ผู้ชายกำลังคำนวณเบี้ยประกันเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี
รอบรู้เรื่องภาษี

How to ซื้อประกันลดหย่อนภาษี ให้คุ้มค่า และลดหย่อนได้จริง

icon-access-time Posted On 06 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
การวางแผนซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีให้คุ้มที่สุด ต้องเริ่มจากการคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง เพื่อกำหนดวงเงินเบี้ยประกันได้ถูกต้อง รู้ประเภทประกันที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้และเพดานของแต่ละแบบ รวมถึงตรวจสอบว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองอย่างน้อย 10 ปี พร้อมพิจารณาเปรียบเทียบแผนจากหลายบริษัทให้สอดคล้องกับความต้องการและเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พอเข้าถึงช่วงปลายปีทีไร หลายคนก็เริ่มคิดถึงเรื่องการวางแผนลดหย่อนภาษี เพื่อที่จะลดภาระให้ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือ การซื้อประกันชีวิต ซึ่งนอกจากจะนำเบี้ยประกันภัยมาลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นการสร้างหลักประกันและเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวอีกด้วย

และเพื่อให้การวางแผนภาษีของเรามีประสิทธิภาพที่สุด เราจำเป็นจะต้องรู้ว่าประกันชีวิตและประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้เท่าไร มีเงื่อนไขและข้อกำหนดอะไรบ้าง ที่สำคัญคือ สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของเราหรือไม่ และนี่คือ 5 เทคนิคการซื้อประกันลดหย่อนภาษีให้ได้คุ้มที่สุดที่นำมาแชร์กัน

คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายก่อนซื้อ เพื่อวางแผนวงเงินลดหย่อน

หากเป้าหมายของเราคือการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้คุ้มค่าที่สุด จะต้องเริ่มจากการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได เพื่อที่จะรู้ว่าต้องเสียภาษีเท่าไรในปีนั้น และมีสิทธิลดหย่อนได้มากน้อยแค่ไหนตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได


อันดับแรกให้เราใช้สูตรคำนวณเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

ตัวอย่างเช่น เงินได้ทั้งปี 1,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 100,000 บาท ค่าลดหย่อน 300,000 บาท

รายได้สุทธิ = 1,000,000 - 100,000 - 300,000 = 600,000 บาท

ต่อมาให้ดูบันไดภาษีของตัวเอง แล้วดูว่าต้องเสียภาษีที่อัตราเท่าไร ?

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได

 
เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี ภาษีสูงสุดในแต่ละขั้นเงินได้ (บาท)
0 - 150,000 5% 0
มากกว่า 150,000 - 300,000 5% 7,500
มากกว่า 300,000 - 500,000 10% 20,000
มากกว่า 500,000 - 750,000 15% 37,500
มากกว่า 750,000 - 1,000,000 20% 50,000
มากกว่า 1,000,000 - 2,000,000 25% 250,000
มากกว่า 2,000,000 - 5,000,000 30% 900,000
มากกว่า 5,000,000 35% -
วิธีคิด หากเงินได้พึงประเมินอยู่ที่ 600,000 บาท
  • ภาษีขั้นที่ 1: รายได้ 150,000 บาทแรกได้รับการยกเว้น
  • ภาษีขั้นที่ 2: (300,000 - 150,000) x 5% = 7,500 บาท
  • ภาษีขั้นที่ 3: (500,000 - 300,000) x 10% = 20,000 บาท
  • ภาษีขั้นที่ 4: (600,000 - 500,000) x 15% = 15,000 บาท

เท่ากับว่า ในปีดังกล่าวจะต้องเสียภาษีเป็นเงินทั้งหมด 7,500 + 20,000 + 15,000 = 42,000 บาท

เมื่อรู้ระดับภาษีของตัวเองแล้ว จะสามารถกำหนดวงเงินเบี้ยประกันได้เหมาะสม

อ่านขั้นตอนคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดแบบละเอียด
 
ผู้หญิงมีความสุขที่ซื้อประกันสุขภาพให้แม่แล้วยังลดหย่อนภาษีได้ด้วย

เลือกรูปแบบประกันภัยที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้

เราต้องรู้ก่อนว่า ไม่ใช่ประกันภัยทุกประเภทที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ และเบี้ยประกันภัยที่นำไปลดหย่อนก็มีเพดานสูงสุดอยู่

ประกันชีวิตแบบทั่วไป

 
  • ประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ ประกันชีวิตตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ โดยมีระยะเวลาคุ้มครองอย่างน้อย 10 ปี
  • สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีตามจำนวนที่จ่ายจริง
  • สามารถนำประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้มาลดหย่อนได้ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

 
  • ลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท หากเรามีเงินได้สุทธิ 600,000 บาท จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนของประกันชีวิตแบบบำนาญได้ไม่เกิน 90,000 บาท
  • ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี และจ่ายผลประโยชน์สม่ำเสมอในช่วงอายุ 55 - 85 ปี

ประกันสุขภาพ

 
  • ประกันสุขภาพของตนเองลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • ประกันสุขภาพของพ่อแม่ นำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี โดยพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • ประกันสุขภาพคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ นำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

อ่านเทคนิคการเลือกประกันชีวิตลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

ตรวจสอบระยะเวลาคุ้มครองและวิธีการชำระเบี้ย

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เงื่อนไขของการนำประกันชีวิตหรือประกันบำนาญมาลดหย่อนภาษีได้นั้น กรมธรรม์ต้องมีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี จะต้องตรวจสอบระยะเวลาคุ้มครองในกรมธรรม์ และการชำระเบี้ยฯ จะต้องมีหลักฐานรับรองจากบริษัทประกันภัย จะได้มั่นใจว่าสามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้จริง ๆ

เช็กลิสต์ที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อประกันลดหย่อนภาษี

 
  • เป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพที่ลดหย่อนได้ตามเกณฑ์ และมีระยะเวลาความคุ้มครองอย่างน้อย 10 ปี
  • เบี้ยประกันฯ รวมกันแล้วเกินเพดานสูงสุดที่สามารถลดหย่อนได้หรือไม่
  • ขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันจากบริษัทประกันทุกปี เพื่อเป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี

พิจารณาซื้อประกันสุขภาพควบคู่ เพื่อเพิ่มสิทธิลดหย่อน

ปกติแล้วการทำประกันสุขภาพ จะไม่สามารถทำเดี่ยว ๆ ได้ แต่จะต้องซื้อประกันชีวิตควบคู่ไปด้วย ดังนั้น จึงแนะนำให้วางแผนการซื้อประกันชีวิตควบคู่กับประกันสุขภาพไปเลย โดยสามารถซื้อเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุด 75,000 บาท บวกประกันสุขภาพอีก 25,000 บาท ก็จะเต็มเพดานสูงสุดของการลดหย่อนในหมวดของประกันชีวิตทั่วไปและประกันสุขภาพพอดี ช่วยให้เราได้รับความคุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาลไปพร้อมกับการลดหย่อนภาษี

เปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัท ก่อนตัดสินใจ

ทุกบริษัทจะมีเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละกรมธรรม์มีความแตกต่างกันคือผลตอบแทน เงินคืน และความคุ้มครอง ซึ่งแต่ละคนจะมีเป้าหมายทางการเงินและความมั่นคงในชีวิตที่แตกต่างกัน

เกณฑ์ในการพิจารณาซื้อประกันลดหย่อนภาษี

 
  • ประเภทของประกันลดหย่อนภาษี
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยและรับผลตอบแทน
  • อัตราผลตอบแทนรวมตลอดอายุกรมธรรม์
  • ความมั่นคงของบริษัทประกัน
  • ความเหมาะสมกับรายได้และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

ตัวอย่างเช่น หากว่าเราเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่ต้องการให้คนข้างหลังลำบาก แนะนำให้ซื้อประกันชีวิตตลอดชีพหรือประกันชีวิตชั่วระยะเวลา แต่หากต้องการสร้างความมั่นคงและต้องการเงินก้อน แนะนำเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ก็จะตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินมากกว่า

หากเป้าหมายของคุณคือการออมและลดหย่อนภาษีในเวลาเดียวกัน ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะให้ความยืดหยุ่น ทั้งในด้านระยะเวลาชำระเบี้ย ระยะเวลาคุ้มครอง และผลตอบแทนที่แน่นอน ขอแนะนำประกันชีวิตออมทรัพย์ 11/5 จากธนาคารกรุงศรี ที่จ่ายเบี้ยฯ สั้น เพียง 5 ปี แต่คุ้มครองนานถึง 11 ปี
  • รับเงินคืนทุกปีตั้งแต่ปีแรก พร้อมเงินก้อนเมื่อครบสัญญา
  • ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนตามกฎหมาย
  • ไม่ต้องตรวจหรือตอบคำถามสุขภาพ

สนใจสามารถสอบถามและซื้อประกันภัยได้ที่ธนาคารกรุงศรีทุกสาขา มาวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาดกับธนาคารกรุงศรี พร้อมสร้างเงินออมอย่างมั่นคงไปด้วยกัน

ข้อมูลอ้างอิง
  1. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2560 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ.2561 เป็นต้นไป. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.rd.go.th
  2. ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.rd.go.th
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

A : ถ้าเป็นประกันชีวิตแบบทั่วไปและประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนรวมกันได้สูงสุด 100,000 บาท สำหรับกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป แต่หากเป็นประกันบำนาญ จะลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
A : จะต้องพิจารณาเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีประกอบกัน ทั้งประเภทของประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ระยะเวลาความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์อื่น ๆ

ในกรณีที่ซื้อประกันชีวิตทั่วไปที่มีความคุ้มครองเกิน 10 ปี จำนวน 20,000 บาท แต่ไม่ได้ซื้อประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพอื่น ๆ เอาไว้เลย และจ่ายเบี้ยฯ เต็มในปีภาษีดังกล่าว จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน 20,000 บาท
A : ไม่ต้อง เพราะค่าสินไหมจากประกันชีวิตเป็นเงินชดเชย ไม่เข้าข่ายรายได้ที่ต้องเสียภาษี
A: ได้ โดยมีหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเช่นเดียวกับพ่อแม่ของเราเอง คือ สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาทต่อคนต่อปี หากพ่อแม่ของคู่สมรสมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา