ภาษีย้อนหลัง คืออะไร เช็กให้ชัวร์ก่อนโดนเรียกเก็บ

Posted On 28 มกราคม 2569
By Krungsri The COACH
เคยไหมที่คิดว่า รายได้แค่นี้คงไม่ต้องยื่นภาษีหรอก หรือรับเงินสดโอนเข้าบัญชี สรรพากรไม่มีทางรู้ หากคุณกำลังมีความคิดแบบนี้ อาจต้องรีบปรับความเข้าใจใหม่ เพราะความเข้าใจผิดเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ชื่อว่า
“ภาษีย้อนหลัง” ที่อาจทำให้เงินเก็บทั้งชีวิตหายวับไปกับตา ในบทความนี้ Krungsri The COACH จะพาไปไขข้อข้องใจว่า ภาษีย้อนหลังเกิดจากอะไร มีอายุความกี่ปี พร้อมวิธีเช็กสถานะตัวเองว่าเข้าข่ายเสี่ยงหรือไม่ และถ้าแจ็กพอตแตกโดนเรียกเก็บจริง ๆ จะมีทางออก และวิธีรับมืออย่างไร เพื่อให้คุณจัดการเรื่องภาษีได้อย่างมืออาชีพ เปลี่ยนเรื่องน่าปวดหัวให้กลายเป็นเรื่องที่จัดการได้
ภาษีย้อนหลังคืออะไร ทำไมสรรพากรถึงรู้รายได้ของเรา
ภาษีย้อนหลัง คือ การที่กรมสรรพากรตรวจสอบพบว่าผู้มีรายได้ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ยื่นไม่ครบถ้วน หรือแสดงข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงในอดีต จึงทำการเรียกเก็บภาษีส่วนที่ขาดไป พร้อมกับ “
เบี้ยปรับ” และ “
เงินเพิ่ม”
หลายคนสงสัยว่า
สรรพากรเอาข้อมูลมาจากไหน ? ในยุคปัจจุบันสรรพากรใช้ระบบ Data Analytics เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้าระบบ รวมถึงข้อมูลจากธนาคารตามกฎหมาย e-Payment ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลบัญชีที่มีการฝาก หรือรับโอนเงินถึงเกณฑ์ (3,000 ครั้งต่อปี หรือ 400 ครั้งต่อปี และมียอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป) ทำให้สรรพากรเห็นเส้นทางการเงินของเราได้ชัดเจนนั่นเอง
ภาษีย้อนหลังบุคคลธรรมดามีอายุความกี่ปี
โดยปกติแล้วเจ้าพนักงานสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบ แต่ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษี สามารถขยายเวลาตรวจสอบได้ถึง 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่น่ากลัวที่สุดอย่าง “
ผู้ที่ไม่เคยยื่นแบบภาษีเลย” หรือ “
มีเจตนาหนีภาษี” อายุความในการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจะยาวนานถึง 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ดังนั้นการยื่นภาษีให้ถูกต้องทุกปีจึงปลอดภัยที่สุด
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการโดนภาษีย้อนหลัง
กลุ่มที่มักตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ไม่ได้มีแค่นักธุรกิจรายใหญ่ แต่รวมถึงคนตัวเล็ก ๆ ที่อาจเผลอเรอหรือเข้าใจผิด ดังนี้
- ฟรีแลนซ์และคนรับจ้างอิสระ : ที่มักได้รับค่าจ้างแล้วถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (3%) ซึ่งข้อมูลถูกส่งไปที่สรรพากร แต่เจ้าตัวไม่ได้นำมายื่นภาษีปลายปี
- พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ : ที่มีรายการเงินเข้าบัญชีถี่ยิบจนเข้าเกณฑ์ e-Payment ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร
- Youtuber, Influencer, Streamer : ที่มีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งค่าโฆษณา ค่าสปอนเซอร์ หรือยอดโดเนท
- มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริม : ยื่นเฉพาะเงินเดือนประจำ แต่ลืมนำรายได้จากงานจ้างพิเศษมารวมคำนวณ
รวมสาเหตุที่ทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการจงใจหนีภาษี แต่เกิดจาก “
ความไม่รู้” หรือ “
ลืม” ซึ่งสาเหตุยอดฮิตมีดังนี้
- ยื่นรายได้ไม่ครบ : เช่น เปลี่ยนงานระหว่างปีแล้วยื่นรายได้เฉพาะที่ทำงานใหม่ ลืมนำรายได้จากที่ทำงานเก่ามารวม หรือมีรายได้หลายทางแต่ยื่นแค่ทางเดียว
- เข้าใจผิดเรื่องเกณฑ์รายได้ : คิดว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษี เลยไม่ “ยื่นแบบ” (ตามกฎหมายรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบ แม้จะไม่เสียภาษีก็ตาม)
- ใช้สิทธิลดหย่อนเกินจริง : กรอกลดหย่อนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ หรือใช้สิทธิผิดเงื่อนไข เช่น ซื้อกองทุนแต่ถือครองไม่ครบกำหนด
- ไม่รู้ว่ารายได้นี้ต้องเสียภาษี : เช่น รายได้จากเงินปันผลหุ้น, ดอกเบี้ยเงินฝากที่เกินเกณฑ์, หรือรางวัลจากการชิงโชค
วิธีการเช็กว่ามีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่
หากไม่แน่ใจว่าเรามีรายชื่ออยู่ในลิสต์ที่สรรพากรต้องการตัวหรือไม่ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ดังนี้
- รอรับหนังสือแจ้งเตือน : สรรพากรจะส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษี หรือหมายเรียกมาตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้
- ตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์ : เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) ล็อกอินเข้าระบบ e-Filing เพื่อเช็กประวัติการยื่นแบบ และสถานะทางภาษี
- สอบถามผ่าน Call Center : โทร 1161 ศูนย์สารนิเทศสรรพากร เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น
- ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ : เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองที่สำนักงานสรรพากรในเขตที่เรามีภูมิลำเนาอยู่
โดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อได้รับจดหมายรักจากสรรพากร สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “
ตั้งสติ” อย่าเพิ่งตื่นตระหนก และทำตามขั้นตอนนี้
- อ่านรายละเอียดในจดหมาย : ตรวจสอบว่าเป็นจดหมายเชิญพบ หรือหนังสือแจ้งการประเมินภาษี และตรวจสอบปีภาษีที่ระบุ
- รวบรวมเอกสารหลักฐาน : เตรียมหนังสือรับรอง 50 ทวิ สเตตเมนต์ (Bank Statement) ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการลดหย่อนต่าง ๆ ให้พร้อมที่สุด
- เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามนัด : ไปตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หากเป็นการเข้าใจผิดหรือข้อมูลคลาดเคลื่อน สามารถนำหลักฐานไปแย้งได้
- เจรจาประนอมหนี้ : หากตรวจสอบแล้วผิดจริง ให้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อหาแนวทางชำระเงินที่เหมาะสม
วิธีคิดภาษีย้อนหลัง และค่าปรับที่ต้องระวัง
สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวภาษี คือ “
ส่วนควบ” ที่งอกตามมา ซึ่งวิธีคิดภาษีย้อนหลังจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
- ภาษีที่ต้องจ่ายจริง : ยอดภาษีส่วนต่างที่คำนวณขาดไป
- เบี้ยปรับ : คิดเป็น 1 - 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย (สามารถขอลดหย่อนได้หากไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง)
- เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) : คิดในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องจ่าย (สูงสุดไม่เกินจำนวนภาษี) เริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดยื่น
- ค่าปรับอาญา : กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
FAQ ถาม-ตอบ : โดนภาษีย้อนหลัง ไม่มีเงินจ่าย ทำอย่างไร
“ได้” หากยอดภาษีที่ต้องชำระมีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระได้ 3 งวด (3 เดือน) โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องทำเรื่องขอผ่อนชำระตามขั้นตอนของสรรพากร และต้องจ่ายให้ตรงเวลาในแต่ละงวด
หากยอดเงินสูงมากจนผ่อน 3 งวดไม่ไหว ควรเจรจากับเจ้าหน้าที่เพื่อขอลดหย่อน “เบี้ยปรับ” (ส่วนเงินเพิ่ม 1.5% มักขอลดไม่ได้) จากนั้นควรมองหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำมาปิดยอดภาษีให้เร็วที่สุด เพื่อหยุดตัวเลข “เงินเพิ่ม” ที่เดินรายวันไม่ให้บานปลาย
โดยทั่วไปหากเป็นเพียงการขาดสภาพคล่อง ไม่มีเจตนาทุจริต จะเป็นความรับผิดทางแพ่ง คือต้องหาเงินมาจ่าย หรืออาจถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชีเพื่อชำระหนี้ ไม่ถึงขั้นติดคุก แต่โทษจำคุกจะมีไว้สำหรับกรณีที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอย่างร้ายแรง แจ้งความเท็จ หรือฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี
ไม่อยากโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ต้องทำอย่างไร
การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข วิธีที่ดีที่สุดคือการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ เก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไว้อย่างน้อย 5 ปี และศึกษา
วิธียื่นภาษีออนไลน์ เพื่อให้สามารถยื่นแบบได้ถูกต้อง รวดเร็ว นอกจากนี้ควรทำความเข้าใจเรื่อง
ภาษีขั้นบันได เพื่อให้คำนวณภาษีเบื้องต้นได้แม่นยำ และยื่นภาษีทุกปีแม้รายได้จะไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสรรพากร
การจัดการภาษีเป็นหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเตรียมความพร้อมและความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้เราไม่ต้องเผชิญกับปัญหาภาษีย้อนหลัง แต่หากพลาดไปแล้ว การมีสติและมีทางเลือกทางการเงินที่ดี จะช่วยให้คุณก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ และกลับมาวางแผนการเงินให้มั่นคงยิ่งขึ้นในอนาคต
Krungsri Prompt :
“ช่วยแนะนำวิธียื่นภาษีออนไลน์แบบละเอียด อธิบาย Step by Step อ่านแล้ว สามารถทำตามได้เลย”
อ้างอิง