10 ไอเดียสร้าง Passive Income ให้เงินทำงานแทนคุณ
รอบรู้เรื่องลงทุน

10 ไอเดียสร้าง Passive Income ให้เงินทำงานแทนคุณ

icon-access-time Posted On 03 ตุลาคม 2569
By Krungsri The COACH
หลายคนคุ้นเคยกับการมีรายได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นหลัก แต่ถ้าวันหนึ่งต้องหยุดงานกะทันหัน รายได้ที่เคยเข้ามาสม่ำเสมอก็อาจสะดุดตามไปด้วย

ถ้าเรามีรายได้อีกทางที่ช่วยทำงานควบคู่ไปกับรายได้ประจำ ก็น่าจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจทางการเงินได้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการนำเงินไปต่อยอด หรือใช้ความรู้และทักษะที่มีสร้างรายได้เพิ่มเติม

Krungsri The COACH จะพาไปทำความรู้จักว่า Passive Income คืออะไร พร้อมแนะนำ 10 ไอเดียสร้าง Passive Income ทั้งแบบ “เงินต่อเงิน” และ “สมองต่อเงิน” เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้หลายทาง และค่อย ๆ วางรากฐานการเงินให้มั่นคงขึ้นในระยะยาว

Passive Income คืออะไร

Passive Income คือ รายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการลงแรงทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นการออกแรงหรือใช้เงินลงทุนเพื่อสร้างระบบขึ้นมาเพียงครั้งแรก จากนั้นสินทรัพย์หรือระบบดังกล่าวอาจช่วยสร้างรายได้หรือผลตอบแทนเพิ่มเติมได้ในอนาคต

Passive Income ต่างจาก Active Income อย่างไร ?


จุดสังเกตง่าย ๆ คือ Active Income จะเน้นการนำ “เวลา และแรงกาย” ไปแลกเงิน เช่น การรับเงินเดือนประจำ หรืองานฟรีแลนซ์ หากวันไหนหยุดพัก รายได้ก็จะหยุดตามไปด้วย

ในขณะที่ Passive Income จะเน้นใช้ “สินทรัพย์ หรือระบบ” ทำงานแทน เช่น การเก็บค่าเช่าคอนโด หรือรับเงินปันผลจากการลงทุนบางประเภท ซึ่งอาจสร้างรายได้เพิ่มเติมได้ แม้ไม่ได้ใช้เวลาทำงานโดยตรงในทุกช่วงเวลา
 
ไอเดียสร้าง Passive Income

รวม 4 ไอเดียสร้าง Passive Income แบบ “เงินต่อเงิน”

สำหรับคนที่มีเงินทุน หรือมีเงินออมก้อนหนึ่ง และต้องการนำเงินก้อนนั้นไปต่อยอด นี่คือไอเดียการใช้เงินทำงานเพื่อแสวงหาโอกาสรับรายได้หรือผลตอบแทนเพิ่มเติม

ไอเดียที่ 1 : นำอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่มาปล่อยเช่า

 
อสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า

หากมีบ้าน คอนโดมิเนียม หรือทาวน์โฮมที่ซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้เข้าไปอยู่อาศัย แทนที่จะปล่อยให้ฝุ่นเกาะและเสียค่าส่วนกลางไปฟรี ๆ ลองนำมาปัดฝุ่น ตกแต่งใหม่ และปล่อยเช่าดู วิธีนี้จะช่วยสร้างกระแสเงินสดจากค่าเช่ารายเดือนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่เพื่อลงทุนเลย

ไอเดียที่ 2 : ลงทุนในกองทุนรวม


การนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนผ่านผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ

ตัวอย่างกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลคือ “กองทุนกรุงศรีโกลบอลแบรนด์อิควิตี้-ปันผล (KFGBRAND-D)”

ความเสี่ยงระดับ 6

มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศ Morgan Stanley Investment Fund - Global Brands Fund (Class Z) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีแบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับสากล

กองทุนนี้มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 12 ครั้ง ในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ของกำไรสุทธิหรือกำไรสะสม ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานและดุลยพินิจของบริษัทจัดการ โดยมีประวัติการจ่ายเงินปันผล 10 ครั้งล่าสุดเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น และไม่ได้เป็นการรับประกันการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ดังนี้
  • 16 ก.ย. 2568 : 0.2500 บาท/หน่วย
  • 19 มี.ค. 2568 : 0.2500 บาท/หน่วย
  • 16 ก.ย. 2567 : 0.3000 บาท/หน่วย
  • 21 มี.ค. 2567 : 0.6500 บาท/หน่วย
  • 14 ก.ย. 2566 : 0.2500 บาท/หน่วย
  • 20 มิ.ย. 2566 : 0.3500 บาท/หน่วย
  • 21 มี.ค. 2566 : 0.5000 บาท/หน่วย
  • 30 พ.ย. 2564 : 0.2000 บาท/หน่วย
  • 14 ก.ย. 2564 : 0.4000 บาท/หน่วย
  • 21 มิ.ย. 2564 : 0.5500 บาท/หน่วย

ที่มา : บลจ. กรุงศรี ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569
 
กองทุนกรุงศรี

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

สอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ที่สาขาธนาคาร หรือ โทร 0 2296 5959

หมายเหตุ :  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับ บลจ.กรุงศรี เท่านั้น

ไอเดียที่ 3 : ฝากเงินในบัญชีเงินฝาก


เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นอยากให้เงินทำงานอย่างปลอดภัย และได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน เพียงแค่เลือกนำเงินไปฝากในบัญชีเงินฝากประจำ ก็จะได้รับดอกเบี้ยกลับมาเป็น Passive Income อย่างสม่ำเสมอ

หากกำลังมองหาตัวช่วยออมเงินที่คุ้มค่า เราขอแนะนำ บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน และ 36 เดือน จากธนาคารกรุงศรี ที่ให้รับดอกเบี้ยสูงเต็ม ๆ แบบไม่ต้องเสียภาษี (รับอัตราดอกเบี้ย 1.70% ต่อปี สำหรับการฝาก 24 เดือน และ 1.40% ต่อปี สำหรับ 36 เดือน)
 
บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน และ 36 เดือน

เริ่มต้นการออมได้ง่าย ๆ ด้วยเงินฝากขั้นต่ำเพียงเดือนละ 500 บาท แถมยังสะดวกสุด ๆ เพราะสามารถตั้งโอนเงินล่วงหน้าเป็นประจำทุกเดือนผ่าน krungsri app ได้เลย

ไอเดียที่ 4 : ซื้อประกันออมทรัพย์ หรือประกันสะสมทรัพย์

 
ซื้อประกันออมทรัพย์

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์แบบ 2 in 1 เพราะได้ทั้งความคุ้มครองชีวิต และรับเงินคืนระหว่างทางตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ถือเป็นตัวช่วยสร้างวินัยการออมและสนับสนุนการวางแผนทางการเงิน

สำหรับใครที่สนใจรูปแบบนี้ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กรุงศรีประกันสะสมทรัพย์ แฮปปี้ เซฟวิ่ง 15/5 ที่ออกแบบมาให้จ่ายเบี้ยประกันเพียง 5 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองยาวถึง 15 ปี

พร้อมผลประโยชน์สำคัญตามเงื่อนไขกรมธรรม์ถึง 3 ต่อ ได้แก่
  • รับเงินคืนทุก 2 ปี ครั้งละ 2%*
  • รับเงินก้อน 510%* เมื่อครบกำหนดสัญญา (รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญา 524%*)
  • มีโอกาสรับเงินปันผล (ถ้ามี) ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 2 - 14 และเมื่อครบกำหนดสัญญา

นอกจากนี้ยังสมัครง่าย ไม่ต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพ และเบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท** ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มแผนการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล

*ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

**ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันชีวิต เป็นผู้เสนอขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิตและรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยเท่านั้น รับประกันโดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

รวม 6 ไอเดียสร้าง Passive Income แบบใช้ “สมองต่อเงิน”

สำหรับคนที่อาจจะยังไม่มีเงินทุนก้อนใหญ่ ก็ไม่ต้องกังวลไป เราสามารถใช้ “ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และเวลา” ในการสร้างผลงานเพียงครั้งเดียว เพื่อรับรายได้ในระยะยาวได้เช่นกัน

ไอเดียที่ 1 : การเขียนหนังสือเพื่อรับค่าลิขสิทธิ์

 
 เขียนหนังสือเพื่อรับค่าลิขสิทธิ์

หากมีทักษะการเล่าเรื่อง ลองเขียนหนังสือ นวนิยาย หรือ E-book ดู ในยุคนี้มีแพลตฟอร์มออนไลน์มากมายที่เปิดให้นักเขียนนำผลงานไปวางขายได้ง่าย ๆ เช่น Meb, readAwrite, Dek-D หรือ ธัญวลัย เมื่อผลงานถูกวางขายบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ ก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีคนกดสั่งซื้อ หรือเติมเหรียญเพื่อปลดล็อกตอนอ่าน

