อัปเดตวิธีแจ้งความออนไลน์ฉบับล่าสุด เพิ่มโอกาสได้เงินคืน

อัปเดตวิธีแจ้งความออนไลน์ฉบับล่าสุด เพิ่มโอกาสได้เงินคืน

By Krungsri Plearn Plearn
ปัจจุบัน ข่าวเกี่ยวกับการโดนโกงออนไลน์หรือโดนหลอกให้โอนเงินยังมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ หลายคนต้องสูญเสียเงินจำนวนมาก หรืออาจเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ ทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังกันมากขึ้น และหมั่นอัปเดตความรู้อยู่เสมอ บทความนี้จะเผยกลโกงออนไลน์ เพื่อให้เรารู้เท่าทันมิจฉาชีพ หรือหากพลาดพลั้งไปแล้ว จะมีวิธีแจ้งความออนไลน์สำหรับผู้ที่โดนหลอกโอนเงินได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

รวมกลโกงที่มิจฉาชีพหลอกโอนเงิน

โดนหลอกโอนเงิน กลโกงมิจฉาชีพ
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ปัญหา เรามาทำความรู้จักกับรูปแบบกลโกงที่มิจฉาชีพนิยมใช้ในปัจจุบัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองกันก่อน

1. ใช้ AI ปลอมเสียงเป็นคนรู้จัก

หนึ่งในกลโกงยอดฮิตคือการใช้ AI เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลจนสามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์ได้อย่างใกล้เคียง จึงถูกมิจฉาชีพนำมาใช้ในทางที่ผิด ด้วยการนำมาปลอมแปลงเป็นเสียงคนรู้จักของเรา เช่น โทรศัพท์มาแอบอ้างว่าเป็นพ่อแม่หรือลูกที่กำลังเดือดร้อนต้องการใช้เงินด่วน แล้วให้โอนเงินไปที่บัญชีของมิจฉาชีพ

2. โทรมาหลอกว่าเป็นตัวแทนการลงทุน

เป็นกลโกงที่พบได้ในการขายต่าง ๆ ซึ่งมิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นตัวแทนทางด้านการเงิน-การลงทุน โดยมักจะโทรหาคนที่เป็นลูกค้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ อยู่แล้ว เช่น แอบอ้างเป็นตัวแทนประกัน มาเสนอขายผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกเกินจริง หรืออาจหลอกให้โอนเงินค่าเบี้ยประกันไปยังบัญชีอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของบริษัท
โดนโกงออนไลน์

3. แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าบัญชีของเราพัวพันกับการค้ายาเสพติดหรือฟอกเงิน

หนึ่งในกลโกงที่มีผู้โดนหลอกโอนเงินจำนวนมาก คือการที่มิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐฯ ก่อนจะแจ้งว่าบัญชีเงินฝากของเราถูกผู้ไม่ประสงค์ดีอย่างแก๊งค้ายาเสพติดหรือแก๊งฟอกเงิน นำไปใช้กระทำผิดกฎหมาย โดยเราจะต้องโอนเงินทั้งหมดไปฝากไว้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบก่อน เมื่อจบคดีความจะโอนคืนให้ภายหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้คือกลโกงทั้งสิ้น

4. แอบอ้างว่าโอนเงินผิด

กลโกงนี้มิจฉาชีพจะแอบอ้างว่า ตนเองได้โอนเงินผิดมายังบัญชีของเรา และขอให้เราโอนเงินคืน โดยไม่ต้องติดต่อผ่านทางธนาคาร ซึ่งหากเราหลงกล ก็อาจตกเป็นเครื่องมือของคนร้ายในการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว เพราะบัญชีปลายทางที่มิจฉาชีพแจ้งให้เราโอนเงินคืนนั้น อาจเป็นบัญชีที่ใช้กระทำผิดกฎหมาย หากเราโอนเงินกลับไปให้ ก็อาจเข้าข่ายเป็นผู้กระทำผิดตามไปด้วย

5. หลอกขายของออนไลน์

ปัจจุบันคนนิยมซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น เพราะความรวดเร็ว สะดวกสบาย ทำให้มีคนเปิดหน้าร้านผ่านทางโซเชียลฯ กันมากขึ้น ซึ่งก็มีทั้งร้านที่น่าเชื่อถือได้ และร้านที่ “ไม่ตรงปก” เช่น ภาพสินค้าที่ใช้โฆษณาออนไลน์ดูดีกว่าสินค้าจริง นำของปลอมมาจำหน่าย โดยแอบอ้างสรรพคุณว่าเป็นของแท้ หรือขั้นหนักสุดคือไม่มีสินค้าอยู่จริงแต่ทำการปลอมแปลงรีวิว แอบเอารูปภาพจากสินค้าร้านอื่นมาลง และหลอกให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีม้า เมื่อผู้ซื้อโอนเงินไปปุ๊บ มิจฉาชีพก็จะหายเข้ากลีบเมฆทันที

เมื่อรู้ตัวว่าโดนโกงออนไลน์ โดนหลอกโอนเงินจะทำอย่างไรดี ?

โดนหลอกโอนเงินทำอย่างไรดี
  • ตั้งสติ : พยายามคิดในแง่ดีไว้ก่อนว่า “ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางออก”
  • รวบรวมหลักฐาน หรือเอกสารต่าง ๆ : ในการแจ้งความหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการโดนโกงเงินออนไลน์นั้น จำเป็นต้องแสดงหลักฐานที่เป็นเอกสารต่าง ๆ เช่น สลิปบันทึกรายการโอนเงิน บทสนทนา ข้อความ รูปภาพ รายละเอียดบัญชีปลายทาง เป็นต้น
  • ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชี : เมื่อได้หลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ให้รีบนำไปติดต่อธนาคารที่เป็นผู้ดูแลบัญชีนั้นทันที เพื่อขอ “เลขอ้างอิง” จากธนาคาร นำไปใช้ในการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • นำหลักฐานพร้อมบันทึกแจ้งความ : ขั้นตอนนี้เราต้องนำหลักฐานทุกอย่าง พร้อมเลขอ้างอิงจากธนาคาร ไปให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบแจ้งความในการขอเงินคืนจากธนาคาร ซึ่งการแจ้งความสามารถทำได้ทั้งที่สถานีตำรวจ หรือจะแจ้งความออนไลน์ก็ได้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

5 รูปแบบการโกงที่สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ ?

ปัจจุบัน การแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะรองรับเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นหลัก ได้แก่
  1. การหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการเงิน (หลอกโอนเงิน, หลอกลงทุน)
  2. การจำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมาย หรือหลอกลวงจำหน่ายสินค้าออนไลน์
  3. การพนันออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ
  4. การเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
  5. คดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก สตรีทางออนไลน์ หรือการค้ามนุษย์
หมายเหตุ : หากเป็นคดีอาญาประเภทอื่น ๆ เช่น ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หรืออุบัติเหตุทางถนน จะยังคงต้องเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุตามปกติ

แจ้งความออนไลน์ที่ไหนได้บ้าง ?

แจ้งความออนไลน์ มิจฉาชีพ
ช่องทางเดียวที่ถูกต้อง และปลอดภัยที่สุดในการแจ้งความโดนโกงออนไลน์ คือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (https://www.thaipoliceonline.go.th/) เท่านั้น
สิ่งที่ต้องระวังให้ดีคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจตัวจริงจะไม่มีนโยบายรับแจ้งความผ่านช่องทางแชทอย่าง LINE, Facebook Page หรือ Direct Message (DM) โดยเด็ดขาด หากคุณบังเอิญไปเจอเพจหรือบัญชีที่แอบอ้างว่าเป็นตำรวจไซเบอร์มารับเรื่องผ่านแชท หรือเสนอตัวตามเงินคืนให้โดยอ้างว่าต้องเสียค่าธรรมเนียมเจาะระบบ ขอให้ฟันธงได้ทันทีเลยว่านั่นคือ “มิจฉาชีพซ้อนมิจฉาชีพ” อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ หากมีความกังวลหรือต้องการสอบถามขั้นตอนเพิ่มเติมเพื่อความชัวร์ สามารถโทรสายตรงไปยังสายด่วนตำรวจไซเบอร์ เบอร์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ใช้ประกอบการแจ้งความมีอะไรบ้าง ?

เพื่อให้การดำเนินการของพนักงานสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ผู้เสียหายควรเตรียมหลักฐานที่เป็นไฟล์รูปภาพหรือ PDF ให้พร้อม ดังนี้
  • เอกสารยืนยันตัวตน : บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหาย
  • ภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) : บทสนทนาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนที่โอนเงิน รวมถึงหน้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของคนร้าย
  • หลักฐานการโอนเงิน : สลิปการโอนเงินที่สำเร็จ หรือรายการเดินบัญชี (Statement) จากแอปธนาคาร
  • ข้อมูลบัญชีคนร้าย : เลขบัญชีธนาคาร หรือเบอร์พร้อมเพย์ปลายทางที่โอนเงินไป รวมถึงเลขอ้างอิงที่ได้รับจากการโทรแจ้งอายัดบัญชีกับธนาคาร
  • บันทึกลิงก์ (URL) : คัดลอก (Copy) ลิงก์ของเว็บไซต์ เพจร้านค้า หรือหน้าโปรไฟล์ของคนร้ายเก็บไว้ เพราะลิงก์เหล่านี้เปรียบเสมือนรหัสบัตรประชาชนของบัญชีโซเชียลที่ระบุตัวตนได้ชัดเจนที่สุด

ขั้นตอนวิธีการแจ้งความออนไลน์

แจ้งความออนไลน์
เมื่อเตรียมหลักฐานครบแล้ว สามารถเข้าสู่กระบวนการแจ้งความได้ทันที โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ดังนี้

Step 1 : ลงทะเบียนยืนยันตัวตน

เข้าเว็บไซต์ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลือกเมนูลงทะเบียน กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน เลขหลังบัตร (Laser Code) และข้อมูลการติดต่อให้ครบถ้วน จากนั้นยืนยันรหัส OTP ผ่านอีเมลเพื่อเปิดใช้งานระบบ

Step 2 : กรอกรายละเอียดสำหรับแจ้งความ

ล็อกอินเข้าสู่ระบบ เลือกเมนู “แจ้งเรื่องใหม่” กดยอมรับเงื่อนไข และเริ่มกรอกข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้
  • เลขอ้างอิงการอายัดบัญชีจากธนาคาร
  • ข้อมูลส่วนตัวผู้เสียหาย และรายละเอียดของเหตุการณ์
  • ข้อมูลบัญชีต้นทางของเรา และบัญชีปลายทางของคนร้าย
  • แนบไฟล์หลักฐานทั้งหมดที่เตรียมไว้
  • ตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด แล้วกด “ยืนยัน

Step 3 : รับรหัส และติดตามสถานะคดี

เมื่อทำรายการเสร็จสิ้น ระบบจะออกหมายเลขคดี (Case ID) ให้คุณเก็บไว้เป็นหลักฐาน ภายในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จะมีแอดมินหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อกลับมาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และคุณสามารถนำ Case ID นี้ไปเช็กสถานะความคืบหน้าของคดีผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา

วิธีเช็กบัญชีคนโกง และรายชื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ฉบับปี 2569

วิธีเช็ครายชื่อมิจฉาชีพออนไลน์
อีกหนึ่งวิธีป้องกันตัวเองจากการโดนโกงออนไลน์หรือโดนหลอกโอนเงินคือการ “เช็กบัญชีคนโกงออนไลน์” เพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นว่าบัญชีปลายทางมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ซึ่งทำได้ 3 วิธีดังนี้

1. เช็กผ่านแอปพลิเคชัน POLICE CARE (อัปเดตใหม่ล่าสุดปี 2569)

