วางแผนเกษียณอย่างไรดี? สำหรับ LGBTQ

Posted On 02 มีนาคม 2569
By Krungsri The COACH
เกษียณอย่างมีสไตล์ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน และมีอิสระในแบบที่เราเลือกเอง ถ้าคุณเป็น LGBTQ และเคยมีคำถามเกิดขึ้นในใจ “เราไม่มีลูก จะพึ่งใครตอนแก่ ? ไม่สบายใครจะดูแล” หรือ “อยากใช้ชีวิตดี ๆ แต่กลัวเงินไม่พอ แก่แล้วยังต้องทำงานอีกมั้ยเนี่ย” LGBTQ ควรวางแผนเกษียณโดยเตรียมเงินก้อนรวมอย่างน้อย 20 ปี เพราะมีแนวโน้มต้องพึ่งพาตัวเองมากกว่าคนที่มีครอบครัว
ค่าใช้จ่ายตอนเกษียณมีอะไรบ้าง*
- ค่าใช้จ่ายประจำ หรือ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร , ของใช้ , ค่าเดินทาง, ค่าที่อยู่อาศัย รวมถึงค่าสาธารณูปโภค โดยค่าใช้จ่ายประมาณการอยู่ที่ 15,000 – 30,000 บาทต่อเดือน และถ้าเราอายุมากไม่มีคนดูแล ก็ต้องไปพักที่เนิร์สเซอรี่ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย เริ่มต้น 30,000 บาทต่อเดือน
- ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ยิ่งอายุมากก็จะมีค่าใช้จ่ายทางด้านนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าฟิตเนส ค่าอาหารเสริม โดยค่าใช้จ่ายประมาณการอยู่ที่ 10,000 – 20,000 บาทต่อเดือน
- ค่าใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต เป็นเงินสำหรับใช้จ่ายตามความต้องการหรือตามความฝัน ท่องเที่ยว , งานอดิเรก , งานสังคม หรือ ใช้จ่ายในกลุ่ม Wellness รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับคนที่มีคู่ชีวิต โดยค่าใช้จ่ายประมาณการอยู่ที่เดือนละ 5,000 – 10,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายสุดท้ายที่มักถูกมองข้าม เพื่อไม่เป็นภาระคนข้างหลัง หรือไม่มีญาติ จะได้จากโลกนี้ไปอย่างสบายใจ ควรเตรียมเงินก้อนไว้ สำหรับ ค่าใช้จ่ายพิธีกรรมทางศาสนา ควรเตรียมเงินก้อนอย่างน้อย 50,000 – 100,000 บาท
สรุปค่าใช้จ่ายสำหรับเตรียมตัวเกษียณ
*ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นการประมาณการ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายของแต่ละบุคคลแตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์
อยากมีเงินใช้เท่านี้ ต้องเก็บเดือนละเท่าไร ?
จากตารางด้านบน เงินที่เก็บในการเก็บเพื่อเกษียณอาจจะดูสูง แต่อย่าลืมว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน จะมีการเก็บเงินระหว่างทางอย่าง Provident Fund กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งอัตราค่าเฉลี่ยคนส่วนใหญ่จะมีเงินเก็บยามเกษียณอยู่ที่ 2 ล้านบาท (**มูลค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพคำนวณจาก อัตราเงินเดือนเฉลี่ย 30 ปี ที่ 60,000 บาทต่อเดือน อัตราการเงินสะสมของพนักงานอยู่ที่ 5% และอัตราเงินสมทบของบริษัทอยู่ที่ 5%)
เทคนิคการเก็บเงินเพิ่มเพื่อให้ถึงเป้าหมาย
1. เพิ่มอัตราเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Provident Fund
สำหรับพนักงานประจำ การเพิ่มอัตราเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Provident Fund เป็นวิธีการออมที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นการเก็บทุกเดือน เมื่อเราปรับเพิ่มสัดส่วนการเก็บเพียงเล็กน้อย เงินสะสมระยะยาวก็จะเพิ่มขึ้นได้มาก และที่สำคัญ นายจ้างยังช่วยสมทบเงินให้อีกด้วย เหมือนเราได้เงินเดือนเพิ่มเลย ทำให้เงินเก็บโตเร็วขึ้นมากแบบมีคนมาช่วยกันเก็บ เหมาะกับคนที่อยากสร้างวินัยทางการเงินโดยไม่ต้องคอยเตือนตัวเองบ่อย ๆ
Tip: ทุกครั้งที่เงินเดือนปรับขึ้น ควรเพิ่มอัตราการสมทบ 1–2% หรือ ปรับเป็นอัตราสมทบที่สูงสุด เพื่อเร่งให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น
2. เก็บเงินโดยลงทุนในกองทุน Thai ESG พร้อมรับผลประโยชน์ทางภาษี
การลงทุนในกองทุน
Thai ESG*** เหมาะกับคนที่อยากลงทุนระยะกลาง ๆ ประมาณ 5 ปีขึ้นไป เป็นการเก็บเงินที่ได้ประโยชน์ 2 ต่อ
- ต่อแรก คือเงินที่ลงทุนจะได้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ซึ่งเงินคืนภาษีนี้ช่วยเพิ่มยอดเงินเก็บของเรา เราสามารถนำไปลงทุนต่อยอดเงินเก็บได้อีก
- ต่อที่ 2 ผู้ลงทุนต้องถือกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ เป็นการลงทุนระยะกลาง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโต ทำให้เราได้รับผลตอบแทนที่ดีจากเงินลงทุน ช่วยให้เงินเก็บของเรางอกเงยยิ่งขึ้น
Tip: วางแผนลงทุนแบบ
รายเดือน DCA เพื่อเฉลี่ยต้นทุน ช่วยสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าและมั่นคงมากขึ้น
3. RMF ตัวช่วยเก็บเงินเกษียณให้ถึงเป้าหมาย
RMF (กองทุนรวมเพื่อการเกษียณ)*** เป็นการลงทุนที่ได้ประโยชน์ 2 ต่อ เหมือนกับกองทุน Thai ESG ต่างกันที่ระยะเวลาการลงทุนกองทุนที่ต้องถือครองยาวกว่า คือ จะขายได้เมื่ออายุ 55 ปี และซื้อกองทุน RMF มามากกว่า 5 ปีแล้ว โดยต้องซื้ออย่างน้อยปีเว้นปี เพื่อรับสิทธิการลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ ซึ่งการลงทุนในระยะยาวนี้ช่วยเพิ่มโอกาสที่เงินเกษียณของเราเติบโตได้ดียิ่งขึ้น และเราสามารถเลือกประเภทกองทุน RMF ได้หลากหลาย ทั้งที่ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือกองทุนผสม
Tip: ตั้งเป้าลงทุนทุกปีอย่างสม่ำเสมอ มีมากก็ลงทุนมาก ปีไหนมีเงินเหลือน้อย ก็ลงทุนน้อยได้ ช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตของเงินได้อย่างมั่นคง
4. ประกันสะสมทรัพย์ ช่วยเก็บเงิน (เสนอปรับแก้เป็น เช่น พร้อมความคุ้มครองชีวิต) เหมาะกับคนที่มีคนต้องดูแล
ประกันสะสมทรัพย์ เหมาะกับคนที่อยากเก็บเงินแบบสบายใจ และมีวินัยการเก็บโดยอัตโนมัติ ผู้เอาประกันจะจ่ายเบี้ยประกันตามงวดที่กำหนด เมื่อครบสัญญาจะได้รับเงินก้อนตามที่ตกลงไว้ พร้อมความคุ้มครองชีวิตระหว่างทาง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันทำให้เราต้องจากไป คนข้างหลังที่เราห่วงใยจะได้รับเงินก้อนนั้นไว้ดูแลตัวเองได้ ดังนั้น จึงอยากแนะนำประกันสะสมทรัพย์สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีคนที่เราเป็นห่วงและต้องคอยดูแล เพียงเก็บเงินเริ่มต้น 8,000 บาทต่อปี เป็นเวลา 10 ปี*****
ตัวอย่าง ผู้เอาประกันภัยเพศชาย อายุ 40 ปี จ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 8,000 บาท รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา (กรณีเงินปันผล คำนวณโดยใช้อัตราผลตอบแทน 4.0% คงที่ตลอดสัญญา) จะได้ประมาณ 1 แสนบาท เริ่มเก็บได้แล้วกับ
กรุงศรีประกันสะสมทรัพย์ เพื่อคุณและคนที่คุณรัก พลัส 20/10 (+)****
Tip: เลือกแบบประกันที่เบี้ยประกันสอดคล้องกับเงินที่เราเตรียมจะเก็บสะสม เพื่อให้สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ต่อเนื่องตามสัญญา เมื่อมีเงินเหลือเพิ่ม ค่อยซื้อแบบประกันเพิ่มเติมในภายหลังได้
สำหรับชาว LGBTQ ที่ยังลังเลหรืออยากเริ่มแต่ไม่แน่ใจว่าควรเก็บเงินแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณจริง ๆ ที่ธนาคารกรุงศรี เรามีทีมที่ปรึกษาทางการเงิน Plan your Money ที่ช่วยให้คำแนะนำกับคุณแบบส่วนตัวได้ โทร 02-296-5959 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น. หรือ
ฝากข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
สุดท้าย “ไม่มีคำว่าสายเกินไป” สำหรับการเก็บเงินเพื่อการเกษียณ แนะนำให้เริ่มเลย...วันนี้ เริ่มไวกว่าก็จะมีเวลาในการสะสมเงินได้มากกว่า ได้เงินเกษียณก้อนโตกว่า ไว้ใช้จ่ายได้สบายตัว
***ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน • RMF ลงทุนเพื่อเกษียณอายุ • Thai ESG เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาว และสนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน *RMF ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ได้แก่, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, ประกันชีวิตแบบบำนาญ,กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือ กองทุนการออมแห่งชาติ
****•รับประกันโดย บมจ.อลิอันซ์ อยุธยาประกันชีวิต •ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันภัย เป็นผู้นําเสนอผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต และรับชําระค่าเบี้ยประกันภัยเท่านั้น •เบี้ยประกันภัยจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเพศ อายุ จำนวนเงินเอาประกันภัย และงวดการชำระเบี้ยฯ •ศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้จากสื่อต่าง ๆ ของธนาคาร •เงื่อนไข ความคุ้มครองและผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย •ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจสมัครทำประกันภัย
*****•การันตีเงินคืน 1% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทุกปี ตั้งแต่ปีที่ 1 – 19 เมื่อครบสัญญารับเงินก้อน 150% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือ 101% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด อีกทั้งมีโอกาสรับเงินปันผลรายปี และเงินปันผลเมื่อครบสัญญา
•กรณีเสียชีวิตรับ 160% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมกับ 100% ของเงินปันผลกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต (ถ้ามี) หรือ เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ รวมกับเงินปันผลกรณีเวนคืนกรมธรรม์ (ถ้ามี) หรือ 101% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด รับเพิ่มอีก 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
•นอกจากนี้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับการยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย และได้รับเงินคืนเท่ากับจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับการยกเว้น