วัยรุ่นลงทุนกองทุนรวมดีอย่างไร ?
4 เหตุผลดีๆ ทำไมควรลงทุนกองทุนรวม นอกจากโอกาสสร้างเงินงอกเงย แล้วมีอะไรอีกบ้าง…
โอกาสให้เงินทำงาน
ชนะเงินฝาก
มือใหม่สบายใจ
มืออาชีพดูแล
มีกองทุนหลากหลาย
เลือกได้ตามใจ
งบน้อย ก็ลงทุนได้
เริ่มต้น 500 บาท
เปิดบัญชี ซื้อ-ขายกองทุนได้ง่ายๆ ผ่าน krungsri app สะดวก ไม่ต้องไปสาขา
กองทุนรวมคืออะไร ?
"กองทุนรวม" ทางเลือกเก็บเงินฉบับวัยรุ่น ใครอยากเริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่วัยเรียนไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับมือใหม่ที่อยากลงทุน หรือกำลังหาวิธีเก็บเงินให้งอกเงย
ขอแนะนำ "กองทุนรวม" (Mutual Fund) เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ เพราะเริ่มต้นเพียง 500 บาท ทั้งยังสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย ตามประเภทกองทุน นโยบายการลงทุน หรือความเสี่ยงที่รับได้
กองทุนรวม คือ การรวมเงินทุนจากผู้ลงทุนหลายรายมารวมกันให้เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการลงทุน นำเงินกองทุนนั้นไปลงทุนตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนงอกเงย
นักศึกษาลงทุนอะไรดี ?
ถ้าเริ่มสนใจลงทุนในกองทุนรวมกันแล้ว ก่อนจะลงทุนสิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือกองทุนรวมนั้นมีหลายประเภท
แต่ละประเภทมีนโยบายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป
เราควรพิจารณาจากนโยบายและความเสี่ยงที่รับได้ก่อนว่าสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของเราหรือไม่
โดยประเภทของกองทุนรวม มีดังต่อไปนี้
กองทุนรวมความเสี่ยงต่ำ
กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)
กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้คุณภาพดีที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่อง ไม่ต้องการสูญเสียเงินต้น
แต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์ทั่วไป และผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
กองทุนรวมความเสี่ยงปานกลาง
กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund)
กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง
ตั๋วแลกเงิน ตลอดจนหุ้นกู้ของภาคเอกชน เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ
คาดหวังความสม่ำเสมอของผลตอบแทน ทั้งนี้ราคาของกองทุนตราสารหนี้อาจมีความผันผวนได้ตามภาวะตลาด ดังนั้น
การลงทุนควรเป็นไปตามระยะเวลาที่แนะนำ เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลาง ควรลงทุนอย่างน้อย 1 ปี
กองทุนรวมผสม (Mixed Fund)
กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์อื่นๆ ดังนั้น
ผลตอบแทนที่กองทุนได้รับและความเสี่ยงของการลงทุนจะแตกต่างไปตามสัดส่วนการลงทุนของแต่ละตราสาร
เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ระดับปานกลางค่อนข้างสูง
หรือต้องการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ภายในกองทุนเดียว
โดยมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ให้เหมาะกับแต่ละภาวะตลาด
กองทุนรวมความเสี่ยงสูง
กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) หรือกองทุนรวมหุ้น
กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ
หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (Warrant) รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น ๆ
กองทุนรวมหุ้นจะถูกกำหนดให้มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอย่างน้อย 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เนื่องจากการลงทุนในหุ้นมีความผันผวนซึ่งนำไปสู่ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ดังนั้น
กองทุนรวมหุ้นจึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถลงทุนระยะยาวได้
และเข้าใจว่าการขาดทุนระยะสั้นอาจเกิดขึ้นได้
กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund: FIF)
กองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ซึ่งมีนโยบายให้เลือกลงทุนหลากหลาย เช่น
กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ กองทุนหุ้นต่างประเทศ
ความเสี่ยงของกองทุนก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน และเนื่องจากแต่ละประเทศมีสภาพเศรษฐกิจ สังคม
และการเมืองแตกต่างกัน การเลือกลงทุนใน FIF จึงเป็นการกระจายความเสี่ยง ทั้งนี้
นักลงทุนยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงเรื่องการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment)
กองทุนรวมที่ลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกต่างๆ เช่น หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันดิบ ทองคำ กองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงมาก
เนื่องจากทรัพย์สินที่ไปลงทุนอาจมีความผันผวนของราคาสูงมาก หรืออาจไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย
หรือราคาอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่นๆ จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ลงทุนได้ในระยะยาว
และต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ไปลงทุน
กองทุนรวมสำหรับลดหย่อนภาษี
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมและเตรียมความพร้อมสำหรับการเกษียณอายุ
โดยผู้ลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่ลงทุนจริงสูงสุดไม่เกิน 30%
ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี โดยเมื่อนับรวมกับเงินลงทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ* ต้องไม่เกิน
500,000 บาท RMF มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย ตั้งแต่การลงทุนในตลาดเงิน ตราสารหนี้ ตราสารผสม
และหุ้นทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นผู้ลงทุนสามารถเลือกออมเงินลงทุนตามความเสี่ยง ความคาดหวังในผลตอบแทน
และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง ดังนั้น RMF
จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนทุกประเภทที่สามารถลงทุนระยะยาวได้
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
กองทุนรวม Thai ESG คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้น ESG ของไทย หรือลงทุนในตราสารหนี้ด้านความยั่งยืนของไทย
(ESG Bond) กองทุน Thai ESG
จึงนับเป็นทางเลือกในการลงทุนของนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
เพราะหากมีการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนแล้ว ก็มีโอกาสจะส่งผลโดยตรงต่อการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนของบริษัทตามไปด้วย
และที่สำคัญการลงทุนในกองทุน Thai ESG จะได้รับการสนับสนุนการยกเว้นภาษีอีกด้วย
โดยผู้ลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่ลงทุนจริงสูงสุดไม่เกิน 30%
ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
*การออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ได้แก่ RMF, กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ,
กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมกันต้องไม่เกิน
500,000 บาทต่อปี