นี่คือแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เปรียบเสมือน One Stop Service ด้านความปลอดภัย ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์ยุคนี้สุด ๆ คือ “ตรวจสอบบัญชีมิจฉาชีพ” และ “ตรวจสอบเบอร์มิจฉาชีพ” โดยระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลแจ้งความออนไลน์โดยตรง
วิธีใช้งาน :
  • ดาวน์โหลดแอปฯ POLICE CARE (รองรับทั้ง iOS และ Android)
  • เข้าไปที่เมนู “ข้อมูลของฉัน” แล้วล็อกอินยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD
  • นำเบอร์โทรศัพท์ หรือเลขบัญชีต้องสงสัยมากรอกลงไป
  • หากข้อมูลนั้นตรงกับประวัติคนร้าย ระบบจะเด้งข้อความเตือนภัยสีแดงทันทีว่า “มิจฉาชีพ อันตราย! ห้ามโอนเด็ดขาด

2. ตรวจสอบรายชื่อผ่าน Google

วิธีตรวจสอบมิจฉาชีพได้ง่าย ๆ และตรงไปตรงมาที่สุด คือการนำข้อมูลของบุคคลที่เราสงสัย เช่น ชื่อนามสกุล เลขบัญชี เบอร์โทรศัพท์ ไปเสิร์ชในช่องค้นหาของ Google หากบุคคลดังกล่าวเคยมีประวัติมิจฉาชีพมาก่อน และเคยมีผู้แจ้งไว้ในช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เว็บไซต์ก็จะแสดงผลข้อมูลออกมา

3. เช็คบัญชีคนโกงออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Blacklistseller

Blacklisteller คือเว็บไซต์ศูนย์กลางการตรวจสอบการฉ้อโกงออนไลน์ที่สนับสนุนผลักดันให้ผู้ที่โดนโกงออนไลน์หรือโดนหลอกโอนเงิน ลุกขึ้นมาสร้างรายงานเพื่อเตือนภัยสังคม จนเว็บไซต์นี้สามารถสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่สามารถเช็กบัญชีคนโกงออนไลน์ก่อนการซื้อ-ขาย ได้จากข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ค้นหาจากเลขบัญชีธนาคาร/พร้อมเพย์ (หรือเบอร์โทรศัพท์) รวมไปถึงการค้นหาจากชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลที่มีประวัติโกงได้ นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราเลี่ยงการโดนหลอกโอนเงิน
Blacklistseller

วิธีรับมือเมื่อโดนโกงออนไลน์ ติดต่อธนาคารกรุงศรี ง่ายได้ 24 ชั่วโมง

สำหรับลูกค้าธนาคารกรุงศรี หากโดนโกงออนไลน์ โดนหลอกโอนเงิน สามารถแจ้งปัญหาได้เลย โทร 1572 กด 5 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะได้ข้อมูลที่ทำให้เรารู้เท่าทันมิจฉาชีพ ไม่ตกเป็นเหยื่อของการโดนโกงออนไลน์ หรือโดนหลอกโอนเงินได้ง่าย ๆ แต่อย่าลืมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียง “ตัวช่วย” เท่านั้น เพราะเหนือสิ่งอื่นใด ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเอาตัวรอดจากเหล่ามิจฉาชีพก็คือการมี “สติ” คู่กับ “สตางค์” เพราะในบางกรณีอย่าง เช่น การโอนเงินผิดบัญชีทางธนาคารไม่มีความรับผิดในความเสียหายใด ๆ แต่ถ้าหากพลาดพลั้งไปจริง ๆ ก็ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อหาทางออกร่วมกันให้เร็วที่สุด
Krungsri Prompt :

“ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพ (หรือโอนเงินผิดบัญชี) อยากรู้ว่าตามแนวทางของบทความเรื่อง ‘โดนโกงออนไลน์ ทำอย่างไรดี? เช็กวิธีแจ้งความออนไลน์’ สามารถดึงเงินคืนได้ไหม และควรทำอะไรบ้าง? ช่วยแนะนำขั้นตอนรับมือที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด โดยอ้างอิงแนวทางจากบทความดังกล่าว เช่น การรวบรวมหลักฐาน ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชี ขอเลขอ้างอิง แจ้งความออนไลน์/ที่สถานีตำรวจ หรือขั้นตอนอื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสได้เงินคืนกลับมา”
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา