คู่มือลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศ เปิดประตูสู่หุ้นดังระดับโลก
รอบรู้เรื่องลงทุน

กองทุนรวมต่างประเทศ ประตูสู่หุ้นระดับโลกที่กำลังมาแรง

icon-access-time Posted On 23 มิถุนายน 2569
By Krungsri The COACH
ในปัจจุบัน การลงทุนในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวทุกคนอีกต่อไป เพราะคุณสามารถรับประโยชน์จากการดำเนินงานของแบรนด์ดังทั่วโลกได้ง่ายขึ้นผ่าน “กองทุนรวมต่างประเทศ” ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยคัดเลือก และบริหารการลงทุนให้ ช่วยให้การกระจายพอร์ตเป็นเรื่องสะดวก แม้จะเป็นนักลงทุนมือใหม่ก็ตาม

แล้วกองทุนรวมต่างประเทศคืออะไร ? มีกี่ประเภท ? และหากอยากเริ่มลงทุน ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

Krungsri The COACH รวบรวมทุกข้อสงสัยในการลงทุนกองทุนต่างประเทศมาไว้ในบทความนี้แล้ว พร้อมลิสต์กองทุนรวมต่างประเทศที่น่าสนใจ เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นลงทุนในตลาดโลกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เปิดโลกการลงทุน ! กองทุนรวมต่างประเทศคืออะไร

กองทุนรวมต่างประเทศคือ

กองทุนรวมต่างประเทศ (Foreign Investment Fund : FIF) คือ กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือดัชนีตลาดหุ้นระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
 
จุดเด่นของกองทุนรวมต่างประเทศ ข้อควรระวังการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ
  • นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยี หุ้นเฮลธ์แคร์ หรือนวัตกรรมเปลี่ยนโลกของบริษัทชั้นนำระดับโลกได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนโต
  • มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยบริหารพอร์ตให้
  • ความผันผวนของตลาดหุ้นต่างประเทศ
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินที่อาจส่งผลต่อกำไรสุทธิของคุณ

ส่อง 5 เหตุผลที่ทำให้กองทุนรวมต่างประเทศน่าสนใจ

ข้อดีกองทุนรวมต่างประเทศ

การก้าวออกไปลงทุนในตลาดโลกมีประโยชน์รอบด้าน โดยเฉพาะในแง่ของการเพิ่มศักยภาพให้เงินออม ซึ่งมี “ข้อดี” สำคัญที่นักลงทุนควรรู้ ดังนี้
  • เข้าถึงอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่มีในตลาดหุ้นไทย : เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือกลุ่มการแพทย์ และเวชภัณฑ์ระดับโลก
  • กระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจประเทศเดียว : หากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว พอร์ตของคุณก็ยังมีรายได้ และผลตอบแทนจากภูมิภาคอื่นที่กำลังเติบโตคอยค้ำจุนอยู่
  • ไม่ต้องใช้เงินก้อนโตสำหรับเปิดพอร์ตเอง : ไม่ต้องวุ่นวายกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ยื่นเอกสารข้ามประเทศ หรือแบกรับค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน เพราะใช้เงินบาทเริ่มต้นหลักร้อยหลักพันก็เป็นเจ้าของสินทรัพย์ระดับโลกได้
  • มีมืออาชีพระดับโลกดูแล : ได้รับการบริหารพอร์ต และบทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ และฝังตัวอยู่ในตลาดนั้น ๆ โดยตรง
  • มีนโยบายให้เลือกหลากหลาย : ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายเพราะครอบคลุมทั้งกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศความเสี่ยงต่ำ กองทุนหุ้นต่างประเทศเน้นการเติบโต และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก

นักลงทุนต้องรู้ ! เจาะลึก 2 ประเภทกองทุนรวมต่างประเทศ

ประเภทกองทุนรวมต่างประเทศ

หากแบ่งตามวิธีการบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะสามารถแบ่งรูปแบบการลงทุนในต่างประเทศออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. บลจ. ไทยบริหารเอง (Direct Investment)


บลจ. ไทยจะคัดเลือกและนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศโดยตรง เช่น การเข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือซื้อหุ้นบริษัทต่างประเทศด้วยตัวเอง โดยผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาวะการลงทุน

2. ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ (Indirect Investment)


บลจ. ไทยนำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศที่บริหารโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละตลาด ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงข้อมูลและการบริหารลงทุนจากทีมงานในพื้นที่ โดยแบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ
  • Feeder Fund : นำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียง “กองทุนเดียว” (Master Fund) นโยบายกองทุน รวมถึงผลการดำเนินงานของกองทุนจะล้อไปกับกองทุนหลักนั้นเลย
  • Fund of Funds : นำเงินไปกระจายลงทุนในกองทุนต่างประเทศ “หลายกองทุน” โดย บลจ. ไทยจะเป็นผู้กำหนด และปรับเปลี่ยนสัดส่วนหรือกองทุนต่างประเทศในพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย “หากอยากโฟกัสชัด ลงทุนเน้น ๆ ในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว ให้เลือก Feeder Fund แต่ถ้าอยากกระจายเสี่ยงไปในหลาย ๆ กองทุน ให้อิสระผู้จัดการกองทุนในการปรับพอร์ตได้ยืดหยุ่น ให้เลือก Fund of Funds”

5 Checklist ตอบตัวเองให้ชัด ก่อนเลือกลงทุนในกองทุนต่างประเทศ

ลงทุนกองทุนต่างประเทศ

เมื่อรู้รูปแบบการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศไปแล้ว อีกเรื่องสำคัญที่ต้องพิจาณาให้ดีก่อนเลือกลงทุนก็คือ

1. เช็กเป้าหมายการลงทุน


ต้องตอบตัวเองให้ชัดว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น เพื่อเก็บเงินเกษียณในอีก 10 ปี หรือหวังสร้างกระแสเงินสดในระยะสั้น เพราะเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดประเภทกองทุน หากเน้นเติบโตระยะยาว พอร์ตหุ้นโลกตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการรักษาเงินต้น กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศจะเหมาะกว่า

2. เช็กความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้


ผลตอบแทนที่สูงมักมาพร้อมความผันผวนที่มากตาม คุณต้องประเมินตัวเองว่า หากวันหนึ่งพอร์ตติดลบชั่วคราว 10-20% จากความผันผวนของตลาดโลก จิตใจของคุณจะยังยอมรับได้ และไม่ตื่นตระหนกเทขายไปเสียก่อนหรือไม่

3. เช็กความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


ในวันที่กองทุนทำกำไรได้ดี แต่หากเงินบาทเกิดแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ และเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท กำไรของคุณอาจลดลง จึงต้องดูว่ากองทุนนั้นมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ในระดับไหน ซึ่งมีนโยบายทั้งแบบป้องกันเต็มจำนวน บางส่วน หรือปล่อยตามดุลยพินิจ

4. เช็กค่าธรรมเนียมกองทุน


การลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศมักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ากองทุนในประเทศ เนื่องจากบางกองทุนมีลักษณะเก็บค่าธรรมเนียม 2 ชั้น (ชั้น บลจ. ไทย และชั้นกองทุน Master Fund ในต่างประเทศ) ก่อนตัดสินใจลงทุนจึงต้องเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมให้ดี เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือต้นทุนที่จะไปหักลดผลตอบแทนสุทธิของคุณ

5. ระยะเวลาในการขายคืน


กองทุนต่างประเทศไม่ได้เงินคืนรวดเร็วเท่ากองทุนไทยทั่วไป เนื่องจากมีเรื่องเวลาทำการของตลาดหุ้นต่างประเทศ และขั้นตอนการโอนเงินข้ามประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่จะมีรอบรับเงินคืนตั้งแต่ T+3 ไปจนถึง T+5 (หลังจากขายกองทุน 3-5 วันทำการ)

Krungsri The COACH แนะนำ : กองทุนรวมต่างประเทศตัวตึง สร้างพอร์ตแกร่งอย่างมั่นคง

กองทุนรวมต่างประเทศ

สำหรับใครที่กำลังมองหากองทุนรวมต่างประเทศที่น่าสนใจเพื่อเปิดประตูสู่ตลาดโลก โดยไม่ต้องปวดหัวกับการคัดเลือกหุ้นเอง Krungsri The COACH มีกองทุนต่างประเทศจาก บลจ. กรุงศรี มาแนะนำ ครบทั้งสไตล์ Feeder Fund และ Fund of Funds ไปเช็กอินพอร์ตที่ใช่พร้อมกันเลย

คัดกองทุนเด่นสไตล์ Feeder Fund ลุยสินทรัพย์โลกเน้น ๆ


หากคุณชอบความชัดเจนในนโยบายการลงทุน มุ่งเน้นเติบโตไปพร้อมกับกองทุนหลักระดับโลกที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยดูแล นี่คือ 2 กองทุนรวมต่างประเทศที่น่าสนใจ
 