ไอเดียที่ 2 : การขายรูปภาพทางออนไลน์


สายถ่ายภาพ หรือนักวาดภาพกราฟิก สามารถนำผลงานไปอัปโหลดลงบนเว็บไซต์ขายภาพ (Stock Photo) ระดับโลกได้ เช่น Shutterstock, Adobe Stock, Freepik หรือ iStock เมื่อมีคนจากทั่วโลกดาวน์โหลดรูปภาพหรือกราฟิกไปใช้งาน ก็จะได้รับส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นเครื่องผลิตเงินชั้นดี

ไอเดียที่ 3 : การทำ Affiliate Marketing

 
ทำ Affiliate Marketing

เรียกง่าย ๆ ว่าการเป็น “นายหน้าออนไลน์” เพียงแค่เราสร้าง Content ผ่าน Social Media เช่น TikTok, YouTube แล้วนำลิงก์สินค้าไปแปะตามช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง เมื่อมีคนคลิกเข้าไปซื้อสินค้าผ่านลิงก์นั้น ก็จะได้รับค่าคอมมิชชันเป็นผลตอบแทน ถือเป็นช่องทางหารายได้ที่กำลังมาแรงมากในยุคนี้

ไอเดียที่ 4 : การใช้ AI สร้าง Digital Product ขาย


ยุคนี้เราสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยสร้างผลงานดิจิทัลได้มากมาย เช่น การทำเทมเพลตนำเสนองาน แพลนเนอร์ ภาพศิลปะ หรือแม้แต่สติกเกอร์ไลน์ แล้วนำไปวางขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ระบบจัดการการขายแบบอัตโนมัติ

ไอเดียที่ 5 : เปิดคอร์สออนไลน์


หากมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การตลาด โปรแกรมมิง หรือภาษาต่างประเทศ ลองอัดคลิปสอน และเปิดคอร์สออนไลน์ดู โดยสามารถนำหลักสูตรไปลงขายบนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ชื่อดังอย่าง SkillLane หรือ Udemy ได้เลย ข้อดีคือยอมเหนื่อยเตรียมเนื้อหา และถ่ายทำแค่ครั้งเดียว แต่สามารถขายคอร์สนี้ให้ผู้เรียนได้แบบไม่จำกัดจำนวน

ไอเดียที่ 6 : ทำช่อง YouTube หรือ Podcast

 
ทำช่อง YouTube หรือ Podcast)

ไอเดียสำหรับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เมื่อช่องเติบโตและมีผู้ติดตามมากพอ จะสามารถสร้างรายได้จากค่าโฆษณา (AdSense) หรือสปอนเซอร์ ซึ่งรายได้เหล่านี้จะยังคงไหลเข้ามาเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีคนกดเข้ามาดู หรือฟังคอนเทนต์

เทคนิคเลือกสร้าง Passive Income ที่ใช่ในสไตล์คุณ

อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงได้คำตอบแล้วว่า Passive Income คือสิ่งที่ใคร ๆ ก็เริ่มต้นทำได้ กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่ามีเงินมาก หรือน้อย แต่อยู่ที่การเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับต้นทุนชีวิตของตัวเอง โดยมีแนวทางง่าย ๆ ดังนี้
  • มีเงินทุนพร้อมลุย : เน้นใช้ “เงินต่อเงิน” ผ่านการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวม หรือประกันสะสมทรัพย์ เพื่อช่วยต่อยอดเงินทุนให้มีโอกาสสร้างรายได้หรือผลตอบแทนเพิ่มเติมในอนาคต
  • มีทักษะ และไอเดีย : เน้นใช้ “สมองต่อเงิน” เช่น การทำ Affiliate ขาย Digital Product หรือเปิดคอร์สออนไลน์ ยอมเหนื่อยลงแรงสร้างระบบในช่วงเริ่มต้น และนำไปต่อยอดได้ในระยะยาว
  • มีวินัย และความสม่ำเสมอ : ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือการศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และลงมือทำอย่างต่อเนื่องโดยไม่ย่อท้อ

อิสรภาพทางการเงินไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ลองเลือกไอเดียที่ถนัดไปปรับใช้ แล้วปล่อยให้ระบบทำงานแทนกันได้เลย

อ้างอิง
pym logo
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา