แนวคิดการยกระดับสถานะสัตว์เลี้ยงให้เป็นเสมือน “ลูก” หรือ “สมาชิกในครอบครัว” (Pet Humanization) ได้รับความนิยมมากขึ้น สะท้อนผ่านความต้องการสินค้าและบริการระดับพรีเมียมที่มุ่งส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Pet Longevity)
อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงบางส่วนอาจไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยร้ายแรงของสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเข้ามามีบทบาทสนับสนุนการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นประกันสัตว์เลี้ยงที่ช่วยบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า หรือบัตรเครดิตและสินเชื่อที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ จีน และไทย ต่างมีแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้แตกต่างกันตามบริบทของตลาด โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนให้เจ้าของสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นเสมือนสมาชิกของครอบครัวได้อย่างเหมาะสมตลอดช่วงชีวิต
สำหรับประเทศไทย แนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากจำนวนสุนัขและแมวมีเจ้าของที่เพิ่มขึ้นจาก 4.7 ล้านตัวในปี 2565 เป็น 7.3 ล้านตัวในปี 2569 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 11.6% ต่อปี (CAGR)3/ สวนทางกับจำนวนเด็กเกิดในไทย ปี 2568 ที่มีเพียง 416,517 คน ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 25664/ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างครอบครัวและค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยทำงานที่มีกำลังซื้อหลัก ปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของวิจัยกรุงศรี (2569)5/ ที่พบว่าราวครึ่งหนึ่งของกลุ่มคนโสด (SINK) หรือกลุ่มที่แต่งงานแล้วและไม่มีลูก (DINK) ในวัย 24-44 ปี “ไม่ต้องการมีลูก” รวมถึงผลสำรวจของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)6/ ซึ่งพบว่า 49% ของกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24-41 ปี ต้องการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นลูก (Pet parents) ชี้ให้เห็นว่า สัตว์เลี้ยงถูกยกสถานะให้กลายเป็น “ลูก” หรือสมาชิกในครอบครัวที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เสมือนมนุษย์ (Pet Humanization)
ทัศนคติของผู้เลี้ยงที่มองสัตว์เลี้ยงเสมือนลูกหรือสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงยกระดับสู่กลุ่มพรีเมียมมากขึ้น และขยายจากการส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนไปสู่ “การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Pet Longevity)”
ในกลุ่มอาหารและยารักษาโรค ผู้เลี้ยงในไทยให้ความสำคัญกับการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Care) และการดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) มากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันผู้ผลิตอาหารสัตว์พัฒนาสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว เช่น
อาหารสัตว์ที่ทำจากวัตถุดิบระดับเดียวกับอาหารมนุษย์ โดยไม่ผสมวัตถุดิบที่เป็นผลพลอยได้จากสัตว์ (Animal by-product) พร้อมข้อมูลด้านโภชนาการที่ชัดเจน โปร่งใสและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
อาหารที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (Functional Food) เช่น ขนมที่เป็นอาหารเสริม อาหารสูตรโปรตีนเดี่ยว (Single Protein)7/ ที่ลดโอกาสแพ้อาหารและช่วยให้สัตวแพทย์วิเคราะห์ต้นตอของส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ หรืออาหารกลุ่มที่ช่วยรักษาหรือประคับประคองโรคโดยเฉพาะ (Therapeutic Diet)
อาหารสัตว์ที่พัฒนาให้สอดคล้องกับ “ไลฟ์สไตล์” และความต้องการที่แตกต่างกันของสัตว์เลี้ยงแต่ละกลุ่ม เช่น อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงระบบปิดซึ่งต้องการพลังงานต่ำ อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงอายุที่เสี่ยงต่อปัญหาข้อต่อเสื่อม หรืออาหารเม็ดขนาดพิเศษสำหรับสุนัขที่มีฟันขนาดเล็ก
นอกจากด้านโภชนาการแล้ว การดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์ Longevity ยังครอบคลุมการดูแลเชิงป้องกัน โดยปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพของมนุษย์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้บริการสุขภาพแก่สัตว์เลี้ยง เช่น บริการพบสัตวแพทย์ทางไกล (Veterinary telemedicine service หรือ Televet) เป็นบริการที่เจ้าของสามารถปรึกษาอาการผิดปกติที่ไม่ร้ายแรงกับสัตวแพทย์ได้ผ่านการประชุมทางไกลโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งในไทยมีบริการครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัข แมว และกลุ่มสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Exotic)8/ โดยผู้ให้บริการมีทั้งสถานพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างเจ้าของสัตว์เลี้ยงกับสถานพยาบาลสัตว์ที่ไม่มีระบบ Televet เป็นของตนเอง
ในประเทศไทยยังมีบริการเทคโนโลยีการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดสัตว์เลี้ยงหรือสเต็มเซลล์ (Stemcell)9/ ซึ่งผู้ให้บริการระบุว่าเป็นเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อใช้ฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคบางกลุ่ม เช่น ภาวะข้อเสื่อม โดยบริการครอบคลุมทั้งการเก็บ เพาะเลี้ยง และเก็บรักษาสเต็มเซลล์ ไปจนถึงบริการฟื้นฟูร่างกายด้วยเซลล์บำบัด (Cell Therapy) จากเซลล์จากสัตว์เลี้ยงเองหรือจากสัตว์ตัวอื่นที่สายพันธุ์เดียวกัน10/ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA) องสัตว์เลี้ยงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม โดยครอบคลุมทั้งโรคสมอง หลอดเลือด ตา และหัวใจ ซึ่งช่วยให้เจ้าของวางแผนดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเชิงป้องกันและเฝ้าระวังโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ11/
ในอดีตการเลี้ยงสัตว์มักจำกัดเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทบ้านที่มีพื้นที่เพียงพอ ขณะที่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มักไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ครอบครัวเดี่ยวและการอยู่อาศัยคนเดียวมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความต้องการเลี้ยงสัตว์ในที่อยู่อาศัยรูปแบบคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หันมาพัฒนาโครงการรองรับการเลี้ยงสัตว์ (Pet-friendly) มากขึ้น12/ โครงการดังกล่าวมักจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น พื้นที่ส่วนกลางสำหรับเดินเล่น พื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง ตลอดจนกฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกบ้านและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์การเลี้ยงสัตว์มากขึ้น อาทิ วัสดุปูพื้นที่มีคุณสมบัติกันลื่น สีหรือสารเคลือบผนังที่ทำความสะอาดง่าย วัสดุกรุห้องที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากสัตว์เลี้ยง ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนหรือออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้ใช้พื้นที่ร่วมกัน (ภาพที่ 2)

นอกจากภาคที่อยู่อาศัย พื้นที่เมืองยังมีบริการที่เอื้อให้เจ้าของได้ทำกิจกรรมและใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยครอบคลุมทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงร่วมเดินทางได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตั้งแต่ปี 2567 รวมถึงธุรกิจโรงแรมที่เปิดรับสัตว์เลี้ยงพร้อมจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น สอดคล้องกับข้อมูลจาก Agoda (2568)13/ ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีการค้นหาที่พักแบบ Pet-friendly สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รองลงมาคือเกาหลีใต้และไต้หวัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทาง Gen Y และ Gen Z สะท้อนความต้องการของคนรุ่นใหม่ในการใช้ชีวิตและเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกของครอบครัว
ผู้เลี้ยงสัตว์มักตระหนักถึงค่าใช้จ่ายประจำตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเลี้ยง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร อุปกรณ์ของใช้ และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงบางส่วนอาจไม่ได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การประสบอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยเฉียบพลัน นอกจากนี้ ผลสำรวจจากธนาคาร Synchrony (2568)14/ ยังระบุว่าผู้เลี้ยงมีแนวโน้มประเมินค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลตลอดช่วงชีวิตของสัตว์เลี้ยงต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะขาดความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราค่ารักษาสัตว์เลี้ยง ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ในระดับสูงเนื่องจากไม่มีระบบประกันสุขภาพรองรับเช่นเดียวกับมนุษย์ จึงไม่ได้เตรียมความพร้อมด้านการเงินอย่างเพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงการรักษาล่าช้าหรือไม่เหมาะสม ไปจนถึงกรณีรุนแรงที่นำไปสู่การทอดทิ้งหรือการยุติการรักษาเนื่องจากข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์15/
ดังนั้น ท่ามกลางภาวะที่ราคาสินค้า บริการ และค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ผู้ให้บริการด้านการเงินจึงมีบทบาทในการพัฒนาแนวทางเพื่อช่วยจัดสรรค่าใช้จ่ายและช่วยให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงการรักษาพยาบาลในยามจำเป็น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง ได้แก่ ประกันสัตว์เลี้ยงที่ช่วยให้เจ้าของบริหารความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุได้ล่วงหน้า ในขณะที่บัตรเครดิตและสินเชื่อช่วยจัดสรรค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว โดยผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีจุดเด่นและบทบาทที่ต่างกัน ดังนี้
1) ประกันสัตว์เลี้ยง เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยงคล้ายกับประกันสุขภาพของมนุษย์ โดยผู้ให้บริการมักนำเสนอแผนความคุ้มครองหลายระดับ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น วงเงินคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกัน จุดเด่นสำคัญคือช่วยให้ผู้เลี้ยงสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และช่วยเพิ่มโอกาสให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นโดยไม่กระทบต่อแผนการเงินเดิม
2) บัตรเครดิต เป็นสินเชื่อหมุนเวียนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง โดยมีทั้งบัตรเครดิตที่ออกแบบสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ และบัตรเครดิตทั่วไปที่รองรับการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าว ซึ่งอาจมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ส่วนลด คะแนนสะสมพิเศษ หรือความคุ้มครองเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
3) สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นทางเลือกสำหรับจัดสรรค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว โดยอาจอยู่ในรูปสินเชื่อเฉพาะที่ชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่สถานพยาบาลสัตว์โดยตรง หรือสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไปที่ผู้กู้สามารถเลือกชำระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่าสินค้า บริการ หรือค่ารักษาพยาบาล ภายใต้เงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย
ตลาดผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับสัตว์เลี้ยงในแต่ละประเทศมีระดับการพัฒนาและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ขณะที่จีนและไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินส่งผลให้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละประเทศมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
จุดเด่นของระบบการรับชำระค่าบริการของสถานพยาบาลสัตว์ในสหรัฐฯ คือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความหลากหลายและครอบคลุมความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างรอบด้าน อีกทั้งยังรองรับสัตว์เลี้ยงหลายประเภทนอกเหนือจากสุนัขและแมว โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ มีแนวทางการจัดการค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงนอกเหนือจากการชำระโดยตรง ดังนี้
1) ประกันสัตว์เลี้ยง
ประกันสัตว์เลี้ยงเป็นแนวทางการจัดการค่ารักษาสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 เบี้ยประกันรับสุทธิ (Net Premiums) มีมูลค่ารวม 3,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 11% เมื่อเทียบกับปี 2567 และมีอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลักเช่นนี้ทุกปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 256116/ อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 มีสัตว์เลี้ยงเพียง 3.9% ที่อยู่ในระบบประกัน17/ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดประกันสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ยังมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต
ในสหรัฐฯ มีแผนการคุ้มครองหลัก 2 ประเภท คือ (1) คุ้มครองค่ารักษาจากอุบัติเหตุเท่านั้น และ (2) คุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย นอกจากนี้ แผนการคุ้มครองและเบี้ยประกันรายเดือนจะแตกต่างกันไปตามรายละเอียด เช่น วงเงินคุ้มครองรายปี (Annual Coverage Limit) อัตราส่วนร่วมจ่ายของบริษัทประกันที่เจ้าของจะได้รับคืน (Reimbursement level) ซึ่งมีตั้งแต่ระหว่าง 70%-90%18/ และค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่เจ้าของต้องชำระเอง (Deductible) ซึ่งอยู่ที่ราว 100-250 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเบี้ยประกันจะแปรผันไปตามวงเงินคุ้มครองรวมและอัตราส่วนร่วมจ่ายของบริษัทประกัน แต่จะแปรผกผันกับค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่เจ้าของต้องชำระเอง กล่าวคือ เบี้ยประกันจะสูงขึ้นเมื่อวงเงินคุ้มครองและอัตราส่วนร่วมจ่ายที่บริษัทประกันรับผิดชอบสูง หรือเมื่อค่าใช้จ่ายส่วนแรกต่ำ ทั้งนี้ อัตราเบี้ยประกันยังขึ้นอยู่กับประเภทสัตว์เลี้ยง สายพันธุ์ อายุ และเพศของสัตว์เลี้ยงด้วย19/ และมักมีระยะเวลารอคอย (Waiting period) ที่บริษัทยังไม่คุ้มครองราว 14 วันแรกสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป
นอกจากนี้ ระบบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลมี 2 รูปแบบ คือ (1) ระบบที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วจึงเบิกจากบริษัทประกันภายหลัง (Reimbursement Policy) และ (2) ระบบจ่ายตรง (Direct Payment) ที่บริษัทประกันจะเชื่อมต่อข้อมูลกับสถานพยาบาลสัตว์และชำระค่าใช้จ่ายให้แก่สถานพยาบาลโดยตรง แต่จำกัดเฉพาะสถานพยาบาลสัตว์ที่เข้าร่วมกับบริษัทประกันเท่านั้น
เนื่องจากตลาดประกันสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่และมีผู้เล่นจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันสูงตามไปด้วย ผู้เล่นในตลาดจึงต้องพัฒนากลยุทธ์เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งหรือดึงดูดลูกค้าด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้
มีระบบ Televet ให้เจ้าของสามารถปรึกษาสัตวแพทย์ทางไกลเพื่อคัดกรองอาการสัตว์เลี้ยงได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่เจ้าของแล้ว ยังช่วยลดการใช้บริการที่สถานพยาบาลสัตว์เลี้ยงโดยไม่จำเป็น ซึ่งช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทประกันอีกทางหนึ่ง
เปิดให้เจ้าของสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มการคุ้มครองจากแผนประกันพื้นฐานได้ เช่น เพิ่มการคุ้มครองพิเศษที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำอย่างการตรวจสุขภาพและค่าวัคซีนประจำปี ค่าใช้จ่ายในการตามหาสัตว์เลี้ยงที่สูญหาย ค่าตรวจข้อมูลพันธุกรรมเพื่อวัดความเสี่ยงการเจ็บป่วยในอนาคต หรือค่าใช้จ่ายสำหรับการบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อให้พิจารณาอนุมัติคำร้องขอค่าชดเชยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น บริษัท Trupanion (2566) ได้พัฒนา AI เพื่อประมวลผลและอนุมัติคำร้อง ซึ่งช่วยลดเวลาการพิจารณาคำร้องเหลือเพียงไม่กี่วินาที
ขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ด้วยการเสนอส่วนลดเบี้ยประกันสัตว์เลี้ยงในรูปแบบสวัสดิการทางเลือกสำหรับพนักงานขององค์กรขนาดใหญ่ เช่น บริษัท Amazon และบริษัท Nestlé Purina โดยนายจ้างไม่ต้องรับภาระค่าเบี้ยหรืออาจสมทบให้บางส่วน แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนการมีลูกมากขึ้น20/
2) บัตรเครดิต
ในสหรัฐฯ นอกเหนือจากบัตรเครดิตทั่วไปแล้ว ยังมีบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ และมีรูปแบบการชำระเงินพิเศษที่ช่วยให้เจ้าของสามารถทยอยจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ในระยะยาว ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น บัตรเครดิต CareCredit ของธนาคาร Synchrony ที่เน้นดูแลค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ตอกย้ำมุมมอง Pet Humanization โดยครอบคลุมสัตว์เลี้ยงทั่วไป เช่น สุนัขและแมว ไปจนถึงม้าและกลุ่ม Exotic
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ บัตรเครดิต All Pet ของธนาคาร Comenity Capital ที่รองรับการชำระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้นโดยไม่สามารถนำไปชำระค่าใช้จ่ายกลุ่มอื่นได้ โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ทั้งค่าบริการฝึกสัตว์เลี้ยง ค่าบริการอาบน้ำตัดแต่งขน ไปจนถึงค่าบริการรักษาพยาบาลที่ให้บริการโดยร้านค้าที่เข้าร่วม และมีจุดเด่นที่ผู้ถือบัตรสามารถขอแบ่งผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ได้นานสูงสุด 18 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 700 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป โดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และไม่ต้องวางเงินดาวน์ ทั้งนี้ ตัวอย่างบัตรเครดิตที่ได้กล่าวถึงมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับการผ่อนชำระสูงสุด 32.99% ต่อปี หากไม่สามารถชำระได้ตามเวลาที่กำหนด21/ ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบัตรเครดิตในสหรัฐฯ ที่ 21-25% ต่อปี22/
3) สินเชื่อส่วนบุคคล
ในสหรัฐฯ มีบริการสินเชื่อที่รองรับค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น Scratch Pay ของธนาคาร WebBank ที่ให้บริการผ่อนชำระค่ารักษาด้วยอัตราดอกเบี้ย 0-36% ต่อปี โดยเจ้าของสามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านทางออนไลน์ และเมื่อได้รับอนุมัติ วงเงินสินเชื่อจะถูกชำระให้แก่สถานพยาบาลสัตว์ที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง ซึ่งบริการประเภทนี้เป็นสินเชื่อสำหรับการรักษารายครั้ง ต่างจากบัตรเครดิตที่เป็นสินเชื่อหมุนเวียน
ในประเทศจีน กระแส Pet Humanization ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไม่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของอายุน้อยที่เกิดระหว่างปี 2533-255223/ ทั้งนี้ ระบบการรับชำระค่าบริการของสถานพยาบาลสัตว์ในจีนยังมีจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคนิยมชำระค่าสินค้าและบริการผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital wallet) มากกว่าบัตรเครดิตหรือเงินสด24/ อย่างไรก็ตาม จุดเด่นสำคัญของจีนคือการที่ผู้ให้บริการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการและลดข้อจำกัดด้านการระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยง ดังนี้
1) ประกันสัตว์เลี้ยง
รูปแบบประกันสัตว์เลี้ยงในจีนมี 3 ประเภท ได้แก่ (1) ประกันสุขภาพ (2) ประกันภัยความรับผิดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet Liabilities Insurance) ที่จะชดเชยค่าเสียหายอันเกิดจากสัตว์เลี้ยงให้แก่บุคคลภายนอก และ (3) แบบผสม (Pet Comprehensive Insurance) ที่คุ้มครองทั้งเรื่องสุขภาพและความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจากสัตว์เลี้ยง แต่มีข้อจำกัดที่ให้ความคุ้มครองแก่สัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขหรือแมวเท่านั้น25/ ทั้งนี้ จีนยังไม่มีมาตรฐานกลางเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและระบบยืนยันตัวตนของสัตว์เลี้ยง26/ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของตลาดประกันสัตว์เลี้ยงคล้ายคลึงกับไทย 27/
อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 Ant Group บริษัทด้านการเงินและเทคโนโลยีในเครือ Alibaba Group ได้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับลายพิมพ์จมูก (Nose Print) ของสัตว์เลี้ยง (ภาพที่ 3) ซึ่งคล้ายลายนิ้วมือของมนุษย์ที่เป็นลักษณะเฉพาะบุคคลและใช้ระบุตัวตนได้ โดยมีความแม่นยำถึง 99% จึงช่วยให้ยืนยันตัวตนสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการปลอมแปลงข้อมูลหรือสวมสิทธิ์การเคลมประกัน บริษัทได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาให้บริการประกันสัตว์เลี้ยงบนแพลตฟอร์ม Alipay โดยร่วมมือกับบริษัทประกันภัยพันธมิตร เช่น บริษัท Ping An Insurance และ บริษัท ZhongAn Online
นอกจากนี้ บริษัทประกันในจีนยังลดความเสี่ยงจากการที่สถานพยาบาลบางแห่งตั้งอัตราค่ารักษาเกินจริง ด้วยการกำหนดอัตราส่วนร่วมจ่ายของบริษัทประกันที่ 60-70% สำหรับสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ สูงกว่าในสถานพยาบาลทั่วไป ที่ 40% เพื่อจูงใจให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเลือกใช้บริการกับสถานพยาบาลในเครือข่ายที่บริษัทประกันสามารถตรวจสอบและควบคุมค่าใช้จ่ายได้
2) สินเชื่อส่วนบุคคล
ระบบสินเชื่อสำหรับค่ารักษาสัตว์เลี้ยงในจีนแตกต่างจากสหรัฐฯ ตรงที่สหรัฐฯ มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริการด้านนี้โดยตรง ขณะที่จีนมีสินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ทั่วไปที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกนำไปใช้ชำระค่ารักษาสัตว์เลี้ยงได้ ตัวอย่างของผู้ให้บริการคือ Ant Group ที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลร่วมกับสถาบันการเงินและธนาคารพันธมิตรบนแอปพลิเคชัน Alipay28/ โดยเมื่อผู้ใช้งานเลือกชำระค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อในแอปพลิเคชัน สถานพยาบาลสัตว์เลี้ยงจะได้รับเงินจากแพลตฟอร์มทันที และเงินจำนวนดังกล่าวจะปรากฎเป็นยอดการใช้จ่ายที่ผู้ใช้สามารถเลือกผ่อนชำระได้ ตั้งแต่ 3-12 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ยราว 18-20% ต่อปี29/ โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 0.05% ต่อวัน30/
เนื่องจากกฎเกณฑ์การกำกับดูแลสถานพยาบาลสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นหลัก แต่ยังไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการรับชำระค่าบริการ ดังนั้นรูปแบบการชำระค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยจึงขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลแต่ละแห่ง โดยคลินิกขนาดเล็กอาจรับชำระด้วยเงินสดหรือผ่านระบบพร้อมเพย์เท่านั้น ในขณะที่สถานพยาบาลขนาดใหญ่อาจรองรับวิธีชำระที่หลากหลายขึ้น เช่น บัตรเครดิตและกระเป๋าเงินดิจิทัล
1) ประกันสัตว์เลี้ยง
เบี้ยประกันสัตว์เลี้ยงในไทยจะขึ้นอยู่กับวงเงินคุ้มครองรวมเป็นหลัก ไม่ได้แยกตามอายุหรือสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงเหมือนกับในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ประกันสัตว์เลี้ยงในไทยมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างเข้มงวดมากกว่า (ตารางที่ 1) เช่น สัตว์เลี้ยงต้องอายุไม่เกิน 7-8 ปี สุขภาพแข็งแรง มีเอกสารการตรวจสุขภาพและสำเนาใบรับรองการฉีดวัคซีน รวมถึงมีระยะเวลารอคอยที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครอง 60-90 วันหลังเริ่มทำประกัน นอกจากนี้ หากประกันเป็นแบบ Copayment อัตราร่วมจ่ายจะอยู่ที่ราว 50% และการสมัครประกันจะใช้รูปถ่ายของสัตว์เลี้ยงเพื่อระบุตัวตนเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้สัตว์เลี้ยงต้องฝังไมโครชิป อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันบางรายมีส่วนลดเบี้ยประกันสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ฝังไมโครชิป ซึ่งนอกจากจะช่วยจูงใจให้เจ้าของดำเนินการระบุตัวตนสัตว์เลี้ยง ยังช่วยให้บริษัทยืนยันตัวตนของสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำมากขึ้น31/
2) บัตรเครดิต
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทย ได้แก่ บัตรเครดิตอิออน เพ็ทสเตอร์ โดย AEON ซึ่งแตกต่างจากในสหรัฐฯ ที่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงได้ตามปกติ แต่จะเน้นมอบสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น สิทธิการคุ้มครองประกันภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงของผู้ถือบัตร ส่วนลดหรือคะแนนสะสมเพิ่มเติมสำหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม บัตรเครดิตทั่วไปในไทยก็มีสิทธิประโยชน์สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงหรือรองรับการผ่อนชำระเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตมักกำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำที่สามารถเลือกแบ่งชำระได้ เช่น ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ระยะเวลาผ่อนชำระในช่วง 3-10 เดือน และอัตราดอกเบี้ย 0-16% ต่อปี โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการ32/
3) สินเชื่อส่วนบุคคล
ในประเทศไทยยังไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รองรับการชำระค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงโดยตรง แต่สถานพยาบาลสัตว์หลายแห่งเปิดรับชำระเงินผ่านช่องทางทางเลือกที่เอื้อต่อการผ่อนชำระ เช่น สินเชื่อหมุนเวียน SPayLater ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee โดยผู้ใช้บริการสามารถสแกน QR Code ของสถานพยาบาลที่เข้าร่วมเพื่อชำระค่ารักษาได้ ซึ่งยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บผ่านวงเงินสินเชื่อของผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม ซึ่งสามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 12 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0-25% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและระยะเวลาผ่อนชำระ33/
จะเห็นได้ว่ากระแส Pet Humanization ที่กล่าวมาข้างต้นส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าและบริการกลุ่มพรีเมียมที่ส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงอายุยืนยาว อย่างไรก็ตาม เจ้าของบางส่วนอาจไม่ได้เตรียมใจรับมือกับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวหากสัตว์เลี้ยงประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย นำมาสู่โอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประกันภัยที่จะช่วยให้เจ้าของจัดการความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ช่วยสนับสนุนให้สัตว์เลี้ยงได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทั้งนี้ การให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังมีอุปสรรคหลายประการที่ผู้ให้บริการควรคำนึงถึง มีรายละเอียดดังนี้
1) ประกันสัตว์เลี้ยง: เนื่องจากประเทศไทยยังขาดทั้งการรวบรวมฐานข้อมูลสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เข้าถึงได้ง่าย การกำหนดมาตรฐานอัตราค่ารักษาสัตว์เลี้ยง และระบบการยืนยันตัวตนที่เป็นมาตรฐาน ทำให้บริษัทประกันขาดข้อมูลสำหรับการกำหนดค่าเบี้ยประกันที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีช่องโหว่ โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลตัวตนหรือประวัติการรักษาเพื่อให้ได้รับการชดเชยจากประกันได้ ถึงแม้กรุงเทพมหานครจะมีข้อบัญญัติให้สุนัขและแมวได้รับการฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียน โดยบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 257034/ แต่ยังไม่ครอบคลุมสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทประกันจำเป็นต้องตั้งเบี้ยประกันสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยง ในขณะที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องเผชิญกับค่าเบี้ยประกันสูงเมื่อเทียบกับการคุ้มครองที่ได้รับ
เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ บริษัทประกันอาจพิจารณา (1) พัฒนาหรือนำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนสัตว์เลี้ยงมาใช้ โดยเฉพาะการตรวจจับลายพิมพ์จมูก (Nose print) (2) ร่วมมือกับสถานพยาบาลสัตว์เลี้ยงโดยตรง เพื่อเป็นช่องทางรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาสัตว์เลี้ยงและอัตราค่าบริการที่เป็นมาตรฐานเพื่อออกแบบแผนประกันที่เหมาะสม รวมถึงเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า และเป็นโอกาสให้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบจ่ายตรงในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการใช้บริการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ โดยอาจจูงใจให้ผู้เลี้ยงมาใช้บริการในสถานพยาบาลพันธมิตรที่มีอัตราค่าบริการเป็นมาตรฐานด้วยการให้สิทธิเบิกจ่ายในอัตราที่สูงกว่าเช่นเดียวกับบริษัทประกันในจีน และ (3) เพิ่มบริการ Televet ในการคุ้มครองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของและช่วยลดการใช้บริการที่สถานพยาบาลสัตว์เลี้ยงโดยไม่จำเป็นเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ
ในขณะเดียวกัน ภาครัฐสามารถเข้ามามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานอัตราค่ารักษาสัตว์และพัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพสัตว์เลี้ยงส่วนกลาง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในระยะยาว
2) สินเชื่อพิเศษ: เนื่องจากระบบประกันสัตว์เลี้ยงปัจจุบันเป็นแบบที่ลูกค้าต้องสำรองจ่ายค่าบริการก่อนทั้งหมด และต้องรอเบิกจ่ายจากบริษัทอย่างน้อย 15-30 วันทำการหลังจากบริษัทได้รับเอกสารและตรวจสอบหลักฐานแล้ว หรือสูงสุดถึง 90 วันทำการหากบริษัทต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ทำให้มีช่องว่างที่ธนาคารและสถาบันการเงินสามารถให้บริการสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อประเภทอื่นหรือต้องการรักษาสภาพคล่องได้
โดยธนาคารอาจต่อยอดจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเหมาะกับการรองรับค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่ต้องการเงินเร่งด่วน เนื่องจากใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และอนุมัติได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังให้วงเงินในช่วง 3,000-20,000 บาท35/ ซึ่งเพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลสัตว์รายครั้ง ทั้งนี้ ธนาคารสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้โดยเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์หรือร่วมมือกับสถานพยาบาลสัตว์เพื่อชำระค่าบริการให้โดยตรงหลังจากที่เจ้าของยื่นขออนุมัติสินเชื่อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่สถานพยาบาลสัตว์ที่สามารถเสนอ “ทางเลือก” เพิ่มเติมให้เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดีที่สุดเช่นกัน
สุดท้ายนี้ แม้ธนาคารไม่ได้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงโดยตรง แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงถูกยกระดับบทบาทให้กลายเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว คุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยงย่อมมีส่วนส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเงินของลูกค้าด้วยเช่นกัน ธนาคารจึงสามารถสนับสนุนได้ด้วยการพัฒนาบริการทางการเงินที่จะช่วยให้ลูกค้าจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีเป้าหมายส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกค้าอย่างรอบด้าน
1/ Global Trends in the Pet Population - HealthforAnimals | Health for Animals
2/ Frontiers | Did the COVID-19 Pandemic Spark a Public Interest in Pet Adoption? | Frontiers
3/ คำนวณจากผลสำรวจโดยศูนย์บัญชาการเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า โดยอ้างอิงจากการสำรวจรอบที่ 1 ของปี 2565 และ 2569 (ที่มา: ศูนย์บัญชาการเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า)
4/ อ้างอิงจากสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ช่วงปี 2566-2568 ที่มา: สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร)
5/ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: The Single Economy Survey Part 1: “สำรวจชีวิตและแนวคิดคนโสด”
6/ ผลสำรวจผู้ตอบชาวไทยจำนวน 1,046 คน อายุระหว่าง 24-41 ปี ณ เดือนมกราคม ปี 2566 (ที่มา: PopDev-Vol45-No1.pdf)
7/ อาหารสัตว์ที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ชนิดเดียว เช่น แซลมอน ไก่ หรือแกะ
8/ ตัวอย่างเช่น กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน (อาทิ กิ้งก่า อีกัวน่า) กลุ่มสัตว์เลี้ยงด้วยนมขนาดเล็ก (อาทิ กระต่าย หนูแฮมสเตอร์)
9/ เซลล์ชนิดพิเศษในร่างกายที่สามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายของสัตว์เลี้ยง โดยสามารถเก็บได้จากหลายแหล่ง เช่น เลือด ไขมันและสายสะดือแรกเกิด
10/ ทั้งนี้ ประสิทธิผลทางคลินิกในการใช้งานหลายด้านยังอยู่ระหว่างการศึกษา และยังไม่มีกรอบกำกับมาตรฐานที่ชัดเจน
11/ เจาะลึก 2 นวัตกรรม Longevity เพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง Geneus Genetics & Fudo Solution ในงาน Pet Expo Thailand 2026 | MGR Online
12/ 5 ทำเลเหมาะในการพัฒนาคอนโดฯ เพื่อสัตว์เลี้ยง | LWS Wisdom
13/ Agoda Reveals Increased Search Growth in Pet-Friendly Accommodations as South Korea, Thailand, and India Lead the Way | Agoda
14/ 9310651-2025SYFLifetimeofCare.pdf | Synchrony Bank
15/ Rising vet costs and abandonment are putting Europe’s pets at risk | Euronews, Vet bills: More pets being put down due to rising costs, BBC told | BBC,
More pets being abandoned in England as food and vet bills soar, say charities | Animal welfare | The Guardian, Survey results highlight pet owner price sensitivity for veterinary services | American Veterinary Medical Association, 52% of U.S. Pet Owners Skipped or Declined Veterinary Care | Gallup
16/ US pet insurance market growth slows in 2025, but still robust | S&P Global
17/ NAPHIA - About the Industry - State of the Industry Report 2025 | NAPHIA, North American Pet Health Insurance Industry Market Reaches $5.2B in Written Premium – NAPHIA | NAPHIA
18/ คล้ายกับระบบค่าใช้จ่ายร่วม (Co-payment) ในประเทศไทย แต่เป็นสัดส่วนในทิศทางตรงกันข้าม กล่าวคือ หากกำหนด Reimbursement Level ที่ 70% บริษัทประกันจะชดเชยค่าใช้จ่าย 70% ขณะที่เจ้าของต้องชำระส่วนที่เหลือ (Co-pay) 30%
19/ How Much Does Pet Health Insurance Cost And Is It Worth It? | Canine Journal
20/ Case Studies: Companies Leading the Way in Pet-Friendly Benefits - Pet Benefit Solutions | Pet Benefits, Pet insurance market to soar past $113.7B by 2035 as vet costs climb: Report | Insurance Business
21/ CareCredit FAQs | CareCredit, carecredit.com/YourTerms/ | CareCredit, All Pet Card | The Credit Card Designed for Pet Owners | All Pet
22/ What Is The Average Credit Card Interest Rate This Week? June 1, 2026 – Forbes Advisor | Forbes Advisor
23/ Many paws driving pet economy growth | ChinaDaily
24/ China, India lead as digital wallets overtake cash and cards in Asia | CNBC
25/ HRMARS - An Analysis of the Development of Pet Insurance Market in China | HRMARS
26/ Medical standards, data transparency and tech applications will be key to breaking through the pet insurance barrier | Frost & Sullivan
27/ แม้ กทม. จะออกข้อบัญญัติกำหนดให้ฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียน แต่เลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึงต้นปี 2570 (ที่มา: กทม. รุกส่งหน่วยเคลื่อนที่ฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสุนัขและแมว | BMA Data Center)
28/ Ant Group - Digital Finance | Ant Group
29/ คำนวณแบบ Simple annualization & Compound จากอัตราดอกเบี้ย 0.05% ต่อวัน
30/ Huabei Partnership | Alipay, How does Huabei installment pay - Alipay Document Center | Alipay
31/ ประกันสัตว์เลี้ยง | Tip Insure, ประกันสัตว์เลี้ยง เมืองไทย Cats & Dogs Plus | Muang Thai Insurance, ประกันสัตว์เลี้ยง Pet Chill | Muang Thai Insurance, ประกันสัตว์เลี้ยง Pet Protect Sure | Falcon Insurance
32/ บัตรเครดิตอิออน เพ็ทสเตอร์ | สิทธิพิเศษสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง | AEON, รับส่วนลด + แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 10%*,**, | Krungsri Card
33/ SPayLater คืออะไร? | Shopee TH, SPayLater สแกนจ่ายพร้อมเพย์คิวอาร์ที่ร้านค้าทั่วประเทศ | Shopee TH
34/ แม้ กทม. จะออกข้อบัญญัติกำหนดให้ฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียน แต่เลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึงต้นปี 2570 (ที่มา: Ibid.)
35/ กู้เงินด่วน First Choice PAYPLUS - กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ | First Choice