ชื่อกองทุน นโยบาย และจุดเด่นการลงทุน เหมาะกับใคร ระดับความเสี่ยง
กองทุนเปิดกรุงศรี Global Equity Income (KF-GEI) เน้นลงทุนในหุ้นเด่นทั่วโลกผ่านกองทุนหลัก Invesco Global Equity Income Fund คัดสรรหุ้นคุณภาพสูง 40-50 ตัว ที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และเติบโตยั่งยืน พอร์ตยืดหยุ่นผสมระหว่างหุ้นเติบโต และหุ้นคุณค่า ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนรวม และกระแสเงินสดจากการลงทุนในพอร์ตหุ้นโลก รับความผันผวนสูงได้ สามารถลงทุนระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ระดับ 6 (เสี่ยงสูง)
กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลไดนามิคบาลานซ์อโลเคชั่นเอสอาร์ไอ (KFGDB) กองทุนผสมที่กระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก มีกลยุทธ์พอร์ต Core & Satellite เพื่อความมั่นคง และจับจังหวะทำกำไร พร้อมนำเกณฑ์ความยั่งยืน (ESG/SRI) มาใช้ร่วมพิจารณา นักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ปล่อยให้ผู้จัดการกองทุนปรับสมดุลพอร์ตหุ้น และตราสารหนี้ให้เหมาะกับสภาวะตลาดโลกในกองเดียว ระดับ 6 (เสี่ยงสูง)

จัดพอร์ตง่ายด้วยกองทุนรวมดัชนีผสมกลุ่ม Fund of Funds


หากต้องการความง่าย สบายใจ และอยากให้ผู้เชี่ยวชาญคอยจัดสัดส่วนสินทรัพย์ (Asset Allocation) ให้เสร็จสรรพตามระดับความเสี่ยงที่ชอบ ซีรีส์กองทุน “กรุงศรี The One” คือคำตอบที่คุณมองหา
 
 
ชื่อกองทุน สัดส่วนการลงทุน
(ข้อมูล ณ 30 เม.ย. 2569)
นโยบายกองทุน ระดับความเสี่ยง
กรุงศรี The One Mild
(KF1MILD)
  • ตราสารหนี้ 60.11%
  • ตราสารทุน 31.32%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 3.48%
  • ทรัพย์สินอื่น 5.09%
เน้นลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลักเพื่อควบคุมความผันผวนให้อยู่ในระดับต่ำ แต่ยังมีสัดส่วนของหุ้นเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ ระดับ 5 (เสี่ยงปานกลาง ค่อนข้างสูง)
กรุงศรี The One Mean
(KF1MEAN)
  • ตราสารทุน 50.28%
  • ตราสารหนี้ 42.10%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 2.81%
  • ทรัพย์สินอื่น 4.81%
พอร์ตสายสมดุลที่แบ่งสัดส่วนหุ้น และตราสารหนี้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับการควบคุมความเสี่ยง ระดับ 5 (เสี่ยงปานกลาง ค่อนข้างสูง)
กรุงศรี The One Max
(KF1MAX)
  • ตราสารทุน 66.43%
  • ตราสารหนี้ 27.74%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 2.06%
  • ทรัพย์สินอื่น 3.77%
เน้นหนักในตราสารทุน และหุ้นต่างประเทศ เพื่อเร่งเครื่องสร้างการเติบโตของเงินลงทุนอย่างเต็มที่ในระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนโดดเด่น ระดับ 5 (เสี่ยงปานกลาง ค่อนข้างสูง)
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต • กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

หมายเหตุ : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหน่วยลงทุนให้กับ บลจ. กรุงศรี เท่านั้น

สรุป สิ่งที่ควรรู้ก่อนลุยตลาดกองทุนโลก

กองทุนรวมต่างประเทศ ถือเป็นเครื่องมือทรงพลังที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดในประเทศ และมองหาโอกาสการเติบโตจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจกดซื้อ อย่าลืมทำเช็กลิสต์สำรวจตัวเองสั้น ๆ ว่า
  • เข้าใจนโยบายการลงทุน และสินทรัพย์ปลายทางแล้วหรือยัง ?
  • รับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ในระดับไหน ?
  • มีระยะเวลาลงทุนที่ยาวพอที่จะปล่อยให้เงินทำงานหรือไม่ ?

การมีพอร์ตการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์ทั่วโลก ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณกำลังมองหากองทุนรวมน่าสนใจ เพื่อเริ่มต้นสร้างความมั่งคั่ง ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้กับการจัดพอร์ตของคุณดู แล้วจะพบว่าโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจระดับโลกนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม

อ้างอิง
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา