แนะนำ 6 ทางรอดสำหรับคนหนี้เยอะแต่หาทางออกไม่ได้
รอบรู้เรื่องยืมเงิน

แนะนำ 6 ทางรอดสำหรับคนหนี้เยอะแต่หาทางออกไม่ได้

icon-access-time Posted On 25 กรกฎาคม 2569
By Krungsri The COACH
หากรู้สึกว่าเงินเดือนออกเมื่อไรก็หมดไปกับการจ่ายหนี้ จนเริ่มหมุนเงินไม่ทัน คุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงคนเดียว เพราะข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ว่าหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง บทความนี้ Krungsri The COACH จะพาคุณเรียนรู้ 6 วิธีแก้ปัญหาหนี้สินเยอะจนจ่ายหนี้ไม่ไหว พร้อมแนวทางจัดการหนี้ที่คุณสามารถทำตามได้เลย เพื่อให้วางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจและมีโอกาสกลับมาสร้างอิสรภาพทางการเงินอีกครั้ง

ปล่อยหนี้สินค้างไว้นานเสี่ยงเจออะไรบ้าง ?

ปล่อยหนี้สินค้าง

หลายคนเลือกไม่รับสายหรือหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเจ้าหนี้ เพราะกลัวว่าจะต้องเผชิญกับปัญหา แต่การรีบแก้หนี้และเจรจากับเจ้าหนี้ตั้งแต่ยังพอจ่ายไหว จะช่วยให้มีทางเลือกในการจัดการหนี้สินมากกว่าการปล่อยไว้จนสถานการณ์บานปลาย

หากปล่อยให้หนี้สินค้างชำระเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรง ดังต่อไปนี้
  • ประวัติการชำระหนี้เสียหาย : ข้อมูลการค้างชำระจะถูกรายงานไปยังเครดิตบูโร ทำให้การขอสินเชื่อหรือทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตกลายเป็นเรื่องยาก
  • ภาระหนี้พอกพูน : อัตราดอกเบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม และค่าติดตามทวงถามหนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนหนี้ก้อนเล็กขยายใหญ่ขึ้น
  • กระทบต่อการดำเนินชีวิต : การถูกติดตามทวงหนี้บ่อยครั้งสร้างความเครียด และส่งผลเสียต่อสมาธิในการทำงานรวมถึงชีวิตประจำวัน
  • เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง : สถาบันการเงินจะดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกร้องเงินคืน ซึ่งทำให้ต้องเสียทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และความสบายใจ
  • เข้าสู่กระบวนการบังคับคดี : ในกรณีร้ายแรงที่สุดหากแพ้คดีความ อาจนำไปสู่การยึดทรัพย์สินหรือการอายัดรายได้ตามขั้นตอนกฎหมาย

สรุปง่าย ๆ คือ ยิ่งแก้หนี้เร็ว โอกาสที่จะควบคุมสถานการณ์หนี้สินก็ยิ่งมีมากกว่า มาดูกันว่าทางรอดที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้มีอะไรบ้าง

6 ทางออกแก้หนี้ เปลี่ยนการเงินตึงมือให้กลับมาคล่องตัว

ทางออกแก้หนี้

หากกำลังมืดแปดด้าน และเฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า เป็นหนี้เยอะมากทําไงดี ? อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะปัญหาหนี้สินจัดการได้เสมอหากเริ่มแก้ให้ถูกจุด และนี่คือ 6 แนวทางรอดที่นำไปปรับใช้ได้จริงกับหนี้ทุกประเภท เพื่อกู้กระแสเงินสด และฟื้นฟูสภาพคล่องให้กลับคืนมาอีกครั้ง

1. เปิดใจคุยกับเจ้าหนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

 
คุยกับเจ้าหนี้ก่อน

เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าผ่อนชำระไม่ไหว สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเดินเข้าไปปรึกษาธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้โดยตรงเพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน การแสดงความบริสุทธิ์ใจจะช่วยให้ได้รับข้อเสนอช่วยเหลือ และมาตรการผ่อนปรนที่ดีก่อนที่หนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย

2. รวมหนี้หลายก้อนให้เหลือก้อนเดียว


การมีหนี้หลายก้อน ทำให้จำวันชำระแต่ละบิลได้ยาก และเสียดอกเบี้ยซ้ำซ้อน การรวบรวมยอดหนี้ทั้งหมดมารวมไว้ที่เดียวผ่านการขอสินเชื่อรวมหนี้ จะช่วยเปลี่ยนหนี้หลายสัญญาให้เหลือสัญญาเดียว ช่วยลดอัตราดอกเบี้ยรวมให้ต่ำลง และทำให้บริหารจัดการรายจ่ายในแต่ละเดือนง่ายขึ้นอย่างชัดเจน

3. ขอปรับโครงสร้างหนี้

 
ปรับโครงสร้างหนี้

การขอปรับโครงสร้างหนี้ คือ การเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญากู้ยืมเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระเงินในปัจจุบัน โดยสถาบันการเงินจะมีแนวทางช่วยเหลือที่หลากหลายตามสถานการณ์ ดังนี้
  • การเปลี่ยนประเภทหนี้ : เปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูง และจ่ายขั้นต่ำ ไปเป็นสินเชื่อระยะยาวที่มีกำหนดเวลา และค่างวดแน่นอน ช่วยลดภาระต่อเดือนลง
  • การขอลดอัตราดอกเบี้ย : เจรจาปรับลดดอกเบี้ยลงชั่วคราวเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้น
  • การพักชำระเงินต้น : จ่ายเฉพาะส่วนของดอกเบี้ยเพื่อลดรายจ่ายต่อเดือนชั่วคราวประมาณ 3-6 เดือน ในช่วงที่สภาพคล่องสะดุด
  • การขยายระยะเวลาชำระหนี้ : ยืดระยะเวลาผ่อนให้นานขึ้น เพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง ช่วยให้ผ่อนสบายไม่ตึงมือ

4. หยุดสร้างหนี้ก้อนใหม่


กฎเหล็กของการปลดหนี้คือ “ห้ามเพิ่มภาระตราบใดที่หนี้เก่าซ่อมยังไม่เสร็จ” ควรงดการรูดบัตรเครดิตหรือผ่อนสินค้าชิ้นใหม่ ยกเว้นกรณีเดียวคือการกู้เงินก้อนใหม่ที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามากเพื่อนำมาปิดหนี้ก้อนเก่าที่มีดอกเบี้ยแพง

5. มีเงินก้อนเมื่อไร รีบโปะทันที


เมื่อมีรายได้พิเศษเข้ามา เช่น เงินโบนัส เงินจากงานเสริม หรือเงินออมส่วนเกิน ควรกระจายเงินก้อนนี้ไปโปะหนี้ โดยเฉพาะหนี้ประเภทลดต้นลดดอก เพราะเงินส่วนเกินจะวิ่งไปตัดยอดเงินต้นโดยตรง ทำให้ดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลง และช่วยให้ปิดหนี้ได้ไวขึ้น

6. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก

 
ตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น

สำรวจพฤติกรรมการใช้เงินในแต่ละเดือนเพื่อค้นหา “รูรั่วทางการเงิน” จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียด แล้วเลือกตัดสิ่งฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็นออกไปชั่วคราว เพื่อเปลี่ยนเงินส่วนนั้นมาเป็นเงินก้อนในการเร่งเคลียร์หนี้ให้หมดเร็วขึ้น

สำหรับใครที่สำรวจตัวเองแล้วพบว่า ปัญหาหลักเกิดจากการมีหนี้หลายก้อนจนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มหมุนเงินไม่ทัน การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อรวบยอดหนี้ ถือเป็นทางออกที่คุ้มค่า เพราะช่วยให้บริหารหนี้ได้ง่ายขึ้น และอาจช่วยลดภาระดอกเบี้ยรวมได้

Krungsri The COACH แนะนำ : รวมหนี้เป็นก้อนเดียว จัดการง่ายในที่เดียว

ถ้าปัญหาหลักของคุณคือ “หนี้กระจายหลายที่จนหมุนไม่ทัน” การรวมหนี้คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์ที่สุด Krungsri The COACH ขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียวที่ช่วยให้ชีวิตการเงินคุณเบาขึ้น
  • ลดภาระดอกเบี้ย : เปลี่ยนจากดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่สูง มาเป็นดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลที่มักต่ำกว่า
  • จ่ายที่เดียว จบ : ไม่ต้องปวดหัวจำหลายวันจ่าย เหลือสัญญาเดียว ค่างวดเดียว
  • เลือกผ่อนได้ตามกำลัง : ปรับค่างวดต่อเดือนให้เบาลง มีเงินสดเหลือหมุนในชีวิตประจำวันมากขึ้น
  • ยื่นกู้ง่ายผ่านแอปฯ : สมัครสะดวก รวดเร็ว ผ่าน krungsri app ได้เลย
 
สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

กู้เท่าที่จำเป็นและชําระคืนไหว | อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกปกติ 21% - 25% ต่อปี*

*ศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเติมที่ www.krungsri.com


ปัญหาหนี้สินแก้ได้เสมอ ถ้ารู้ทันสัญญาณ และลงมือเร็ว เริ่มจากกล้าคุยกับเจ้าหนี้ หยุดก่อหนี้ใหม่ และวางแผนปิดหนี้อย่างมีวินัย และถ้าหนี้หลายก้อนเริ่มรัดตัวจนหมุนไม่ทัน การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวก็เป็นตัวช่วยที่น่าพิจารณา Krungsri The COACH ขอเป็นกำลังใจให้คุณก้าวผ่านช่วงนี้ไปได้ และใครที่ยังไม่รู้จะปรึกษาใคร เข้ามาคุยกับธนาคารกรุงศรีฯ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ

Krungsri Prompt : ให้ AI ต่อยอดไอเดียจากบทความนี้

ฉันอ่านบทความวิธีปลดหนี้ของ Krungsri The COACH จบแล้ว มีความสนใจที่จะขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ช่วยแนะนำหน่อยว่า การปรับโครงสร้างหนี้มีวิธีอะไรบ้าง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร แต่ละวิธีเหมาะกับสถานการณ์แบบไหน โดยขอแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือด้วย
พิมพ์สิ่งที่ต้องการค้นหา