดตามสภาวะตลาด และบริหารจัดการเงินให้ตามนโยบายการลงทุนของกองทุนอย่างใกล้ชิด
  5. สภาพคล่องสูงกว่าทองคำแท่งหรือทองคำรูปพรรณ : สามารถซื้อ และสามารถขายคืนตามเวลาทำการของกองทุนได้สะดวก และง่าย

เปรียบเทียบการลงทุนทองคำ 3 รูปแบบ แบบไหนตอบโจทย์ที่สุด

เปรียบเทียบการลงทุนทองคำ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการลงทุนทองแบบไหนที่ “ใช่” สำหรับคุณ ลองมาดูตารางเปรียบเทียบจุดเด่น และข้อควรระวังของการลงทุนทองคำแต่ละประเภทกัน
 
ประเภทการลงทุน จุดเด่น ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร
ทองคำแท่ง เป็นเจ้าของทองคำจริง สัมผัสได้, ขายคืนร้านทองได้ทันที เสี่ยงต่อการสูญหาย/ถูกขโมย, มีค่ากำเหน็จ/ค่าบล็อก, ใช้เงินลงทุนสูง ผู้ที่ต้องการเก็บสะสมทรัพย์สินระยะยาว มีที่เก็บปลอดภัย
กองทุนรวมทองคำ เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูง, มีมืออาชีพดูแล, ซื้อขายง่ายผ่านแอปฯ มีค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ, ไม่ได้จับต้องทองคำจริง มือใหม่, ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง
Gold ETF สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้แบบ Real-time เหมือนหุ้น ต้องเปิดบัญชีหุ้น, มีค่าคอมมิชชันในการเทรด นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น-กลาง

5 เทคนิคลงทุนกองทุนทองคำ เพิ่มโอกาสเติบโตในระยะยาว

ลงทุนกองทุนทองคำ

แม้ทองคำจะดูเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การลงทุนในกองทุนทองคำก็ยังมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น การมีกลยุทธ์ที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยงได้

1. กำหนดเป้าหมายการลงทุน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 
  • สำหรับผู้ที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น (น้อยกว่า 1 ปี) : ต้องคอยติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิด รวมถึงอ่านสัญญาณเศรษฐกิจโลก อัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภาวะการเมืองโลก หากราคาทองคำอยู่ในช่วงขาขึ้นค่อยหาจังหวะเข้าลงทุน
  • เน้นลงทุนระยะยาว (มากกว่า 5 ปี) : เน้นการกระจายความเสี่ยง ควรแบ่งสัดส่วนการลงทุนในทองคำให้อยู่ที่ประมาณ 5% - 15% ของพอร์ตรวม ไม่ควรอัดเงินทั้งหมดไว้ที่ทองคำอย่างเดียว

2. ผลดำเนินการย้อนหลังในอดีต


ลองดูประวัติผลตอบแทนของกองทุนในอดีตว่าทำได้ดีแค่ไหนในช่วงที่ตลาดผันผวน และลองเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) เพื่อดูว่าผู้จัดการกองทุนทำผลงานได้ดีกว่าเกณฑ์หรือไม่

3. ตรวจสอบนโยบายการลงทุน


อ่านหนังสือชี้ชวนให้ละเอียดว่ากองทุนนั้นเอาเงินไปลงที่ไหน ลงในทองคำแท่งโดยตรง หรือลงในกองทุนต่างประเทศ (Master Fund) และมีกลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก (Active) หรือเชิงรับ (Passive)

4. นโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


หากไม่อยากลุ้นเรื่องเงินบาท ให้เลือกกองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedged) แต่หากยอมรับความผันผวนของค่าเงินได้ หรือมองว่าเงินบาทจะอ่อนค่า การเลือกแบบไม่ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) ก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

5. ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่าย


ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการซื้อขาย รวมถึงค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนเป็นอย่างไร จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน เพราะค่าธรรมเนียมทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

Krungsri The COACH แนะนำ : กองทุนทองคำตัวท็อป ลงทุนง่าย เริ่มต้นแค่ 500 บาท

สำหรับใครที่มองหากองทุนทองคำคุณภาพดี แต่ยังไม่รู้จะเลือกกองไหน Krungsri The COACH ขอแนะนำ 2 กองทุนที่น่าสนใจดังนี้
  • กองทุนกรุงศรีโกลด์ (KF-GOLD) ไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • กองทุนกรุงศรีโกลด์เฮดจ์ (KF-HGOLD) ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้ง 2 กองทุนนี้มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนระดับโลกอย่าง SPDR Gold Trust ซึ่งมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งมากที่สุด จัดอยู่ในความเสี่ยงระดับ 8 และที่สำคัญคือเริ่มต้นลงทุนได้ง่าย ๆ ด้วยเงินเพียง 500 บาทเท่านั้น

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • KF-GOLD ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • KF-GOLD, KF-HGOLD ความเสี่ยงระดับ 8 ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน

หมายเหตุ : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.กรุงศรี เท่านั้น สอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ที่สาขาธนาคาร หรือ โทร 0 2296 5959

สรุป 3 เรื่องต้องเช็ก ก่อนเลือกซื้อกองทุนทองคำเข้าพอร์ต

ซื้อกองทุนทองคำ

การลงทุนในกองทุนทองคำเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลให้กับพอร์ตลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน แต่ก่อนลงทุน ควรรู้ 3 เรื่องสำคัญต่อไปนี้
  • ระวังความผันผวนของราคาทองคำ : ราคาทองคำอาจปรับขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วตามสถานการณ์เศรษฐกิจและข่าวสารทั่วโลก ทำให้มูลค่าเงินลงทุนเปลี่ยนแปลงได้ในระยะสั้น
  • เข้าใจความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน : หากลงทุนในกองทุนแบบไม่ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) เมื่อเงินบาทแข็งค่า ผลตอบแทนอาจลดลง แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
  • วางแผนก่อนขายคืนหน่วยลงทุน : แม้กองทุนทองคำจะซื้อขายได้สะดวก แต่การรับเงินจากการขายคืนอาจใช้เวลาหลายวัน จึงควรวางแผนการใช้เงินล่วงหน้า

เพียงเข้าใจลักษณะของกองทุน เลือกประเภทที่เหมาะกับเป้าหมาย และลงทุนในสัดส่วนที่พอดี กองทุนทองคำก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาวได้

อ้างอิง :
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา